แนวโน้มตลาดหุ้น ธีมการลงทุน และปัจจัยสำคัญ (รักพงศ์ ไชยศุภรากุล, IAA เลขทะเบียนฯ: 19838)

แกว่งลงต่อ… จิตวิทยาหุ้นเทคโนโลยีโลก อ่อนลงในช่วงสั้น

เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นไทยปรับลง (อ่อนแอกว่าที่เราคาด)… ดัชนีฯ ปิดลบ 0.33% เนื่องจาก i) พันธ์โฟลว์ยังอยู่ในฝั่งขายสุทธิในระดับที่แรงอยู่ ส่งผลให้หุ้นตัวหลักๆ ในหลายกลุ่มย่อลงมา แต่เราไม่พบปัจจัยลบเชิงพื้นฐานของแต่ละกลุ่มแต่อย่างใด ii) หุ้น DELTA* ปรับฐานลงเช่นกัน และถ่วงดัชนีฯ ไป -3.69 จุด ii) ปัจจัยหลักๆ ในต่างประเทศยังไม่มีความชัดเจน ทั้งสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมทั้งนักลงทุนรอดูสัญญาณนโยบายการเงินจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟด ที่จะแถลงในช่วงวันพุธ – ศุกร์นี้

ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันอังคาร แกว่งลงต่อ… ปัจจัยการลงทุนในวันนี้ ได้แก่ i) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับลงเมื่อคืนนี้ หลังนักลงทุนตอบสนองเชิงลบต่อข่าว ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ พุ่งต่อ… อย่างไรก็ดี หลังจากตลาดการเงินสหรัฐฯ ปิดทำการ มีข่าวว่าทรัมป์มีท่าทีอ่อนลง ซึ่งสหรัฐฯ อาจลดการคว่ำบาตรและปล่อยเงินของอิหร่านที่ยึดไว้ หากอิหร่านปฏิบัติตามข้อตกลงเรื่องยูเรเนียม ii) จิตวิทยาของหุ้นเทคโนโลยีเป็นลบเล็กน้อยในช่วงสั้น หลังจาก Open AI ระงับการเปิดตัวโมเดล AI ตัวใหม่ ด้วยประเด็นของความปลอดภัย

ด้านปัจจัยอื่นๆ ที่มีความสำคัญต่อตลาดหุ้น… เมื่อวานนี้ ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าการที่บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดไม่ขัดรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ให้ใช้อีกในอนาคต… เรามองว่าเป็นบวกกับเสถียรภาพการเมืองไทยเพราะรัฐบาลชุดปัจจุบันทำงานต่อได้ และน่าจะเดินหน้านโยบายกระตุ้นการบริโภค และการผลักดันการลงทุนภาคเอกชน

หุ้นเด่นเชิงกลยุทธ์ (สุโขติ ถิรวรรณรัตน์, IAA เลขทะเบียนฯ: 28668)

กำไร 3Q-4Q ดี: AOT*, BBGI / รอปลดล็อค PDP2026 + Data center GULF*

AOT* (เป้าพื้นฐาน 71 บาท) 1) ประเมินแนวโน้มกำไรดีเข้า High season เราประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงาน FY4Q69 (ก.ค.-ก.ย.) จะฟื้นตัวต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว + ผลของการปรับ PSC เต็มไตรมาส (เริ่มปรับ 20 มิ.ย.) และเราประเมินแนวโน้มกำไร FY1Q70 (ต.ค.-ธ.ค.) จะดีต่อเนื่องจาก High season เริ่มต้นไตรมาสด้วย Golden week จีน + การจัด Event ขนาดใหญ่จำนวนมากในช่วงปลายปีนี้ … ประเมินผลกระทบน้ำท่วมต่อการท่องเที่ยวจำกัด 2) ประเมินราคาหุ้นเริ่มฟื้นตัวทดสอบ Mid-Bollinger band + MACD เริ่มตัด Signal line ประเมินแนวรับ 61.75 บาท / แนวต้าน 63.0 – 64.0 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินมีโอกาสปิดแก๊ปราคา แนวต้านถัดไป +/- 65 บาท (Stop loss 60.75 บาท)

BBGI (เป้าพื้นฐาน 9.1 บาท) 1) ประเมินแนวโน้มกำไร 3Q69 ทำ New high เราประเมินแนวโน้มกำไร 3Q69 จะโดดเด่น YoY QoQ ทำจุดสูงสุดใหม่รายไตรมาส จากทั้งธุรกิจไบโอดีเซลที่ยังโตเด่น (ล่าสุดขยายการใช้ไบโอดีเซล บี7 ไปถึงกลาง ธ.ค.) และส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจ SAF (Sustainable Aviation Fuel) เต็มไตรมาส (BBGI ถือหุ้น 20%) 2) Valuation ยังไม่แพง Forward PE 5.6 เท่า และคาดปันผลที่เหลือของปีนี้อีก 0.28 บาท (Dividend yield 4.2%) 3) ประเมินแนวโน้มราคา Sideway up ประเมินแนวรับ 6.55 บาท / แนวต้าน 6.8 – 7.0 บาท กรณีผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 7.5 บาท (Trailing stop 6.3 บาท)

GULF* (เป้าพื้นฐาน 78 บาท) 1) ประเมิน Catalyst เรื่องแผน PDP2026 + Data center ใกล้จะปลดล็อคใน ต.ค. เราประเมินหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าและเชื่อมโยงการลงทุน Data center จะมีประเด็นบวกที่สำคัญใน ต.ค. คือ แผน PDP2026 ที่จะเข้า ครม. และกฎเกณฑ์ Data center ที่คาดจะได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์นี้ก่อนที่จะบังคับใช้ใน ต.ค. ซึ่งจะทำให้การลงทุนที่เชื่อมโยงกับ Data center ทั้งหมดเริ่มเดินหน้า อาทิ การลงทุนโรงไฟฟ้า Direct PPA การลงทุนพลังงานสะอาด (ล่าสุด GULF* เข้าถือหุ้นโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนของ GUNKUL* 50% กำลังการผลิตรวม 673.4MW คาด COD ปีหน้า) นอกจากนี้ GULF* อยู่ระหว่างศึกษาลงทุนนิคมฯ Data center … คาดความชัดเจนของกฎเกณฑ์ภาครัฐจะเป็นตัวปลดล็อค 2) ประเมินแนวโน้มเริ่มสร้างฐานได้ใกล้ค่าเฉลี่ย 200 วัน MACD RSI เริ่มยกขึ้น (Divergence) แนะนำอ่อนตัวสะสมประเมินแนวรับ 60 บาท / แนวต้าน 61.5 – 62.25 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/-64 บาท (Stop loss 58 บาท)

หุ้นมีข่าว

(+) GULF* ปิดดีลร่วมทุนกันกุล! เปิดเกมรุกโซลาร์-วินด์ฟาร์ม 12 โปรเจกต์รวม 673 MW ดีเดย์เริ่มจ่ายไฟปี’70 (ข่าวหุ้น) GULF* เดินเกมรุก ผนึก GUNKUL* ทุ่มลงทุน 466.5 ล้านบาท เข้าถือหุ้น 50% โซลาร์-วินด์ฟาร์ม 12 โครงการรวม กำลังผลิตรวม 673.4 เมกะวัตต์ พร้อมเริ่มเดินหน้าจ่ายไฟปี 70 รับรายได้ระยะยาวจากสัญญาอัตรารับซื้อไฟฟ้าคงที่ Solar Farm 2.1579-2.1679 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง ส่วน Solar BESS อยู่ที่ 2.8331 บาท และพลังงานลม 3.1014 บาท ขณะที่ “กันกุล” ดึงกัลฟ์ร่วมทุนเสริมสภาพคล่อง-เพิ่มพื้นที่ทางการเงิน รองรับโอกาสลงทุนตามแผน PDP 2026 พร้อมเร่งขยายพอร์ตพลังงานสะอาดสู่ 3,000 เมกะวัตต์ภายในปี 73

(+) TFG* เร่งเติมสต็อกสินค้า คนแห่กักตุนอาหารพุ่ง (ทันหุ้น) TFG* ยันเร่งเติมสินค้าในร้านค้าปลีกเพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า หลังน้ำท่วมทำให้ประชาชนเร่งซื้อกักตุนของสด-แห้ง ทำให้อยดขายหน้าร้านสาขาปรับตัวดี แถมต่ออายุ “ไทยช่วยไทย พลัส” หนุนดีมานด์เพิ่ม มองราคาหมู-ไก่ ปัจจุบันเหมาะสม ด้านส่งออกสินค้าได้รับอานิสงส์ค่าเงินบาทอ่อน หนุนผลดำเนินงานช่วงที่เหลือปีนี้โต

(+) EGCO* รุกขยายพอร์ตต่างแดน ปิดดีลซื้อหุ้นโรงไฟฟ้า 339 เมก (ทันหุ้น) EGCO Group ปิดดีลเข้าถือหุ้น 49% กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน “Pinnacle IV” กำลังผลิตรวม 339 เมกะวัตต์ ในสหรัฐอเมริกา รับรู้กระแสเงินสดและส่วนแบ่งกำไรทันที สะท้อนวินัยการจัดสรรเงินทุนเชิงรุก มุ่งขยายพอร์ตโฟลิโอพลังงานสีเขียวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดันพอร์ตรวมพุ่งแตะ 1,785 เมกะวัตต์

