แนวโน้มตลาดหุ้น ธีมการลงทุน และปัจจัยสำคัญ (รักพงศ์ ไชยศุภรากุล, IAA เลขทะเบียนฯ: 19838)
มีเด้งบ้าง ภาพรวมของปัจจัยยังเปราะบาง
เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบแคบๆ (อ่อนแอกว่าคาดเล็กน้อย)… ดัชนีฯ ปิดลบ 0.08% เนื่องจาก i) จิตวิทยาตลาดยังถูกถ่วงจากฟันด์โฟลว์ที่ยังอยู่ในฝั่งขายสุทธิ แม้ว่าปัญหาในตลาดหุ้นอินโดนีเซียน่าจะผลักดันให้เม็ดเงินไหลเข้าตลาดหุ้นอื่นๆ ในอาเซียน แต่คงต้องใช้เวลาสักระยะ ii) แรงซื้อหุ้นกลุ่มธนาคาร (แนวโน้มการลงทุนภาคเอกชนเป็นบวก) ถูกหักล้างด้วยแรงขายในกลุ่มโรงกลั่น (ข่าวลบจากประเด็นรัสเซียและจีน เตรียมส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น)
ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันอังคาร รีบาวด์ได้บ้าง ภาพรวมยังผันผวน… ปัจจัยการลงทุน ได้แก่ i) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัวเล็กน้อย หนุนโดยการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังจากหุ้นกลุ่มนี้ปรับลงแรงในช่วงก่อนหน้านี้ ผนวกกับแรงเก็งกำไรงบฯ ไตรมาส 3/2569 ของหุ้นเทคฯ อย่าง SpaceX ในคืนวันนี้ รวมทั้งของ META และ Tesla ในช่วงที่เหลือของสัปดาห์นี้ ii) ราคาน้ำมันดิบทรงตัวในกรอบแคบ สะท้อนความเปราะบางของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยอิหร่านดูมีท่าทีอ่อนลงเล็กน้อย เสนอว่าสามารถเปิดช่องแคบฮอร์มุซใน 6-7 วัน หากสหรัฐฯ เดินตามข้อเสนอหยุดยิงที่มีการพูดคุยกันในเดือน มิ.ย. 2569
ด้านปัจจัยที่น่าติดตามและมีนัยต่อตลาด… i) ติดตามการประชุม ครม. ในวันนี้ โดยตลาดกำลังรอรายละเอียดของเกณฑ์การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ รวมทั้งแนวทางการออกบัญชีลงทุนส่วนบุคคล (TISA) ซึ่ง ก.คลังตั้งเป้าประกาศใช้ในปี 2570 เป็นเรือธงหลักในการสนับสนุนการลงทุนระยะยาวของประชาชน
หุ้นเด่นเชิงกลยุทธ์ (สุโชติ ถิรวรรณรัตน์, IAA เลขทะเบียนฯ: 28668)
หุ้นปันผลดี KKP, LH / ลุ้นบอร์ดประกันสังคม BCH***
KKP (เป้าพื้นฐาน 145 บาท)* 1) รายงานกำไร 3Q69 โตดี + คาดสินเชื่อรถอีวีจะเร่งขึ้นก่อนมาตรการภาษีใหม่ รายงานกำไร 3Q69 = 2.4 พันล้านบาท (+12.5% QoQ +43% YoY) ดีกว่าคาด +15% และเราประเมิน Sentiment บวกจากยอดสินเชื่อรถอีวีที่มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นใน 4Q69 จากมาตรการภาษีรถอีวีนำเข้าที่จะมีผลบังคับใช้ต้นปีหน้า (คาดค่ายรถต่างๆจะเร่งออกโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายโค้งสุดท้าย) 2) ประเมินปันผลสูง เราคาดปันผลสำหรับ 2H69 = 4.5 บาท/หุ้น (Yield 3.9%) และคาดปันผลปี 2570 หุ้นละ 8.55 บาท (Yield 7.5%) 3) ราคาหุ้น Sideway เริ่มฟื้นจากกรอบแนวรับ ประเมินแนวรับ 113.5 บาท / แนวต้าน 115 – 118 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 122 บาท (Stop loss 110.5 บาท)
