บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
TISCO FINANCIAL (TISCO TB)
3Q26 results at first glance
กำไร 3Q26 เป็นไปตามคาด หนุนจาก NIM ที่แข็งแกร่ง
Highlights
- TISCO รายงานกำไรสุทธิ 3Q26 ใกล้เคียงที่เราและตลาดคาดที่ 1,804.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4% q-q และ 4.3% y-y กำไรที่ดีขึ้นทั้ง q-q และ y-y มีสาเหตุหลักมาจาก NIM ที่ดีขึ้นและ ECL ที่ลดลง
- แม้ว่ากำไรจะเป็นไปตามคาด แต่สิ่งที่ทำได้ดีและ surprise เราคือส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Loan spread) ที่ยังขยับสูงขึ้นเป็น 5.88% ทั้งที่การเติบโตของสินเชื่อส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อธุรกิจ (Corporate loan) ซึ่งสาเหตุหลักเป็นผลมาจากต้นทุนเงินฝากที่ลดลงเร็ว ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) เพิ่มขึ้นเป็น 5.00% เพิ่มติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 2 จาก 4.98% ใน 2Q26 และ 4.84% ใน 3Q25
- สินเชื่อรวมเพิ่มขึ้นเพียง 1.1% q-q เป็น 238.5 พันล้านบาท หลักๆโตจากสินเชื่อธุรกิจ (+4.7% q-q) และ SME (+2.6% q-q) แต่สินเชื่อรายย่อยลดลง 0.3% q-q โดยเฉพาะสินเชื่อทะเบียนรถและสินเชื่อบ้าน
- รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิ +6.1% y-y ได้แรงหนุนจากธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจจัดการกองทุน แต่รายได้จาก FVTPL ลดลงอย่างมากเหลือเพียง 11.9 ล้านบาท จาก 364.3 ล้านบาทใน 3Q25 ทำให้รายได้จากการดำเนินงานรวม -2.3% y-y
- ค่าใช้จ่ายสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) -9.9% q-q, -40.3% y-y เหลือเพียง 496.2 ล้านบาท คิดเป็น credit cost เพียง 0.8% ของสินเชื่อ สะท้อนคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้นและในช่วงที่ผ่านมาสำรองเพียงพอแล้ว
- NPL จึงลดลงต่อเนื่องเป็น 2.01% จาก 2.12% ใน 2Q26 และ 2.31% ใน 3Q25 (อย่างไรก็ตาม ใน 3Q26 ยังไม่มีผลกระทบจากน้ำท่วมในกรุงเทพ) ทำให้ Coverage ratio สูงขึ้นเป็น 192.5% ซึ่งธนาคารเชื่อว่ารองรับความเสี่ยงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและราคาพลังงานที่สูงขึ้น รวมถึงสถานการณ์น้ำท่วมปลายไตรมาสได้
Outlook
- NIM มีแนวโน้มทรงตัวถึงอ่อนตัวในระยะถัดไป หลังต้นทุนทางการเงินลดลงมากแล้วในช่วงที่ผ่านมา และต้นทุนเงินฝากใหม่เริ่มปรับสูงขึ้น และประโยชน์จากการ repricing เงินฝากอาจมีจำกัด Loan spread ที่ขยายตัวอาจไม่เป็นแรงหนุนต่อเนื่องในปีหน้า ยกเว้นหากเศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างชัดเจน TISCO อาจกลับมาเร่งสินเชื่อกลุ่ม high-yield เพื่อชดเชยแรงกดดันจาก spread ที่แคบลง แต่ปัจจุบันยังระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อ
- กำไรสุทธิงวด 9M26 อยู่ที่ 5,301.2 ล้านบาท (+5.6% y-y) คิดเป็น 78% ของประมาณการทั้งปี เรายังคงประมาณการและราคาเป้าหมาย 132 บาท คงคำแนะนำถือเพื่อรับปันผลที่คาด Dividend yield 6.4% ในปีนี้








