บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Land and Houses (LH.BK/LH TB)*
คอนโดฯ ใหม่ “วัน เวลา” และธุรกิจโรงแรมเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก (Outperform‧Upgraded)
Event
อัปเดตข้อมูลบริษัท ประมาณการ 3Q69F และปรับกำไรกับคำแนะนำใหม่
Impact
คาดจะเห็นการเติบโตใน 3Q69F
เราประเมินยอดพรีเซลและรายได้ธุรกิจขายบ้าน 3Q69F จะเติบโต QoQ เป็นเลขหลักเดียวอยู่ที่ 3.0 พันลบ. และ 2.5 พันลบ. ตามลำดับ หนุนจากโครงการแนวราบ แต่ gross margin ธุรกิจขายบ้านอาจยังต่ำอยู่ที่ 13% ขณะที่ คาดรายได้ธุรกิจโรงแรมและบริการจะออ่นตัว QoQ ตามฤดูกาลช่วง low season แต่ยังเติบโต YoY ด้วย gross margin แข็งแกร่งที่ 32.5% ด้านต้นทุนทางการเงินมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง ขณะที่บริษัทสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี สำหรับส่วนแบ่งรายได้จากบริษัทลูก (equity income) คาดว่าจะเพิ่มขึ้นที่เลขหลักเดียวปลาย ๆ ดังนั้น เราจึงประเมินกำไรสุทธิ 3Q69F ที่ 604 ลบ. (+15% QoQ แต่ -23% YoY) ทำให้กำไรสุทธิ 9M69F จะอยู่ที่ 1.8 พันลบ. (-39% YoY)
ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตใน 4Q69F
เราคาด 4Q69F จะเป็นไตรมาสที่ผลงานแข็งแกร่งที่สุดของปีหนุนจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโด ฯ “วัน เวลา” (มูลค่า 1.5 หมื่นลบ.) ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ (ขายได้แล้ว 60%) กับธุรกิจโรงแรมเริ่มเข้าสู่ high season การเปิดให้บริการโรงแรม Grande Centre Point (GCP) Voyage Pattaya ที่ประสบความสำเร็จและกำไรก้อนใหญ่จากการขาย GCP สุรวงศ์กับสินทรัพย์ 2 แห่งในสหรัฐฯ โดยที่ราคาขายโรงแรม GCP สุรวงศ์อยู่ที่ 3.0 พันลบ. (ต้นทุน 2.0 พันลบ.) ขณะที่ มูลค่าการลงทุนรวมของสินทรัพย์ 2 แห่งในสหรัฐฯ คาดอยู่ราว US$158 ล้าน (5.0 พันลบ.) ดังนั้น เราประเมินว่า LH จะรับรู้กำไรจากการขายสินทรัพย์รวม 750 ลบ.ใน 4Q69F (300 ลบ.จากสินทรัพย์ในสหรัฐฯ และอีก 450 ลบ.จาก GCP สุรวงศ์)
ปรับประมาณการกำไรปี 2569F–2570F
ด้วยธุรกิจขายบ้าน 9M69F ที่ยังอ่อนแอ เราปรับลดประมาณการรายได้ธุรกิจขายบ้านลง 5% ที่ 1.14 หมื่นลบ. (-13% YoY) จากโครงการแนวราบ 8.6 พันลบ. (-30% YoY) และคอนโดฯ 2.8 พันลบ. (+110% YoY) ซึ่งรวมรายได้ 2.0 พันลบ.จากโครงการ “วัน เวลา” อีกทั้งเรายังปรับลด gross margin ธุรกิจขายบ้านลง 1.3ppt ที่ 15.8% ในทางกลับกัน เรามองรายได้ธุรกิจที่ไม่ใช่ขายบ้านเชิงบวกและปรับเพิ่มรายได้ธุรกิจโรงแรมและบริการขึ้นที่ 1.00 หมื่นลบ. (guidance ของ LH ที่ 9.9 พันลบ.) ในปีหน้า เราคาดรายได้ธุรกิจขายบ้านจะโต 50% ที่ 1.70 หมื่นลบ. (โครงการแนวราบ 8.7 พันลบ. โครงการวัน เวลา 7.5 พันลบ. และโครงการคอนโด ฯ อื่น 0.8 พันลบ.) ขณะที่ gross margin ธุรกิจขายบ้านน่าจะดีขึ้น 6ppts YoY ที่ 21.5% จากสัดส่วนยอดขายคอนโดฯ (margin สูง) เพิ่มขึ้น ด้านรายได้ธุรกิจโรงแรมและบริการคาดจะเติบโตเป็นเลขกลางสองหลัก YoY ส่วน equity income คาดจะเติบโต 5–6% ต่อปี โดยรวมแล้ว เราคาดกำไรปกติปี 2569F ที่ 3.1 พันลบ. (+6% YoY) และปี 2570F จะเพิ่มเป็น 4.46 พันลบ. (+42% YoY)
Valuation & action
หลังจากปรับกำไรใหม่ทำให้ได้ราคาเป้าหมาย SOTP ใหม่เพิ่มขึ้นที่ 4.20 บาท จากมูลค่าธุรกิจหลัก 1.20 บาทต่อหุ้น (จากเดิม 1.00 บาท) และมูลค่าเงินลงทุน 3.00 บาทต่อหุ้น ด้วย upside ราว 20% จากราคาเป้าหมายใหม่ เราจึงปรับเพิ่มคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” (จากถือ) ปัจจัยหนุนหลักจากกำไรที่ฟื้นตัวแข็งแกร่ง (คาดในช่วง 4 ไตรมาสข้างหน้า) บวกกับคาดให้ dividend yield >7%/ปี (ปี 2569F–2570F)
Risks
ภาวะเศรษฐกิจอ่อนแอ โอกาสมีนโยบายกระตุ้นจากภาครัฐ การให้สินเชื่อมีความเข้มงวดมากขึ้นท่ามกลางภาวะหนี้สินภาคครัวเรือนสูงยืดเยื้อและการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ







