มองมีโอกาสย่อ แม้น้ำมันชะลอตัว // 1,560–1,575
คาด SET Index Sideways Down: ท่ามกลางความกังวลของราคาพลังงานที่ไม่ยอมชะลอตัวลง ท่ามกลางแรงหนุนจากฤดูกาล และ พายุโซนร้อนที่รบกวนการผลิต ทำให้ Bond Yields ชะลอตัวลงเพียงสั้นๆ และ ยังสูงกว่าในช่วงต้นปี กดดันภาพรวมการลงทุน
กลยุทธ์การลงทุน
1) คาดผลการดำเนินงาน 3Q69 เติบโต: GFPT, KBANK, KKP, KTC, MTC, TISCO, TRUE, TTB
2) ส่งออกและเกี่ยวเนื่อง: AMATA, CCET, DELTA, HANA, HTECH, KCE, ITC, STA, WHA
3) Domestic และการลงทุน: BJC, CBG, CENTEL, COM7, DOHOME, GLOBAL, HMPRO, ILM, MRDIYT, OSP, SCC, SINGER, STECON, TASCO
4) กังวลอุปทานน้ำมัน : BCP, PTTGC, TOP, SPRC
-
น้ำมันชะลอ แต่ไม่พอให้หายกังวล : ราคาน้ำมันดิบ WTI กลับมาเร่งตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดวานนี้ที่ 93 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังมีรายงานว่าทรัมป์ได้สั่งการให้กองทัพสหรัฐฯ เตรียมความพร้อมสำหรับการกลับมาปฏิบัติการรบครั้งใหญ่ในอิหร่านอีกครั้ง และอาจเริ่มโจมตีก่อนถึงเลือกตั้งกลางเทอม ก่อนจะชะลอตัวลงมาที่ระดับ 91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังทรัมป์ประกาศว่า สหรัฐจะไม่โจมตีอิหร่านก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม และย้ำว่า ขณะนี้สหรัฐและอิหร่านกำลังอยู่ในขั้นตอนเจรจาที่เป็นประโยชน์ อย่างไรก็ดีมองราคาพลังงานที่ไม่ยอมชะลอตัวต่ำกว่า 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ยังไม่ทำให้ตลาดคลายกังวลมากนัก และราคาน้ำมันดิบยังมีแรงหนุนจาก 1) เริ่มเข้าสู่ช่วง ฤดูหนาวที่จะทำให้ความต้องการพลังงานเร่งตัวขึ้น และ 2) พายุโซนร้อนก่อตัวในอ่าวเม็กซิโกทำให้โรงกลั่นของสหรัฐต้องหยุดดำเนินการ ด้าน Bond Yields สหรัฐ อายุ 10 และ 30 ปี แม้ชะลอตัวลงมาที่ระดับ 5.23% และ 5.61% แต่ยังเป็นระดับที่สูงเมื่อเทียบกับช่วงต้นปีที่เคยอยู่ต่ำกว่า 5% มองตลาดยังรอจับตา CPI และ PPI สหรัฐที่จะประกาศในอาทิตย์หน้า เพื่อตัดสินภาพทิศทางนโยบายของเฟดอีกครั้ง ขณะที่ JPMorgan ให้ความเห็นว่าการเร่งตัวของ Bond Yields ครั้งนี้จะกดดันหุ้นขนาดกลาง และเล็กทั่วโลก โดยมองสาเหตุจากความกังวลในสถานะทางการคลังสหรัฐเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยผลักดัน Bond Yields มองกดดันตลาดร่วมกับการที่นักลงทุนต่างชาติพลิกกลับมาขายสุทธิหุ้นไทยวานนี้กว่า 6.3 พันล้านบาท ในส่วนของราคาพลังงานในประเทศน่ากังวลเช่นกัน เนื่องจากเช้านี้มีการปรับราคาน้ำมันดีเซล แก๊สโซฮอล์ และเบนซินขึ้นอีก 0.75 บาท ทำให้เดือนนี้ราคาน้ำมันค้าปลีกที่กล่าวมาปรับขึ้นมาแล้ว 1.5 บาท สร้างความกังวลในภาพเงินเฟ้อระยะถัดไปของไทย
-
ปัจจัยอื่นๆที่น่าติดตามในสัปดาห์หน้า : US- Existing Home Sales (Sep)/ CPI + Core CPI (Sep)/ PPI+ Core PPI (Sep)/ Retail Sales (Sep)/ Philadelphia Fed Manufacturing Index (Oct)/ IMF Meeting/ IEA Monthly Report, EU- Industrial Production (Aug)/ CPI + Core CPI (Sep), JP- Core Machinery Orders (Aug)/ Industrial Production (Aug), UK- GDP (Aug)/ Trade Balance (Aug)
