บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KGI) ผู้นำบริการโบรกเกอร์ ซื้อขายหุ้น อนุพันธ์ ตราสารหนี้ ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) และการบริหารความมั่งคั่งชั้นนำ

แนวโน้มตลาดหุ้น ธีมการลงทุน และปัจจัยสำคัญ (รักพงศ์ ไชยศุภรากุล, IAA เลขทะเบียนฯ: 19838)

รีบาวด์… แต่ยืนได้หรือไม่ ต้องถามฝรั่ง!

เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นไทยปรับลงแรงกว่าที่เราประเมินมาก… ดัชนีฯ ปิดลบ 2.21% เนื่องจาก i) ต่างชาติขายสุทธิหนักถึง 1.07 หมื่นล้านบาท และสัปดาห์นี้ขายสุทธิสะสม 2.24 หมื่นล้านบาท ตามความกังวลที่เพิ่มขึ้นต่อสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งแม้น้ำใน กทม. ลดลงเกือบทุกเขตแล้ว แต่ความเสี่ยงของน้ำท่วมในจังหวัดอื่นๆ ในภาคกลางและภาคตะวันตก เพิ่มสูงขึ้น ii) แรงกดดันจากบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ที่พุ่งแรง ยังมีอยู่ ซึ่งมีส่วนกดดัน valuations ของหุ้นโลก

ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันพฤหัสฯ รีบาวด์ แต่จะยังผันผวนแรง และจะยืนได้หรือไม่ยังขึ้นกับฟันด์โฟลว์… ปัจจัยการลงทุนในวันนี้ ได้แก่ i) บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ยังเดินหน้าปรับขึ้น หลังจากตัวเลขจ้างงานเอกชน ส.ค. สูงกว่าที่ consensus คาด ขณะที่ตลาดไม่ได้ตอบสนองมากนักต่อเงินเฟ้อ core PCE ส.ค. ที่ +3.0% YoY (ต่ำกว่าที่ consensus คาดที่ +3.3% YoY แต่ส่วนหนึ่งเกิดจากการปรับสูตรคำนวณเงินเฟ้อ) ii) ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน… เช้ามืดวันนี้ ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ชี้ว่าสงครามจะยุติเร็วๆ นี้ แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

ด้านปัจจัยอื่น ๆ ที่มีนัยสำคัญต่อการลงทุน… i) ธปท. รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ ส.ค. มีมุมที่เป็นบวก ได้แก่รายได้ภาคเกษตร +17% YoY และดัชนีการลงทุนภาคเอกชน +21% YoY ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองบวกที่เรามีกับหุ้นธีมการลงทุนเอกชน FDI และการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ในปี 2570 ii) คืนนี้ ติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ เพิ่มเติม ได้แก่ ยอดขอรับสวัสดิการว่างงาน และดัชนี ISM ภาคการผลิต ก.ย. 2569

หุ้นเด่นเชิงกลยุทธ์ (สุโชติ ถิรวรรณรัตน์, IAA เลขทะเบียนฯ: 28668)

ย่อต่อทยอยรับ KBANK* / ธีม Data center (AI) DELTA*, ALT

KBANK* (เป้าพื้นฐาน 309 บาท) 1) ประเมิน Private investment ล่าสุดโตเด่น YoY MoM ดัชนี Private investment (การลงทุนภาคเอกชน) เดือน ส.ค. โต +21.8% YoY และ +2.2% MoM โตแรงต่อเนื่อง ยังสนับสนุนธีมการเติบโตของสินเชื่อใน 1 – 2 ปีตามวัฏจักรการลงทุน ราคาหุ้นที่พักฐานแรงทำให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่เหลือของปีนี้สูงถึง 5.1% (คาดปันผลที่เหลืออีก 12 บาท/หุ้น) 2) ประเมินราคาหุ้นพื้นฐานใกล้ Oversold แนะนำ “ทยอยซื้ออ่อนตัว” ตามแนวรับประเมินแนวรับ 230 บาท และถัดไป 220 บาท / แนวต้าน 242 – 252 บาท (Stop loss 215 บาท … ค่าเฉลี่ย 200 วัน EMA)