(+) อีซูซุดันยอดผลิตรถยนต์ส.ค.โต (ไทยโพสต์) จี้บอร์ดขอภาษีนำเข้าชัดเจน/น้ำท่วมไม่กระทบ ส.อ.ท.เผย รถอีซูซุดันยอดผลิตรถยนต์เดือน ส.ค. โต 10.93% ชี้น้ำท่วมยังไม่สะท้อนสายการผลิตรถยนต์ คงเป้าปีนี้ 1.45 ล้านคัน จี้บอร์ดอีวีเร่งสร้างความชัดเจน เหตุยังไม่ฟันธงภาษีอีวีนำเข้า หวั่นค่ายรถแห่ตุนสต็อก

(+) หุ้นโรงกลั่น) รัสเซียอยู่ระหว่างจัดทำเอกสารเพื่อขยายระยะเวลาห้ามผู้ผลิตส่งออกน้ำมันดีเซลออกไปอีก 1 เดือนจนถึงสิ้นเดือนตุลาคม (TASS) ความเห็นนักวิเคราะห์: รัสเซียกำลังพิจารณาขยายเวลาห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลสำหรับผู้ผลิต (producers) ออกไปอีก 1 เดือนจนถึง 31 ตุลาคม 2569 โดยขณะนี้เอกสารดังกล่าวอยู่ระหว่างกระบวนการอนุมัติ ในขณะที่มีมาตรการห้ามผู้ผลิตส่งออกน้ำมันดีเซลฉบับปัจจุบันจะมีผลถึงสิ้นเดือนกันยายน ทั้งนี้มาตรการดังกล่าวเป็นคนละมาตรการกับการห้ามผู้ที่ไม่ใช่ผู้ผลิต (non-producers) ส่งออกน้ำมันดีเซล ซึ่งมีผลบังคับใช้ต่อเนื่องถึงวันที่ 31 มกราคม 2570… เรามองว่าข่าวดังกล่าวเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มโรงกลั่น เนื่องจากมีแนวโน้มหนุนให้ spread ของน้ำมันดีเซลปรับตัวสูงขึ้น จากความกังวลว่าอุปทานน้ำมันดีเซลในตลาดโลกจะตึงตัวมากขึ้น ทั้งนี้ในภาวะปกติรัสเซียส่งออกน้ำมันดีเซลประมาณ 800 KBD แต่อย่างไรก็ตาม การโจมตีโรงกลั่นและมาตรการจำกัดการส่งออกได้ส่งผลให้ปริมาณส่งออกลดลงเหลือประมาณ 400 KBD ในเดือนมิถุนายน และลดลงต่อเนื่องเหลือประมาณ 200 KBD ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม โดยในภาวะปกติการส่งออกส่วนใหญ่ประมาณ 75% มาจากผู้ผลิต (producers) ในขณะที่ประมาณ 25% มาจากผู้ที่ไม่ใช่ผู้ผลิต (non-producers) ถ้ารัสเซียขยายเวลามาตรการห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลสำหรับผู้ผลิต (producers) ออกไปจริง เรามองบวกต่อกลุ่มโรงกลั่นได้แก่ SPRC* (OP, 2070F TP ที่ 15.00 บาท), TOP* (OP, 2070F TP ที่ 74.00 บาท), BCP* (Not rated), IRPC* (N, 2070F TP ที่ 3.10 บาท) และ PTTGC* (OP, 2070F TP ที่ 53.50 บาท)

(-) THAI* ประกาศยกเลิก 8 เที่ยวบินในวันนี้ (29 ก.ย.69) เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมและการปรับการใช้เครื่องบิน ความเห็นนักวิเคราะห์: เราเห็นว่า ข่าวดังกล่าวเป็น sentiment เชิงลบต่อ THAI เนื่องจากปัญหาความล่าช้าของสายการบิน รวมถึงกระเป๋าเดินทางของผู้โดยสารที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วง 2 วันที่ผ่านมา โดยเริ่มต้นจากเหตุการณ์น้ำท่วม ทำให้เกิดปัญหาต่อเนื่องต่อการเดินทางของพนักงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทำงานส่วนภาคพื้นสนามบิน ทั้งนี้ THAI ประกาศยกเลิกเที่ยวบินจำนวน 8 เที่ยวบิน (ขาไปและขากลับ) ในวันนี้ ได้แก่ เส้นทางกรุงเทพ-ขอนแก่น, กรุงเทพ-ภูเก็ต, กรุงเทพ-ฮานอย และกรุงเทพ-สิงคโปร์… เราเชื่อว่า เรื่องดังกล่าวอาจมีความเสี่ยงทางลบต่อประมาณการกำไรสุทธิในปี 2569F เล็กน้อย หากสถานการณ์ไม่ยืดเยื้อ เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงวันท้ายๆ ของไตรมาส 3 ซึ่งปกติเป็นช่วง low season ของปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นเดือนที่อ่อนแอที่สุดของไตรมาส เราเชื่อว่า THAI กำลังเร่งแก้ปัญหาดังกล่าวให้คลี่คลายลงในช่วงนี้ เพื่อรองรับฤดูกาลท่องเที่ยวที่แข็งแกร่งของปีในไตรมาส 4 ของปี คงแนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมาย 7.00 บาทสำหรับปี 2570F ทั้งนี้ เราให้น้ำหนักกับแนวโน้มผลประกอบการที่มีทิศทางฟื้นตัวที่ดี YoY ในปี 2570 โดยมีแรงส่งทางบวกตั้งแต่ช่วง 4Q69

