KS Daily View 01.10.2026 >>> ตลาดลุ้นฟื้นตัว หลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด มอง SET วันนี้ 1,550-1,580 จุด แนะนำ STA, DELTA
แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,559.01 ลดลง -35.29 จุด (-2.21%) แรงขายมากในกลุ่มธนาคาร, ไฟแนนซ์, ค้าปลีก, พลังงาน โดยนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิที่ 10,735 ลบ. ส่วนวันนี้ประเมิน SET index แกว่งในกรอบ 1,550-1,580 จุด คาดตลาดลุ้นฟื้นตัว ตอบรับการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อ US PCE & Core PCE ซึ่งออกมาเมื่อคืนที่ต่ำกว่าตลาดคาด โดยอยู่ที่ระดับ 3.4%YoY และ 3.0%YoY ตามลำดับ ถือเป็นตัวเลขที่ตอกย้ำโอกาสการคงอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในการประชุมเดือน ต.ค. เป็นจิตวิทยาเชิงบวกในระยะสั้น แต่อย่างไรก็ดีตลาดยังให้โอกาสสูงถึง 84% ว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมเดือน ธ.ค.นี้ ดังนั้นการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของ US ยังเป็นข้อมูลสำคัญเพื่อให้ Fed ตัดสินใจ ส่วนด้านปัจจัยในประเทศ วานนี้ SET ถูกแรงขายหนักจากนักลงทุนต่างชาติ จากความเสี่ยงของกรณีน้ำท่วม อาจเพิ่ม Downside ต่อประมาณการ GDP ของไทยปีนี้ ซึ่งคงต้องติดตามใกล้ชิดว่า การทยอยปล่อยน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาลงมาในช่วงต้นเดือน ต.ค. จะกระทบต่อพื้นที่ กทม. และปริมณฑลมากน้อยแค่ไหน ส่วนด้านกลยุทธ์ ยังคงเน้นย่อสะสมหุ้นที่คาดแนวโน้มกำไรจะเติบโตดี โดยสำหรับวันนี้แนะนำ STA, DELTA
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
- Trip.com Group เผยนักท่องเที่ยวจีนช่วง Golden Week ปี 2569 มีแนวโน้มเดินทางเร็วขึ้นและพักนานขึ้น โดยยอดจองเที่ยวบินไป ภูเก็ตเพิ่ม 78% YoY ขณะที่เชียงใหม่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในกลุ่ม Gen Z สอดคล้องกับการฟื้นตัวของการเดินทางในเอเชีย นอกจากนี้ยอดจองที่พักตั้งแต่ 7 คืนขึ้นไปเพิ่มขึ้น 123% YoY สะท้อนทั้งจำนวนและระยะเวลาการเดินทางที่เพิ่มขึ้น ถือเป็นโมเมนตัมเชิงบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว AOT, AAV, BA, CENTEL และ ERW จากโอกาสฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนและกิจกรรมท่องเที่ยวช่วงGolden Week อย่างไรก็ดีคงต้องติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิดด้วย
- กรมชลประทานคาดมวลน้ำเหนือราว 3.4 พันล้าน ลบ.ม. ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา แต่ยังอยู่ในระดับบริหารจัดการได้ โดยจะปรับการระบายน้ำแบบ Real-time ให้สอดคล้องกับน้ำทะเลหนุนและปริมาณฝน พร้อมยืนยันว่าไม่กระทบกรุงเทพฯ อย่างไรก็ดี อ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีน้ำเฉลี่ยสูงถึง 81% และยังมีน้ำท่วมใน 31 จังหวัด จึงต้องติดตามพื้นที่ลุ่มต่ำภาคกลางและเขื่อนที่มีน้ำเกินความจุอย่างใกล้ชิด หากสามารถควบคุมได้จริงจะเป็นSentiment บวกต่อหุ้น Domestic plays โดยเฉพาะ Retail, Property, Tourism และนิคมอุตสาหกรรม จากความเสี่ยงน้ำท่วมกรุงเทพฯ ที่ลดลง แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์น้ำในภาคกลางและพื้นที่อุตสาหกรรมต่อเนื่อง