LH (เป้าพื้นฐาน 4.2 บาท)* 1) คาดแนวโน้มกำไรดีขึ้นต่อเนื่องใน 3Q-4Q ฝ่ายวิจัยฯคาดกำไร 3Q69 = 604 ล้านบาท (+15% QoQ) และคาดแนวโน้มกำไร 4Q69 จะดีต่อเนื่องทำจุด Peak ของปี (เริ่มทยอยโครงการ Wanwayla + การเปิดตัว GCP Voyage Pattaya + กำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์) และคาดปีหน้ากำไรโตต่ออีก +42% 2) Valuation ถูก มีปันผลดี Forward PE 10.8 เท่า (ใกล้ -2SD) และคาดปันผลสำหรับ 2H69 หุ้นละ 0.19 บาท (Yield 5.4%) และคาดปันผลปีหน้า 0.27 บาท (Yield 7.7%) 3) เราประเมินราคาหุ้นเริ่มสร้างฐานมีโอกาส Rebound ประเมินแนวรับ 3.46 บาท / แนวต้าน 3.56 – 3.62 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 3.7 บาท (Stop loss 3.4 บาท)
BCH (เป้าพื้นฐาน 12.5 บาท)* 1) ประเมิน Sentiment บวกจากทั้งงบ 3Q และการปรับค่ารักษาฯ ประกันสังคมใหม่ ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 3Q69 โต +8.2% YoY +9.5% QoQ เป็น 376 ล้านบาท หนุนโดยผู้ป่วยต่างชาติที่ฟื้นตัว + High season และคาดมีโอกาสที่บอร์ดประกันสังคมจะปรับขึ้นค่ารักษาพยาบาลหนุน Upside ประมาณการฯ (ประชุมสรุปครั้งสุดท้าย 24 ต.ค.นี้) 2) ประเมินรูปแบบราคา Sideway up ยืนเหนือค่าเฉลี่ย 200 วัน ประเมินแนวรับ 11.2 บาท / แนวต้าน 11.5 – 11.7 บาท กรณีแกว่งผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 12 บาท (Stop loss 11 บาท)
หุ้นมีข่าว
(+) GUNKUL* SYNEX, HMPRO* GLOBAL* DOHOME*) เคาะโซลาร์รูฟท็อป 1 ล้านราย (เดลินิวส์) แจก 5 หมื่นลงทะเบียน พ.ย. นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ตาม พ.ร.ก.กู้เงิน ได้อนุมัติโครงการโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชน ของกระทรวงมหาดไทยแล้ว โดยจะให้เงินสนับสนุนช่วยเหลือประชาชนในการติดตั้งหลังคาโซลาร์รูฟท็อปครัวเรือนละ 50,000 บาท จำนวน 1 ล้านครัวเรือน คิดเป็นวงเงินงบประมาณ 50,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินกู้ในส่วนที่ 2 สำหรับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน วงเงิน 2 แสนล้านบาท
(+) CPAXT ผนึกกำลัง ‘ไมเนอร์ ฟู้ด’ ขน 5 แบรนด์ดังขยายสู่สาขาแม็คโคร-โลตัสทั่วประเทศ (ข่าวหุ้น) CPAXT จับมือ “ไมเนอร์ ฟู้ด” เปิดตัว Corporate Franchisee Model ครั้งแรก โดย CPAXT เป็นผู้ลงทุนและรับสิทธิ์แฟรนไชส์ ขณะที่ไมเนอร์ ฟู้ด ร่วมบริหารร้าน พร้อมนำ 5 แบรนด์ดังขยายสู่สาขาแม็คโครและโลตัสทั่วประเทศ ยกระดับสู่ Food & Lifestyle Destination ครบวงจร
(+) BDMS* รุกตลาดสเต็มเซลล์ ดีเดย์รักษามะเร็งรายแรก (ข่าวหุ้น) BDMS* รุกตลาดสเต็มเซลล์ลงทุน 170 ล้านบาท เพิ่มสัดส่วนถือหุ้นใน “เจเนพติก ไบโอ” เป็น 55% หวังต่อยอดการพัฒนาเทคโนโลยี CAR-T Cell Therapy ยารักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวฝีมือคนไทย มาตรฐาน GMP พร้อมก้าวสู่การผลิตเชิงพาณิชย์และสร้างโอกาสการเข้าถึงการรักษาขั้นสูงได้อย่างทั่วถึง ตั้งแต่ปี 70
(+) กลุ่มยานยนต์ SAT AH) ‘โตโยต้า’ ปักหมุด 1.5 พันล้าน (ไทยโพสต์) บีโอไอเคาะตั้งฐานผลิตในไทยลุยปิกอัพไฮโดรเจน 3,000 คัน/ปี บีโอไอไฟเขียว ‘โตโยต้า มอเตอร์’ ปักหมุดลงทุนเฉียด 1.5 พันล้านบาท ประเดิมไลน์ผลิต ‘รถปิกอัพไฟฟ้าพลังงานไฮโดรเจน’ ครั้งแรกของไทย กดปุ่ม 3,000 คันต่อปี คาดเริ่มเดินเครื่องปลายปี 70
(0) TEGH เลื่อนขายไอพีโอหุ้น TEBP เหตุตลาดไม่เอื้อรอยื่นไฟลิ่งใหม่ (ข่าวหุ้น) TEGH เลื่อนขาย IPO หุ้นบริษัทย่อย TEBP เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ เหตุภาวะตลาดไม่เอื้อ ประกอบกับเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกยังผันผวน ก่อนรอยื่นไฟลิ่งใหม่อีกครั้ง