หุ้นที่เคยแนะนำก่อนหน้า

  • โรงไฟฟ้า + Data center: EPG* (Stop loss 6.05 บาท) ASEFA (Stop loss 6.15 บาท) DELTA* (Stop loss 250 บาท) HANA* (Stop loss 47.5 บาท) WHA* (Stop loss 4.7 บาท) WHAUP* (Stop loss 7.0 บาท) STECON* (Trailing stop 18.4 บาท)
  • พลังงานและปิโตรเคมี: PTTGC* (Trailing stop 47.5 บาท)
  • หุ้น Defensive yield: KBANK* (Stop loss 250 บาท)
  • หุ้นท่องเที่ยว ค้าปลีก: CRC* (Stop loss 28.75 บาท) CPN* (Stop loss 63 บาท) AWC* (Trailing stop 3.06 บาท)
  • กำไร 3Q69 – 4Q69 เด่น: SCGP* (Stop loss 29.25 บาท) BCH* (Stop loss 11.1 บาท) BDMS* (Stop loss 19.8 บาท) ITC (Stop loss 16.6 บาท) MAGURO (Stop loss 17.8 บาท)
  • Stop loss / Trailing stop: KTB* (แนะนำ 16 ก.ย.) KKP* (แนะนำ 17 ก.ย.)
Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้
  • ERW* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 4.3 บาท ฝ่ายวิจัยฯ ยังคงมุมมองบวกหลังได้ข้อมูลเพิ่มเติม โดย RevPAR ของกลุ่ม Luxury-Economy เติบโต 7% YoY ในเดือน ก.ค.- ส.ค. ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายของบริษัทที่ 5% ขณะที่คาดเดือน ก.ย. ยังเติบโต YoY ต่อเนื่อง สำหรับปี 2570 การเติบโตของ ADR (Average Daily Rate) ที่ต่อเนื่องและอัตราค่าห้องพักที่สูงขึ้นหลังการปรับปรุง (Renovation) โรงแรม Grand Hyatt Erawan ฝ่ายวิจัยฯยังคงประมาณการฯและราคาเป้าหมาย
  • CENTEL* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 49 บาท ฝ่ายวิจัยฯ ยังคงมุมมองบวกหลังได้ข้อมูลเพิ่มเติม โดย RevPAR ของ 3Q69 ฟื้นตัวโตในระดับ Mid-single-digit YoY จากที่ติดลบ 10% ใน 2Q69 โดยได้รับการสนับสนุนจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้นทั้งในไทยและมัลดีฟส์ สำหรับปี 2570 การเติบโตน่าจะได้รับแรงหนุนจากการเปิดโรงแรมใหม่ในไทย การเติบโตต่อเนื่องของพัทยา ความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้นในมัลดีฟส์ และการฟื้นตัวในญี่ปุ่น ฝ่ายวิจัยฯยังคงประมาณการฯและราคาเป้าหมาย
  • AEONTS แนะนำ “ขาย” เป้าพื้นฐาน 98 บาท ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 2Q69 (มิ.ย.-ส.ค.) = 701 ล้านบาท (-12% QoQ -11% YoY) จากคาดการณ์ Credit cost ที่เพิ่มขึ้น คุณภาพสินทรัพย์ในกลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อ+กลุ่มลูกหนี้ระดับล่างที่แย่ลง ยังคงคำแนะนำ “ขาย” และราคาเป้าหมาย 98 บาท

หมายเหตุ: 1. *บริษัทอาจเป็นผู้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์บนหลักทรัพย์นี้ / 2. เป้าพื้นฐาน หมายถึง ราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐาน (Forecasted 12M Target price) ที่อ้างอิงจากบทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานฉบับล่าสุดของฝ่ายวิจัยฯ / 3. เป้า Consensus หมายถึง ค่าเฉลี่ยของราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐานที่จัดทำโดย Bloomberg consensus หรือ IAA Consensus

- Advertisement -