+ ปัจจัยเพิ่มเติม –
(-) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เดือนก.ย. 69 ปรับตัวลดลง จากระดับ 53.2 เป็น 52.1 ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน เนื่องจากผู้บริโภคกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมและราคาน้ำมันในตลาดโลกและในประเทศ
(+) ก.ล.ต. อนุมัติหลักเกณฑ์ 11 ฉบับ เพื่อรองรับการจัดตั้งและกำกับดูแล Crypto ETF ในประเทศไทย โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. 2569 ช่วยให้นักลงทุนสามารถลงทุน ETF ที่อ้างอิง BitCoin และ Ethereum
(+) ไทยเตรียมเก็บเงิน ‘นักท่องเที่ยว’ 3 เด้ง รวม 2,570 บาท โดยมีค่าธรรมเนียม PSC ค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยว และ ภาษีเดินทางออกนอกประเทศ อาจเพิ่มต้นทุนในการท่องเที่ยวต่างประเทศ
(+) ธนาคารโลก เปิดเผยว่า ไทยมีสัดส่วนการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเอไอมากถึง 22% ของมูลค่ารวมในปี 69 ซึ่งรับผลบวกจากกระแส AI โลก
Picks of the day
-
เป้าหมาย: 44.75 / 45.50
-
แนวรับ: 42.00 / 43.00
-
“โอลิมปิกการเงิน” หนุนบรรยากาศลงทุน: การเข้าสู่สัปดาห์การประชุม IMF-World Bank ในช่วง 12-18 ต.ค. 69 คาดช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุน โดยตลาดให้น้ำหนักต่อทิศทางเศรษฐกิจ และการเดินทางระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ Long-haul ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยสนับสนุน รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักของ CENTEL
-
ผลประโยชน์มากกว่าหนึ่งช่องทาง: หากมองผ่านโครงสร้างธุรกิจของ CENTEL ที่ประกอบไปด้วยโรงแรม และร้านอาหาร การจัดงานระดับนานาชาติในประเทศไทยยังสามารถส่งผ่านไปยัง ธุรกิจร้านอาหารจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้เดินทาง โดยเราเชื่อว่า CENTEL จะได้รับประโยชน์จากการจัดงานดังกล่าวผ่านทั้งธุรกิจโรงแรม และร้านอาหาร ทำให้มีโอกาสได้รับอานิสงส์มากกว่าหนึ่งช่องทาง
-
เป้าหมาย: 33.25 / 34.00
-
แนวรับ: 31.00 / 31.75
-
ผลประกอบการ 1H69 เด่น พร้อมปรับเป้าปีขึ้น: ใน 1H69 บริษัทมียอดขายที่ 4.7 หมื่นล้านบาท เติบโต 14.5% แต่กำไรสุทธิ เติบโตมากกว่ารายได้มาอยู่ที่ 2.5 พันล้านบาท +27.5% y-y ทำ New High จากธุรกิจผ่อน UFUND และประกัน iCare ที่ margin สูงเกือบ 60% คาดครึ่งปีหลังสามารถคงโมเมนตัมบวกได้ โดยไตรมาส 4 เป็นช่วงพีคของปีจากการเปิดตัว iPhone ทั้งนี้ผู้บริหารปรับเป้าปี 2569 ขึ้นเป็นรายได้ +10–15% และกำไร เติบโตมากกว่า 20%
-
Sentiment บวกจาก iPhone รุ่นใหม่: ได้รับ Sentiment บวกจากการเริ่มขาย iPhone 18 Pro/Pro Max ในวันที่ 18 ก.ย. และ iPhone Duo รุ่นจอพับที่จะเริ่มเปิดพรีออเดอร์ 16 ต.ค. วางขาย 23 ต.ค. โดยราคาเปิดตัวในไทยสูงกว่ารุ่นก่อน 4,000–20,000 บาท และ Duo เริ่มที่ 79,900 บาท ช่วยดัน ASP และรายได้ต่อชิ้นของ Studio7 สินค้าราคาสูงยังหนุนยอดผ่อน UFUND และประกันของ iCare หนุนกำไรของ COM7