DELTA* (เป้าพื้นฐาน 320 บาท) 1) ประเมินแนวโน้มกำไร 3Q69 โตเด่น YoY QoQ ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินกำไร 3Q69 = 8.3 พันล้านบาท (+30% YoY +50% QoQ) จากทั้งยอดขายและอัตรากำไรที่ดีขึ้น โดยประเมินวัฏจักรการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกด้าน Data center (AI) ยังเดินหน้าต่อเนื่องใน 1 – 2 ปีนี้ 2) ประเมินราคาหุ้นฟื้นตัว อยู่ระหว่างทดสอบค่าเฉลี่ย 200 วัน ประเมินแนวรับ 252 บาท / แนวต้าน 267 – 279 บาท (Trailing stop 250 บาท)

ALT (เป้าพื้นฐาน 3.0 บาท) 1) ประเมิน Catalyst แผน PDP2026 + Data center ใกล้จะปลดล็อคใน ต.ค. เราประเมิน ALT จะเป็น 1 ในหุ้นที่ได้รับอานิสงส์จากการปลดล็อคแผน PDP2026 และ Data center ในเดือน ต.ค.นี้ โดยล่าสุดเซ็นสัญญาโครงการเครือข่ายสายแก้วนำแสง กรุงเทพฯ-EEC (เชื่อมโยง Data center) มูลค่ารวม +/-2 พันล้านบาทแล้ว จะเริ่มรับรู้รายได้กลางปีหน้า รวมทั้งประเมินโครงการลงทุนเปลี่ยน Smart meter รองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของไทยจะเป็น Upside โดยปัจจุบัน ALT ถือหุ้นทำธุรกิจ Smart meter ชื่อบริษัท Energy Max 40% (อีก 50% ถือหุ้นโดย PIS บ.ลูกของ SKY) … คาด 3Q69 มีโอกาสบันทึกกำไรพิเศษจากการขายหุ้น Energy Max ให้ PIS 2) ประเมินแนวโน้มราคาเริ่มฟื้นตัวหลังสร้างฐาน ประเมินแนวรับ 1.66 บาท / แนวต้าน 1.75 – 1.79 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/-1.93 บาท (Stop loss 1.60 บาท)

หุ้นมีข่าว

(-) THAI* หนัก! ไม่จบง่าย ลุกลาม ‘ปิดคาร์โก้สุวรรณภูมิ’ (ข่าวหุ้น) “การบินไทย” ระส่ำ! เลื่อน-ยกเลิกไฟล์ต-สัมภาระตกค้าง ลุกลามต้อง “ปิดคาร์โก้สุวรรณภูมิ” (เว้นแค่เอกสารทูต-สิ่งมีชีวิต-ศพ-จดหมาย) “ชาย เอี่ยมศิริ” รับวันนี้ยกเลิกอีก 15 เที่ยวบิน ฟาก “ศุภจี” ยอมรับอึ้งพูดไม่ออก ห่วงสินค้าเกษตรเน่าเสีย ด้าน “พิพัฒน์” รับกระทบภาพลักษณ์ประเทศไปแล้ว กังวลการส่งคืนสัมภาระผู้โดยสารต่างชาติ สั่ง AOT*-THAI* รายงานปัญหาสัมภาระตกค้างสะสมที่สุวรรณภูมิทุก 8 ชม.

(- กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ AH SAT) ‘ค่ายรถ’ ปรับแผนผลิตรับน้ำท่วม ‘โตโยต้า’ กระทบหนักหยุด 4 โรงงาน (กรุงเทพธุรกิจ)น้ำท่วมไทยกระทบ “โรงงานโตโยต้า 4 แห่ง” หยุดดำเนินการชั่วคราว ส.อ.ท.ชี้น้ำท่วมกระทบโรงงานประกอบรถยนต์จำกัด ยืนยันซัพพลายเชนไม่พัง แต่ติดล็อก “พนักงานเข้าโรงงานไม่ได้” ค่ายรถปรับแผนสลับวันหยุดเร่งผลิตชดเชย

(+) BGRIM* ผนึกสยามพิวรรธน์ ปั้นพลังงานสะอาด 300 เมก (ทันหุ้น) BGRIM* จับมือ “สยามพิวรรธน์” ตั้งเป้ากำลังผลิต 300 เมกะวัตต์ พร้อมฉลอง COD โซลาร์รูฟท็อป “สยามพารากอน” 800 กิโลวัตต์ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 4,600 ตร.ม. เดินหน้าขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนมากกว่า 50% ปูทางสู่เป้ากำลังผลิต 10,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2573 และ Net Zero ปี 2608

