KS Daily View 20.10.2026 >>> สัปดาห์แบงก์ประกาศงบ เริ่มเห็นสัญญาณหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ฟื้น
กรอบ SET วันนี้ที่ 1,560-1,585 จุด แนะนำ KKP, MTC
แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: SET indexวานนี้ปิดตลาดที่ 1,571.72 ลดลง -1.29 จุด (-0.08%) แรงขายมากในกลุ่มสื่อ, ปิโตรเคมี และรับเหมาฯ โดยนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิ 2,136 ลบ. ส่วนวันนี้ประเมิน SET index ฟื้นตัวในกรอบ 1,560-1,585 จุด เริ่มเห็นแรงซื้อกลับในหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ หลังจากในช่วงที่ผ่านมามีการปรับฐานค่อนข้างแรง ทำให้ Valuation น่าสนใจขึ้น ผสานกับการเข้าสู่ช่วงการรายงานผลประกอบการ ซึ่งตลาดยังคาดว่ากำไรในหุ้นกลุ่มนี้ยังสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ดังนั้นการฟื้นตัวดังกล่าวคาดจะหนุนจิตวิทยาเชิงบวกต่อ SET ให้ฟื้นตัวเช่นกัน ส่วนปัจจัยในประเทศในระยะสั้น ยังเน้นจับตาการรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 3Q26 โดยสัปดาห์นี้ยังเน้นไปที่งบกลุ่มธนาคาร ซึ่งที่ออกมาแล้วทั้งTISCO และ KKP ถือว่าอยู่ในเกรณฑ์ที่ดี คาดเป็นแรงหนุนเพิ่มเติมต่อหุ้นกลุ่มธนาคารตัวอื่นๆ ส่วนด้านราคาน้ำมันดิบโลก เริ่มชะลอตัวลงเล็กน้อย ช่วยผ่อนคลายต่อประเด็นเงินเฟ้อในระยะสั้น แต่อย่างไรก็ดียังคงต้องเกาะติดอย่างใกล้ชิด ส่วนกลยุทธ์การลงทุน ยังแนะทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานดี ที่คาดแนวโน้มผลประกอบการแข็งแกร่ง และ Valuation น่าดึงดูด โดยสำหรับวันนี้เราแนะนำ KKP, MTC
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
- GDP จีน 3Q26 ขยายตัว 4.5% YoY สูงกว่าคาดและเร่งขึ้นจาก 4.3% ใน 2Q26 ส่งผลให้ GDP ช่วง 9M26 เติบโต 4.6% อยู่ในกรอบเป้าหมายรัฐบาลที่ 4.5–5.0% โดยได้แรงหนุนจากภาคส่งออกและอุตสาหกรรม AI สะท้อนจากผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ก.ย. เพิ่มขึ้น 5.5% YoY สูงสุดในรอบ 6 เดือน ขณะที่ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้นเพียง 1.1% YoY และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานยังหดตัว ทำให้คาดว่ารัฐบาลอาจชะลอมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติม และเศรษฐกิจปี 2027 มีแนวโน้มเติบโตชะลอลงใกล้ 4% ถือเป็นบวกเชิงจิตวิทยาระยะสั้นต่อกลุ่มปิโตรเคมีและสินค้าโภคภัณฑ์ แต่ Upside ยังจำกัดจากอุปสงค์ภายในจีนที่อ่อนแอ
- การประท้วงต่อต้านค่าครองชีพสูงและคุณภาพบริการสาธารณะที่ถดถอยในฝรั่งเศสลุกลามเป็นเหตุจลาจลเมื่อวันที่ 17 ต.ค. ส่งผลให้เกิดการปะทะกับตำรวจ การเผาอาคาร และปล้นร้านค้า โดยมีผู้ถูกจับกุมหลายพันคน ทำให้หลายประเทศยุโรป ได้แก่ อิตาลี เยอรมนี เช็ก โปแลนด์ และกลุ่มนอร์ดิก ออกคำเตือนให้พลเมืองหลีกเลี่ยงพื้นที่ชุมนุมและเพิ่มความระมัดระวัง ท่ามกลางความกังวลว่าสถานการณ์อาจยืดเยื้อและกระทบความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ มองเป็นลบทางอ้อมต่อกลุ่มส่งออกที่พึ่งพาตลาดยุโรป หากความไม่สงบยืดเยื้อจนกระทบการบริโภคและกิจกรรมเศรษฐกิจ ขณะที่ผลกระทบโดยตรงต่อ SET คาดยังจำกัด
