บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KGI) ผู้นำบริการโบรกเกอร์ ซื้อขายหุ้น อนุพันธ์ ตราสารหนี้ ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) และการบริหารความมั่งคั่งชั้นนำ

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

กลยุทธ์การลงทุน

หุ้นแนะนำ ต.ค. 2569 – สะสมหุ้นธีมลงทุนเอกชน + ดาต้าเซ็นเตอร์

พอร์ตหุ้นแนะนำเดือนกันยายนลดลง 2.6% ซึ่ง underperform ตลาดรวมที่ลดลง 2.0%

ตลาดหุ้นไทยผันผวนอย่างหนักในเดือนกันยายน โดยอ่อนตัวลงเล็กน้อยในช่วงปลายเดือนเพราะนักลงทุนอยู่ในโหมด risk-off มากขึ้นจากการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรโลกพุ่งสูงขึ้น และ สถานการณ์ในตะวันออกกลางมีความไม่แน่นอนสูงขึ้น ดังนั้น กระแสเงินทุนจากต่างชาติจึงอ่อนแอลงในระยะสั้นตามกระแสเงินทุนระยะสั้นที่ไหลออกสอดคล้องกับเงินบาทที่อ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ กรุงเทพ และ ปริมณฑลยังเผชิญกับภาวะน้ำท่วมเฉียบพลันในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกันยายน ทำให้เกิดกระแสความกังวลรอบใหม่เกี่ยวกับเศรษฐกิจไทย และ คุณภาพสินทรัพย์ของสถาบันการเงิน

มุมมองตลาดเดือนตุลาคม: น่าจะ rebound ได้เพราะตลาดสะท้อนความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกไปมากแล้ว

ในเดือนตุลาคม เราคาดว่าดัชนี SET น่าจะฟื้นตัวได้ โดยตลาดน่าจะดีดตัวขึ้นหลังจากที่ตอบรับเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญกับความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกอย่างเช่น ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง และ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมากในตลาดหลักทั่วโลก ทั้งนี้ เมื่อมองต่อไปข้างหน้า เรามองว่ามีโอกาสสูงที่ Fed จะหยุดขึ้นดอกเบี้ยชั่วคราวเพื่อติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ดัชนีราคา core PCE เดือนสิงหาคมออกมาต่ำกว่า consensus นอกจากนี้ เรายังมองว่ามีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงที่สหรัฐ และ อิหร่านจะบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในบางรูปแบบได้ในไม่ช้า หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายต่างแสดงสัญญาณของการประณีประนอมมากขึ้นในช่วงนี้ สำหรับปัจจัยในประเทศ รัฐบาลไทยเริ่มเดินหน้ามาตรการกระตุ้นการบริโภคเฟสสุดท้ายหลังจากนี้ไป และ จะเปลี่ยนโหมดไปเน้นกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชน ซึ่งได้แก่โครงการโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้แนวทาง PPP และ FDIs

หุ้นเด่นเดือนตุลาคม: DELTA*, GULF*, WHA*, STECON* และ CENTEL*

DELTA:* การที่ผู้ถือหุ้น DELTA ออกหุ้นกู้แปลงสภาพ (exchangeable bond) ไม่น่าจะกระทบกับโครงสร้างผู้ถือหุ้น, โครงสร้างการบริหาร หรือ การดำเนินธุรกิจของบริษัท ซึ่งการระดมทุนดังกล่าวเป็นไปตามแผนขยายธุรกิจของ Delta Taiwan และ สอดคล้องกับมุมมองของ KGI Taiwan ต่อมองบวกกับทิศทางการอัพเกรดสายโซ่อุปทาน AI เราคาดว่า DELTA จะได้รับอานิสงส์จากอุปสงค์ AI server ที่แข็งแกร่ง และ การอัพเกรดสายโซ่อุปทาน AI server ที่กำลังเกิดขึ้นตลอดทั้งสาย

GULF:* แนวโน้มยังดูน่าสนใจ โดยมีอุปสงค์ data center ที่ระบุได้แล้ว >2GW ของกำลังการผลิตที่คาดว่าจะได้ Direct PPA และ แผน PDP2026 ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนอีก 20-30GW และ เพิ่มกำลังการผลิตก๊าซอีก 20GW นอกจากนี้ เรายังคาดว่าต้นทุนการพัฒนาโครงการ RE ที่ต่ำกว่างบที่ตั้งไว้จะทำให้อัตราผลตอบแทนมี upside มากขึ้น

WHA:* ถึงแม้เกณฑ์ใหม่ที่เข้มงวดมากขึ้นในการคุมการลงทุน data center อาจจะฉุดรั้งแนวโน้มในระยะสั้น แต่เรามองว่าจะส่งผลดีต่อ WHA Group ในระยะยาว เพราะอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาด (barriers to entry) ที่สูงขึ้นน่าจะทำให้ธุรกิจที่เข้ามาใหม่อยากเข้ามาอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมที่มีบริการ solutions ครบวงจรมากกว่าจะพัฒนาศูนย์แบบ stand-alone ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีมีแผนจะบังคับใช้เกณฑ์ใหม่ภายในเดือนตุลาคม ซึ่งจะทำให้มีความชัดเจนมากขึ้นกับหุ้น WHA

STECON:* บริษัทเซ็นสัญญาโครงการใหม่มูลค่า 1 หมื่นล้านบาท (20% ของเป้าปี 2569F ที่ 5 หมื่นล้านบาท) ทำให้ backlog เพิ่มขึ้นเป็น 1.164 แสนล้านบาท โดยคาดว่าจะได้โครงการเพิ่มอีก 7 หมื่นล้านบาท ซึ่งหลักๆ จะเป็นโครงการ data center และ โรงไฟฟ้า เรามองว่า STECON จะเป็นหุ้นหลักที่ได้รับอานิสงส์จากการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในระบบนิเวศดิจิทัล ซึ่งรวมถึง FDI ที่เข้ามาลงทุนใน data center ด้วย

CENTEL:* เรายังคงมองบวกหลังจากที่ได้อัพเดตข้อมูลกับผู้บริหารของบริษัท โดย RevPAR ที่ลงบัญชีใน 3Q69F ฟื้นตัวขึ้น YoY ระดับหลักเดียวกลางๆ จาก -10% ใน 2Q69 และ คาดว่าจะดีขึ้นอีกในช่วง high season ใน 4Q69F จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้นในประเทศไทย และ มัลดีฟส์

- Advertisement -