ช่วงน้ำท่วมพบหุ้นที่เคลื่อนไหวเด่นสุดได้แก่ การแพทย์ สื่อสาร REIT แต่รอบนี้เชื่อตลาดไม่ PANIC

MARKET UPDATE

DJIA คืนวันศุกร์ปิดบวก 478 จุด (+0.9%) ได้แรงหนุนจากการปรับขึ้นเด่นของหุ้น MSFT รวมถึงหุ้นในกลุ่ม AI ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดลบ 2.1% ท่ามกลางความคาดหวังที่มากขึ้นกับเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง

MARKET OUTLOOK

ปัจจัยต่างประเทศ

วันศุกร์ที่ผ่านมาสหรัฐฯประกาศความเชื่อมั่นผู้บริโภคพบว่ามากกว่าตลาดคาดการณ์ไว้ แต่แนวโน้มยังคงลดลงความกังวลมาจากราคาสินค้าที่ยังสูงขึ้นอยู่ อย่างไรก็ตามมีการเร่งซื้อสินค้าจากความกังวลราคาสูงขึ้นในอนาคต ส่วนการแสดงออกของตลาดพันธบัตรพบว่า Bond Yield สหรัฐฯลดลงเล็กน้อย ทั้งอายุ 2 , 10 ปี สอดคล้องกับ Dollar ที่กลับมาอ่อนค่า ความเห็นจาก CME FED Watch ให้น้ำหนัก 64% ที่ FED จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือน ต.ค. ปัจจัยอื่นๆนักลงทุนรอดูท่าทีในตะวันออกกลางรวมถึงการแถลงของทรัมป์เกี่ยวกับสงคราม แต่อย่างไรก็ตามเช้านี้น้ำมันดิบปรับขึ้น 1% หลังจากมีรายงานว่าสหรัฐฯปฏิเสธข้อเสนออิหร่านพร้อมระบุอาจโจมตีอีกครั้ง

ปัจจัยในประเทศ

หลายหลายพื้นที่ในกรุงเทพเผชิญกับน้ำท่วมขังและอาจมีความเสียหายเกิดขึ้นหมอปัจจัยข้างต้นเป็นตัวกดดันตลาดหุ้น โดยเฉพาะกลุ่มท่องเที่ยวการบริโภค แต่จากการติดตามรายงานของหลายหลายพื้นที่คาดการณ์ว่าจะดีขึ้นในเร็วเร็วนี้ สถานการณ์ไม่น่าจะเลวร้ายเหมือนปี 2011 แต่หากอิงสถานการณ์ในปี 2011 กลุ่มที่โดนกระทบหนักได้แก่ แพ็คเกจจิ้ง (-44%) อิเล็กทรอนิกส์ (-35%) ขนส่ง (-22%) แต่หลังจากนั้น 1 เดือนพบว่ากลุ่มที่ปรับขึ้นเด่นได้แก่ วัสดุก่อสร้าง +32% PACK +18%

ประเมิน SET กรอบ 1590 – 1620 เชื่อตลาดหุ้นไม่ Panic เพราะผลกระทบมิได้เยอะมากนัก เชิงกลยุทธ์เน้นหุ้นที่ไม่ได้รับผลกระทบเช่นโรงพยาบาล (BDMS BCH) ค้าปลีก (CPALL) พลังงาน (PTT PTTEP PTTGC TOP) ส่งออก (ITC TU)

TOP PICK

CPALL ซื้อ TP: Bt 61

มองแนวโน้ม SSSG และกำไรช่วง 2H26 มีผลกระทบจากโครงการไทยช่วยไทยพลัสไม่มากนักจากอิงจาก SSSG เดือน มิ.ย. 2026 ที่ทรงตัวได้ YoY ประกอบกับกำลังซื้อผู้บริโภคทยอยดีขึ้น

TU ซื้อ TP: Bt 15.4

2H26 ที่มีข่าวดีหลายด้านไม่ว่าจะเป็นช่วง Peak ของการส่งออก ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง และประเทศอังกฤษ ปรับลดภาษีนำเข้าปลาทูน่าจากไทยลงเหลือ 0% จาก 24% จะหนุนการเพิ่มขึ้นของรายได้อย่างต่อเนื่อง

- Advertisement -