ประชุม IMF ที่ไทยมองหนุนกลุ่มนิคมและ Yield ที่ลดลงดีกับหุ้นในกลุ่มการเงิน

MARKET UPDATE

DJIA คืนวันศุกร์ปิด 423 จุด (+0.8%) รับแรงหนุนจากการเข้าซื้อในหุ้นหลายๆ Sector ที่มิใช่แค่ TECH อีกส่วนอาจเป็นเรื่องของ Bond Yield สหรัฐฯที่ปรับลง ด้านราคาน้ำมัน BRT ขึ้นมาราว 0.4% ได้แรงหนุนจากพายุที่เคลื่อนตัวเข้าสู่อ่าวเม็กซิโกตอนเหนือกดดันอุปทานหายไป ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นเด่นวันศุกร์ได้แก่ MSFT +2.4% GOOGL +0.97% AMZN +3.3%

MARKET OUTLOOK

ปัจจัยต่างประเทศ

ช่วงเช้าวันอาทิตย์ตามเวลาประเทศไทยมีรายงานว่าซาอุฯถูกโจมตีสนามบินทำให้สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียดและอาจกดดันน้ำมันดิบกับ Yield ขยับขึ้นอีกครั้ง เช่นนี้จะกดดันตลาดหุ้นแต่ขณะเดียวกันนักลงทุนก็อยู่ในช่วงรอดูท่าทีผลประกอบการ สัปดาห์นี้จะประกาศกันหลายตัวอย่างตัวที่ตลาดให้น้ำหนักได้แก่ TSMC ในวันพฤหัสบดีก่อนตลาดเปิดและ ASML ก่อนตลาดเปิดวันพุธ แต่รายได้ YTD +41%YoY สำหรับ TSMC เป็นปัจจัยยืนยันว่าเติบโตแต่อาจไปดูที่กำไรและ Margin คืนนี้ไม่มีปัจจัยสำคัญต้องติดตาม แต่ระหว่างสัปดาห์จะมีการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯและดัชนีผู้ผลิต หากต่ำกว่าคาดการณ์จะเป็นปัจจัยหนุน เช้านี้ราคาน้ำมัน BRT -0.7%

ปัจจัยในประเทศ

ประเทศไทยเข้าสู่ช่วงประชุม IMF – World Bank ช่วง 12 – 18 ต.ค. หัวข้อหลักๆที่เป็นประเด็นคือเรื่องเศรษฐกิจและการเงิน มองกลุ่มนิคมฯและรับเหมาก่อสร้างรับปัจจัยหนุนที่อาจเร่ง FDI จากต่างประเทศ ขณะที่บริษัทจดทะเบียนไทยก็จะเริ่มทยอยรายงานผลประกอบการเช่นกันสัปดาห์นี้ หากดีกว่าคาดการณ์จะช่วยหนุนบรรยากาศ

ประเมิน SET กรอบ 1570 – 1590 ช่วงเช้า US Future +0.2% สะท้อนตลาดไม่ได้กังวลมากกับสงคราม เชิงกลยุทธ์การลงทุนมองหาโอกาสในกลุ่ม Against Bond เช่น การเงิน (MTC SAWAD TIDLOR) อสังหาฯ (AP SPALI) ELEC (BGRIM GPSC GULF DELTA HANA KCE) กลุ่มที่กำลังเข้าสู่ High Season (AOT MINT CENTEL) นิคมฯ (AMATA WHA)

TOP PICK

WHA [ซื้อ] TP: Bt 5.60

ด้วยการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนในช่วง 4Q26 จะทำให้กำไรสุทธิในช่วงดังกล่าวดีที่สุดของปี และทำให้เรายังคงกำไรทั้งปีไว้เท่าเดิมก่อนที่ 5,371 ล้านบาท (+5%YoY)

MTC [ซื้อ]  TP: Bt 39

คาดกำไรสุทธิปี 2026-27 เติบโตต่อเนื่อง 14%/13% หนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นล้อกับสินเชื่อที่ขยายตัว

- Advertisement -