(+) ALT คว้า 2 พันล้าน เคเบิล กทม.-EEC ย้ำปีนี้กำไรฟื้นตัว (ข่าวหุ้น) ALT วิ่งสวนตลาด! หลังเซ็นโครงการ “เครือข่ายใยแก้วนำแสง กรุงเทพ-EEC” มูลค่า 2 พันล้านบาท หนุนรายได้ประจำระยะยาว ด้าน “โชคชัย” มั่นใจกำไรเดินหน้าตามแผน Jump+ ตั้งเป้าปี 69 แตะ 61 ล้านบาท ก่อนพุ่งสู่ 170 ล้านบาทในปี 71 KGI-บียอนด์ มองกำไรฟื้นตัวต่อเนื่อง พร้อมราคาเป้าหมาย 3.00-3.10 บาท

(+) PTTGC* และ SCG Chemicals (SCGC) เปิดเผยว่าการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งโครงการร่วมทุน JV มีความคืบหน้าตามแผน (SET) ความเห็นนักวิเคราะห์: โดยปัจจุบันอยู่ในช่วงยืนยันข้อมูลของการตรวจสอบสถานะกิจการเพื่อยืนยันข้อมูล (Confirmatory Due Diligence) และเจรจาเงื่อนไขสำคัญของธุรกรรม PTTGC และ SCGC ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงขอบเขตธุรกิจร่วมทุน ซึ่งครอบคลุมธุรกิจโอเลฟินส์และธุรกิจโพลิโอเลฟินส์ (PE+PP) ในประเทศไทยของทั้ง PTTGC และ SCGC รวมถึงสินทรัพย์และเงินลงทุนที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายสร้างความเป็นผู้นำในธุรกิจปิโตรเคมีระดับภูมิภาคผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพจากขนาดธุรกิจ, การบูรณาการห่วงโซ่คุณค่า, การบริหารวัตถุดิบ และการเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจปลายน้ำ ทั้งนี้ PTTGC คาดว่าจะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ในขณะที่ SCGC จะยังคงถือหุ้นในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญ โดยทั้งสองฝ่ายคาดว่าจะสรุปโครงสร้างการถือหุ้น ขั้นตอนธุรกรรม และมูลค่าประโยชน์จาก synergy ภายในตุลาคม 2569 ก่อนดำเนินการขออนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลและผู้ถือหุ้นที่เกี่ยวข้องต่อไป… ดังนั้นเรายังแนะนำ “ซื้อ” PTTGC ที่ราคาเป้าหมาย 2570F ที่ 53.50 บาท และ SCC* ที่ราคาเป้าหมาย 2570F ที่ 305.00 บาท โดยมองว่าความคืบหน้าของโครงการร่วมทุนระหว่าง PTTGC และ SCGC เป็นปัจจัยบวกต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและการสร้าง synergy ในธุรกิจปิโตรเคมี แม้รายละเอียดด้านโครงสร้างการถือหุ้นและมูลค่า synergy ยังอยู่ระหว่างการสรุป

