น้ำมันปรับลงต่อเนื่องหนุนกลุ่ม Anti oil , Non Bank จาก Yield ที่ลดลง

MARKET UPDATE

DJIA เมื่อคืนปิดลบ 185 จุด (-0.4%) ท่ามกลางความกังวลราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงอาจทำให้ FED ปรับขึ้นดอกเบี้ยและแรงทำกำไรจากการปรับขึ้นมาแรงก่อนหน้า ด้านราคาน้ำมันดิบ ปิดลบ 1.2% หลังมีรายงานว่าซาอุฯจะกลับมาเปิดท่อส่งน้ำมัน ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นเด่นได้แก่ MU+5%

MARKET OUTLOOK

ปัจจัยต่างประเทศ

เมื่อคืนราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดต่ำกว่าระดับ 3 หลักไม่ว่าจะเป็น BRT , WTI นักลงทุนเริ่มคาดหวังว่าสถานการณ์อิหร่าน สหรัฐฯ จะมีทิศทางที่ผ่อนคลายมากขึ้น อย่างไรก็ตามกับ Yield US พบว่ามีการปรับขึ้นแต่ยังไม่ทำจุดสูงสุดใหม่ เมื่อคืนไม่มีการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ส่วนคืนนี้จะมีการประกาศ PMI ของ EU , US สำหรับ US Consensus คาดการณ์ที่ 55.8 และ 53.6 จากภาคบริการและภาคผลิต อื่นๆรอติดตามการพบปะกันระหว่างสหรัฐฯกับจีนในช่วงปลายสัปดาห์ ความเห็น CME FED ล่าสุดให้น้ำหนักราว 54% ที่ FED จะขึ้นดอกเบี้ยประชุม ต.ค. แต่หากไม่ขึ้น ต.ค. ก็อาจขยับไป ธ.ค.

ปัจจัยในประเทศ

รัฐบาลเดินหน้าออกมาตรการดูแลเศรษฐกิจด้วย (1) ต่ออายุไทยช่วยไทยพลัสแต่วงเงินเหลือเพียง 1 พันบาท (ต.ค. – พ.ย.) (2) ปรับวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็น 1 พันบาท (เดิม 300) มองปัจจัยดังกล่าวเพียงแค่ประคองเศรษฐกิจมากกว่าจะหนุน แต่ดีกับกลุ่มค้าปลีกและการเงิน (เพิ่มความสามารถชำระหนี้)

วันนี้คาด SET กรอบ 1590 – 1620 เช้านี้ KOSPI +1.6% มองดีกับหุ้น TECH THAI (DELTA HANA) กลยุทธ์การลงทุนเน้นหุ้นที่ได้รับประโยชน์ Yield ไทยลดลง อาทิ การเงิน (MTC TIDLOR) กลุ่ม Anti Oil (BA BGRIM GPSC GULF MINT CENTEL AWC) กลุ่ม Value Play (CPALL CPN BBL KBANK KTB) เช้านี้พบน้ำมันดิบปรับลง -0.6%

TOP PICK

BA (ซื้อ) TP: Bt 22.4

จำนวนผู้โดยสารที่เข้าออกผ่านสนามบินสมุยในเดือน ก.ค.-ส.ค. (18 ส.ค.) มีจำนวนเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้นทั้งเมื่อเทียบกับปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า

TIDLOR (ซื้อ) TP: Bt 24

แนวโน้มใน 2H26 คาดกำไรจะเติบโตสูง 25% YoY และลดลงเล็กน้อย HoH จากฐานกำไรที่สูงใน 1Q26

- Advertisement -