บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KGI) ผู้นำบริการโบรกเกอร์ ซื้อขายหุ้น อนุพันธ์ ตราสารหนี้ ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) และการบริหารความมั่งคั่งชั้นนำ

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

BCPG Pcl. (BCPG.BK/BCPG TB)*

แม้กำไรปีนี้จะพีค…แต่บดบังแนวโน้มที่ท้าทายปี 2570F

Event

ประมาณการ 3Q69F และแนวโน้มธุรกิจ

Impact

ประมาณการ 3Q69F – กำไรสูงสุดของปี (ตามคาด)

วันที่ 4 พ.ย. BCPG น่าจะรายงานกำไรสุทธิ 3Q69F ที่ 890 ลบ. (+42% YoY และ +476% QoQ) และกำไรหลัก (ตัดขาดทุน Fx) ที่ 980 ลบ. (+38% YoY และ +440% QoQ) กำไรที่พุ่งก้าวกระโดด QoQ คาดจะเกิดจากเป็นช่วง high season โรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ (ฤดูร้อน) และโรงไฟฟ้าพลังน้ำในลาว (Nam San 3A และ 3B) บวกโรงไฟฟ้าพลังงานลม Monsoon ดีขึ้นหลังได้อานิสงส์จากพายุไต้ฝุ่น กำไรที่โตโดดเด่น YoY จะหนุนจาก i). capacity payment (CP) เพิ่มขึ้นมากของสินทรัพย์โรงไฟฟ้าก๊าซฯ ในสหรัฐฯ (857 MWe) ii) โครงการ Monsoon (290 MWe) รับรู้รายได้เต็มไตรมาสตั้งแต่ 22 ส.ค. 68 iii) ต้นทุนการเงินลดลง กำไรหลัก 9M69F จะอยู่ที่ 1.8 พันลบ. (+72% YoY) (83% ของกำไรหลักทั้งปีของเรา)

แนวโน้มเป็นอย่างไร…?

เรามองว่ากำไรปี 2569F-71F ของ consensus สูงเกินไป โดยประมาณการกำไรหลักของเราต่ำกว่า consensus ราว 10–23% โดยเราคาดกำไรหลักปี 2569F จะโต 19% YoY จากโครงการในสหรัฐฯ มี capacity payment เพิ่มขึ้นและการรับรู้รายได้จากโครงการ Monsoon ก่อนที่ปี 2570F จะลดลง 35% จากจะไม่รับรู้ผลงานจากโครงการ Liberty (212 MWe) และ Patriot (214 MWe) อีกต่อไป แม้คาด BCPG จะมีกำไรจากการขายเงินลงทุนหลังหักภาษี 1.7–2.0 พันลบ. จากการขายหุ้น 25% ในโครงการโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ แต่คาดกำไรหลัก 4Q69F จะลดลงทั้ง QoQ และ YoY จากการจะรับรู้ผลประกอบการจากสินทรัพย์ที่ขายไปแล้วเพียงหนึ่งเดือนกับปริมาณการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำที่อ่อนตัวลงตามช่วง low season และปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) แต่โครงการ Monsoon ในช่วง high season จะช่วยชดเชยบางส่วน

ความเสี่ยงจากการจัดสรรเงินทุนและการดำเนินโครงการยังเป็นประเด็นหลักที่ค้างคา

แนวโน้มการเติบโตของ BCPG ขึ้นอยู่กับความสามารถในการหาโครงการใหม่มาทดแทนสินทรัพย์เดิมที่เคยสร้าง IRR>15% การนำเงินที่ได้จากการขายสินทรัพย์ในสหรัฐฯ ที่ 1.1 หมื่นลบ. (US$354 ล้าน) ไปลงทุนให้เกิดประสิทธิภาพ (Figure 3) จะเป็นประเด็นหลักเพราะการสร้างผลตอบแทนให้เทียบเท่ากับในอดีตทำได้ยากขึ้น โดยที่กำลังการผลิตไฟฟ้าโซลาร์ที่เพิ่มขึ้นทุก 100 MW อาจช่วยเพิ่มกำไรต่อปีได้ 150–200 ลบ. และเพิ่มราคาเป้าหมายของเราอีก 0.10–0.15 บาท/หุ้น โดยตั้งสมมติฐานผลตอบแทนทางเศรษฐกิจจากการลงทุน (EIRR) ที่ 10% และ debt-to-equity financing ที่ 70:30 ดังนั้น เรายังคงระมัดระวังต่อโครงการพลังงานโซลาร์ในไต้หวันที่มี capacity รวม 469 MW (24% ของ capacity รวม) เพราะมีความเสี่ยงด้านความล่าช้าในการดำเนินโครงการ โครงการเฟสแรกขนาด 234 MW ซึ่งเดิมตั้งเป้ากำหนดวันเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ใน 1Q71 ยังคงเผชิญอุปสรรคด้านใบอนุญาตและการอนุมัติต่าง ๆ ขณะที่ ณ สิ้น 2Q69 การก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อย (substation) ได้คืบหน้าไปเพียง 25%เท่านั้น

Valuation & Action

ตามข้อมูล Bloomberg consensus นักวิเคราะห์ 55% และ 45% ให้คำแนะนำ “ถือ” และ “ซื้อ” BCPG ตามลำดับ โดยราคาเป้าหมายเฉลี่ย 8.33 บาท/หุ้น (ลดลงจาก 8.90 บาท/หุ้นเมื่อ ก.ค. 69) ทั้งนี้ เรามองว่านักลงทุนควรชะลอการลงทุนและรอดูสถานการณ์ไปก่อนจนกว่าฝ่ายบริหารจะให้ความชัดเจนมากขึ้นในการจัดสรรเงินจากการขายสินทรัพย์ระหว่างการลดหนี้สินและการลงทุนในโครงการใหม่ ๆ

Risks

การปิดซ่อมบำรุงไม่ได้วางแผนไว้ ต้นทุนที่เกินงบและความผันผวนของ Fx กับอัตราดอกเบี้ย

- Advertisement -