หุ้นที่เคยแนะนำก่อนหน้า

  • โรงไฟฟ้า + Data center: EPG* (Stop loss 6.05 บาท) ASEFA (Stop loss 6.15 บาท) HANA* (Stop loss 49.25 บาท) WHA* (Stop loss 4.7 บาท) STECON* (Trailing stop 18.6 บาท) GULF* (Stop loss 58 บาท)
  • พลังงานและปิโตรเคมี: PTTGC* (Trailing stop 47.5 บาท) BBGI (Trailing stop 6.3 บาท)
  • หุ้นท่องเที่ยว ค้าปลีก: AWC* (Trailing stop 3.08 บาท)
  • กำไร 3Q69 – 4Q69 เด่น: BCH* (Stop loss 11.1 บาท)
  • รับเหมาฯ งบภาครัฐฯ: CK* (Stop loss 17.6 บาท)
  • Stop loss / Trailing stop: WHAUP* (แนะนำ 23 ก.ย.) AOT* (แนะนำ 24 ก.ย.) CRC* (แนะนำ 9 ก.ย.) SCGP* (แนะนำ 31 ส.ค.) BDMS* (แนะนำ 16 ก.ย.) ITC (แนะนำ 18 ก.ย.) MAGURO (แนะนำ 22 ก.ย.)
Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้
  • DELTA* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 320 บาท ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 3Q69 = 8.3 พันล้านบาท (+30% YoY +50% QoQ) โดยคาดยอดขายและอัตรากำไรดีขึ้น และยังได้ประโยชน์จากการลงทุนด้านห่วงโซ่อุปทานของ AI server ทั่วโลก ยังคงประมาณการฯและราคาเป้าหมาย
  • HANA* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 63 บาท ฝ่ายวิจัยฯคาดกำไรปกติ 3Q69 = 305 ล้านบาท (+702% YoY +10% QoQ) โดยคาดผลการดำเนินงานของ PMS มีประสิทธิภาพดีขึ้นมาก และคำสั่งซื้อจาก Phononic ที่เร่งตัวขึ้น รวมทั้งค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ประเมินแนวโน้มกำไรจะดีขึ้นต่อเนื่องจากการลงทุนด้านห่วงโซ่อุปทานของ AI server ยังคงประมาณการฯและราคาเป้าหมาย
  • KCE* แนะนำ “ถือ” เป้าพื้นฐาน 62 บาท ฝ่ายวิจัยฯคาดกำไรปกติ 3Q69 = 514 ล้านบาท (+78% YoY +113% QoQ) และคาดการเจรจาปรับราคาขายสินค้ารองสองจะหนุนกำไรใน 4Q69 และปี 2570 นอกจากนี้ประเด็นเรื่องของคำสั่งซื้อ PCB ที่อาจเกิดขึ้นสำหรับการผลิตหุ่นยนต์ Humanoid robotics และ Optical Communication ยังไม่ได้รับคำยืนยันจากทางบริษัทฯและคาดจะยังไม่มีผลต่อกำไรในระยะสั้น ยังคงแนะนำเพียง “ถือ” และคงราคาเป้าหมาย 62 บาท
  • SIRI* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 1.75 บาท ฝ่ายวิจัยฯคาดกำไร 3Q69 จะเติบโต YoY QoQ เป็นราว 1.1-1.2 พันล้านบาท จากยอดโอนที่เติบโต และกำไรพิเศษ 150-200 ล้านบาท จากการร่วมทุนโครงการฯ การขายสินทรัพย์ และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน และคาดยอดขาย Presales ใน 3Q69 จะทำได้ราว 9.5 พันล้านบาท ทำให้ยอดขายสะสม 9M69 = 3.1 หมื่นล้านบาท (-5% YoY) หรือคิดเป็น 75% ของประมาณการฯทั้งปี ยังคงประมาณการฯและราคาเป้าหมาย
  • SPA แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 3.7 บาท ฝ่ายวิจัยฯคาดแนวโน้มกำไรจะดีต่อเนื่องใน 2H69 จากการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวดี รวมทั้งมีการปรับขึ้นค่าบริการราว 7-8% ตั้งแต่เดือน ต.ค.69 ขณะที่โครงการ The Zeaforest จะเปิดใน 1Q69 เป็น Upside ยังคงประมาณการฯและราคาเป้าหมาย
  • กลุ่มท่องเที่ยว น้ำหนักลงทุน “มากกว่าตลาดฯ” จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมที่เดินทางเข้าไทยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ถึง 26 ก.ย. อยู่ที่ 22.67 ล้านคน (-3.7% YoY) สร้างรายได้สะสม 880 พันล้านบาท (+3.3% YoY) เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อฤดูกาลท่องเที่ยวไฮซีซั่นของไทยใน 4Q69 และ 1Q70

หมายเหตุ: 1. *บริษัทอาจเป็นผู้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์บนหลักทรัพย์นี้ / 2. เป้าพื้นฐาน หมายถึง ราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐาน (Forecasted 12M Target price) ที่อ้างอิงจากบทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานฉบับล่าสุดของฝ่ายวิจัยฯ / 3. เป้า Consensus หมายถึง ค่าเฉลี่ยของราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐานที่จัดทำโดย Bloomberg consensus หรือ IAA Consensus

- Advertisement -