- ไทยเร่งสรุปรายละเอียดมาตรการ Access Capacity กับสหรัฐฯ ก่อนเดือน พ.ย. โดยตั้งเป้ารักษาอัตราภาษีนำเข้าสินค้าไทยไม่เกิน 19% และใกล้เคียงประเทศคู่แข่ง ขณะที่การเจรจามีแรงกดดันเพิ่มจากไทยเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ สูงขึ้นมาอยู่อันดับ 5 ในช่วง 6M26 ทั้งนี้ สหรัฐฯ อาจประกาศอัตราภาษีใหม่ได้ตั้งแต่ต้นเดือน ต.ค. ประเมินว่าหากภาษีสุดท้ายไม่เกิน 19% และแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้ มอง บวกต่อSentiment หุ้นส่งออกและนิคมฯ เช่น DELTA, HANA, KCE, TU, WHA และ AMATA ขณะที่ต้องติดตามรายละเอียดสินค้าและเงื่อนไข Access Capacity
- รัฐบาลวางแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 เป็นกรอบปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย โดยเน้นโครงการ High Impact/Game Changerเพื่อยกระดับผลิตภาพ กระจายรายได้สู่ SME และเศรษฐกิจฐานราก พร้อมต่อยอดอุตสาหกรรมเดิมสู่ New S-Curve เช่น Smart Agriculture, Food Processing/Pet Food, AI และพลังงานสะอาด เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างและยกระดับการเติบโตระยะยาว สำหรับเรามอง บวกเชิง Sentiment ระยะกลาง-ยาวต่อกลุ่ม Food/Pet Food, Technology, Renewable Energy และ SME-related Finance แต่ผลต่อกำไรยังขึ้นกับรายละเอียดโครงการ งบประมาณ และการดำเนินนโยบายจริง
Daily picks
STA: ราคาพื้นฐาน 26.00 บาท
- อุปทานยางโลกยังตึงตัวถึงปี 2570–71 จากผลผลิตไทยและอินโดนีเซียลดลง หนุนวัฏจักรราคายางขาขึ้นต่อเนื่อง
- ASP และ Margin มีแนวโน้มดีขึ้นใน 2H69 โดย ASP คาดเพิ่มจาก US$2.1/กก. ใน 1H69 เป็น US$2.3/2.5 ใน 3Q–4Q69 ขณะที่ยอดขายยางตามมาตรฐาน EUDR ช่วยเสริมปริมาณขาย
- คงคำแนะนำ “ซื้อ” STA ราคาเป้าหมาย 26 บาท ชอบ STA มากกว่า STGT จากแนวโน้มกำไรที่ชัดเจนกว่า ขณะที่ STGT ยังเผชิญต้นทุนน้ำยางสูงและความไม่แน่นอนด้านคำสั่งซื้อ
DELTA: ราคาพื้นฐาน 300.00 บาท
- การปรับฐานของ DELTA ในช่วงที่ผ่านมามองเป็นเพียงการรีเซ็ตระยะสั้น ขณะที่อุปสงค์ AI ยังแข็งแกร่ง จาก Capex ของ Hyperscaler ที่เร่งตัวและความต้องการระบบไฟ/ระบายความร้อนต่อ rack ที่สูงขึ้น
- คาด GPM และกำไรฟื้นใน 2H69 หลังแรงกดดันจากต้นทุนชิป สินค้าคงเหลือ และProduct mix คลี่คลาย โดยคาดกำไรปกติ CAGR ราว 32% ในปี 2569-71
- คงคำแนะนำ “ซื้อ” TP 300 บาท Valuation น่าสนใจขึ้นจากกปรับฐาน โดยปัจจุบันซื้อขายที่ 2027 PER ที่ราว 63 เท่า ต่ำกว่าเป้าหมาย 92 เท่า
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
- วันพฤหัสบดี ติดตาม PMI ภาคการผลิตของไทย เดือน ก.ย. และดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของไทย เดือน ก.ย. ส่วนด้านสหรัฐฯติดตาม ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ US คาดที่ 2 แสนตำแหน่ง สูงกว่าสัปดาห์ก่อนที่ 1.97 แสนตำแหน่ง, PMI ภาคการผลิตของ US เดือน ก.ย. คาดที่ 57.0 จุด, US ISM ภาคการผลิต ก.ย. คาดที่ 55.0 จาก 54.6 ในเดือน ส.ค. และยุโรปจับตา PMI ภาคการผลิตของยูโรโซน ก.ย. คาดที่ 52.7 จุด
- วันศุกร์ ติดตามการจ้างงานนอกภาคเกษตรของUS เดือน ก.ย. คาดเพิ่มขึ้น 9 หมื่นตำแหน่ง จาก 1.62 แสนตำแหน่ง, อัตราการว่างงาน US เดือน ก.ย. คาดทรงตัวที่ 4.1% และดัชนี CPI ยูโรโซน เดือน ก.ย. คาดที่ 3.7%YoY ส่วน Core CPI คาดที่ 2.5%YoY