หุ้นที่เคยแนะนำก่อนหน้า
- โรงไฟฟ้า + Data center: ASEFA (Trailing stop 7.05 บาท) EPG* (Trailing stop 6.25 บาท) ALT (Stop loss 1.66 บาท) GPSC* (Stop loss 48.75 บาท) BGRIM* (Stop loss 18.7 บาท) GULF* (Stop loss 60.25 บาท)
-
พลังงานและปิโตรเคมี: PTTGC* (Trailing stop 50.5 บาท) BBGI (Trailing stop 7.0 บาท)
-
กลุ่มธนาคารฯ (Defensive yield): KTB* (Stop loss 42.25 บาท)
-
ท่องเที่ยว: AWC* (Stop loss 2.98 บาท)
-
หุ้นรับงบฯ 3Q: ADVICE (Stop loss 6.95 บาท) NTF (Stop loss 12.6 บาท) ITC (Stop loss 16.6 บาท) SCGP* (Stop loss 28.5 บาท) BEM* (Stop loss 6.1 บาท)
-
BBL* แนะนำ “ถือ” เป้าพื้นฐาน 188 บาท ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินการปรับตัวลงของราคาหุ้น Permata Bank เป็นความเสี่ยงต่อ BBL เนื่องจากอาจเกิดผลขาดทุนจากการแปลงค่าเงินที่มากขึ้น อย่างไรก็ดีความผันผวนของตลาดทุนและอัตราแลกเปลี่ยนส่งผลกระทบหลักต่อมูลค่าทางบัญชี โดยไม่มีผลกระทบที่มีนัยสำคัญต่องบกำไรขาดทุน จึงคงประมาณการกำไรไว้เท่าเดิม แต่เพื่อสะท้อนผลขาดทุนจากการแปลงค่าเงินที่มากขึ้น ฝ่ายวิจัยฯปรับลดมูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น ปี 2570F ลง และปรับลดเป้าหมาย PBV ลง ได้ราคาเป้าหมายลงเป็น 188 บาท (เดิม 210 บาท) ยังคงแนะนำ “ถือ”
-
LH* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 4.2 บาท ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 3Q69 = 604 ล้านบาท (+15% QoQ -23% YoY) และคาดแนวโน้มกำไรจะทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q69 หนุนโดยยอดโอนจากโครงการคอนโด Wanwayla มูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท (ขายได้แล้ว 60%) และการเปิดตัว GCP Voyage Pattaya รวมถึงกำไรพิเศษ 750 ล้านบาทจากการขายสินทรัพย์ GCP Surawong และอสังหาฯ ในสหรัฐฯ อีก 2 แห่ง อย่างไรก็ดีฝ่ายวิจัยฯ ปรับลดประมาณการฯปีนี้ลง (กำไร 9M อ่อนแอกว่าคาดเดิม) แต่คาดกำไรปีหน้าจะโต +42% YoY จากคาดการณ์ยอดโอนคอนโดที่จะเพิ่มขึ้นในปีหน้า ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 4.2 บาท (เดิม 4.0 บาท) ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” (เดิม “ถือ”)
-
MAJOR* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 8.4 บาท ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 3Q69 = 247 ล้านบาท (+95% YoY +240% QoQ) หนุนโดยผลงานที่ดีขึ้นของภาพยนตร์ฮอลลีวูดและภาพยนตร์ไทย ยอดขายตั๋วและรายได้จากการขายอาหาร/เครื่องดื่มที่สูงขึ้น รวมถึงอัตรากำไรที่ขยายตัว ทั้งนี้คาดแนวโน้มกำไรจะดีต่อเนื่องใน 4Q69 ยังคงประมาณการฯและคำแนะนำ “ซื้อ”
-
BCPG* “Not rated” ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 3Q69 = 890 ล้านบาท (+476% QoQ +42% YoY) หนุนโดยผลการดำเนินงานตามฤดูกาลที่แข็งแกร่งของโรงไฟฟ้าก๊าซในสหรัฐฯ และโรงไฟฟ้าพลังน้ำในลาว ค่าตอบแทนความพร้อมจ่าย (Capacity Payment) ในสหรัฐฯ ที่สูงขึ้น และการรับรู้ผลประโยชน์จากโครงการ Monsoon