- รฟม. เปิดแผนลงทุนรถไฟฟ้าใหม่ 4 เส้นทาง รวมระยะทาง 64.8 กม. วงเงิน 1.75 แสนล้านบาท ประกอบด้วยสายสีน้ำตาล แคราย–ลำสาลี (4.17 หมื่นลบ.) สายสีเทา วัชรพล–ทองหล่อ (2.9 หมื่นลบ.) สายสีเงิน บางนา–สุวรรณภูมิ (8.9 หมื่นลบ.) และสายสีฟ้า ดินแดง–สาทร (1.47 หมื่นลบ.) โดยสายสีน้ำตาลและสีเงินคาดเสนอ ครม. อนุมัติในปี 2571 ขณะที่สายสีเทาอยู่ระหว่างทบทวนรายละเอียด และสายสีฟ้าจะดำเนินการในลำดับถัดไป ถือเป็นบวกเชิงจิตวิทยาต่อกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง CK, STECON, BEM, BTS จากโอกาสรับงานในระยะยาว แต่ผลต่อ Backlog ยังไม่เกิดขึ้นทันที เนื่องจากโครงการส่วนใหญ่ยังอยู่ในขั้นตอนศึกษาและรออนุมัติ
- ตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซียเตรียมถอดหุ้นที่มีการกระจุกตัวของผู้ถือหุ้นสูงออกจากการคำนวณดัชนี Jakarta Composite Index (JCI) ซึ่งปัจจุบันมีน้ำหนักรวมราว 18% เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและลดความเสี่ยงที่ MSCI จะปรับลดสถานะตลาดหุ้นอินโดนีเซียจาก Emerging Market เป็น Standalone Market นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์จะเปิดเผยรายชื่อผู้ถือหุ้นตั้งแต่ 1% พร้อมระบุความเกี่ยวข้องกับบริษัท ประเมินเป็นจิตวิทยาบวกต่อ SET และหุ้นขนาดใหญ่ใน MSCI Thailand หากอินโดนีเซียถูกลดสถานะจริงและเกิดการโยกย้ายเงินลงทุนมายังตลาดหุ้นไทย แต่ผลกระทบยังขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของMSCI และการปรับน้ำหนักดัชนี
Daily picks
KKP: ราคาพื้นฐาน 153.00 บาท
- กำไรสุทธิ 3Q69 อยู่ที่ 2.39 พันลบ. (+13% QoQ, +43% YoY) สูงกว่าคาด 15% จากค่าธรรมเนียมธุรกิจ Wealth Management, Dime! และวาณิชธนกิจ
- NII เพิ่มขึ้น 4% QoQ และ 7% YoY จากสินเชื่อและ NIM ที่ดีขึ้น ขณะที่ NPL ratio ลดลงเหลือ 3.4% และ Coverage Ratio เพิ่มเป็น 155%
- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 153 บาท โดย KKP ยังเป็นหุ้นเด่นจาก ROE ที่เพิ่มเป็น 13.9% และการขยายธุรกิจที่ใช้เงินทุนต่ำ
MTC: ราคาพื้นฐาน 39.00 บาท
- คาดกำไรปกติ 3Q69 ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 1.97 พันลบ. (+3.6% QoQ, +14.5% YoY) จากสินเชื่อเติบโตและNIM ปรับตัวดีขึ้น
- คาดสินเชื่อเพิ่มขึ้น 2.5% QoQ และ NIM ขยายตัว 10bps จากต้นทุนเงินทุนลดลง ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์ทรงตัวและผลกระทบน้ำท่วมจำกัด
- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 39.00 บาท จากมูลค่าหุ้นที่ไม่แพงเมื่อเทียบกับ ROE ระดับ 16% และแนวโน้มกำไรที่แข็งแกร่ง
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
- วันอังคาร ติดตามการประชุม ครม. ส่วนปัจจัยต่างประเทศ เกาะติดยอดการเริ่มสร้างบ้านของUS เดือน ก.ย. คาด +1.6%MoM, ใบอนุญาตก่อสร้างของ US เดือน ก.ย. คาด -1.3%MoM, US Pending Home Sales ก.ย. คาด -0.5%MoM, Loan Prime Rateของจีน อายุ 1 ปี และ 5 ปี คาดคงที่ที่ 3.0% และ 3.5% ตามลำดับ
- วันพุธ ติดตามรายงานสต๊อกน้ำมันดิบ US รายสัปดาห์
- วันพฤหัสบดี ติดตามยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของ US คาดที่ 2 แสนราย และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของยูโรโซน เดือน ต.ค. คาดที่ -17.0 จาก -16.5 จุด ในเดือน ก.ย.
- วันศุกร์ ติดตาม PMI ภาคการผลิตของ US เดือน ต.ค. คาดที่ 55.5 ลดจาก 55.9 ในเดือน ก.ย. , PMI ภาคบริการของ US เดือน ต.ค. คาดที่ 58.0 ลดจาก 58.8 ในเดือน ก.ย. , ดัชนีความเชื่อมั่นของ US จาก ม.มิชิแกน เดือน ต.ค. และ PMI ภาคการผลิตและบริการของยูโรโซน









