บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KGI) ผู้นำบริการโบรกเกอร์ ซื้อขายหุ้น อนุพันธ์ ตราสารหนี้ ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) และการบริหารความมั่งคั่งชั้นนำ

แนวโน้มตลาดหุ้น ธีมการลงทุน และปัจจัยสำคัญ (รักพงศ์ ไชยศุภรากุล, IAA เลขทะเบียนฯ: 19838)

ฟื้นตัวหลังลงหนักเมื่อวาน… แต่สภาพตลาดยังเปราะบางอยู่

เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นไทยปรับลงแรงกว่าที่เราประเมินค่อนข้างมาก… ดัชนีฯ ปิดลบ 1.07% ตามแรงกดดันจาก i) หุ้นใหญ่สุดในตลาดฯ อย่าง DELTA* (-2.78%) เผชิญแรงขายหนักขึ้นในช่วงบ่าย สวนทางกับราคาหุ้นเทคฯ ตัวหลักๆ ในตลาดโลก ii) ข่าวลบในระดับอุตสาหกรรม ที่เข้ามากดดันหุ้นหลายกลุ่มพร้อมๆ กันเมื่อวานนี้ เช่น กลุ่ม รพ. (กังวลว่าเงินอุดหนุนค่ารักษาพยาบาล จะได้ต่ำกว่าที่คาด) กลุ่มส่งออกอาหาร (กังวลงบฯ ไตรมาส 3/2569 อาจต่ำกว่าที่เคยมอง) และกลุ่มโรงกลั่น (กังวลการแทรกแซงจากภาครัฐฯ) เป็นต้น

ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันพุธ รีบาวด์ แต่จะยังเปราะบาง… ปัจจัยการลงทุนในวันนี้ ได้แก่ i) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัว หนุนโดยหุ้น ‘defensive old economy’ เช่นกลุ่มการแพทย์ และกลุ่มอุตสาหกรรม แต่หุ้นเทคฯ ยังผันผวนอยู่ อย่างไรก็ดี เช้านี้จิตวิทยาหุ้นเทคฯ ในเอเชียเป็นบวกมากขึ้น หลังจาก SpaceX รายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2569 สูงกว่าที่ตลาดคาด ii) ราคาน้ำมันดิบผันผวนแรงในวัน ก่อนปิดไม่เปลี่ยนแปลง ตามรายงานข่าวว่าคณะเจรจาจากปากีสถาน เดินทางไปยังอิหร่านเพื่อเจรจาดีลหยุดยิง

ด้านปัจจัยอื่นๆ ที่น่าติดตาม… i) บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์จะประชุมในวันนี้ โดยกระทรวงดีอีตั้งเป้ากฎเกณฑ์การลงทุน และการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ จะมีความชัดเจนภายในไตรมาส 1/2570 ซึ่งไทม์ไลน์อาจจะช้ากว่าที่เคยมองบ้าง แต่หากมีความชัดเจนออกมาน่าจะยังเป็นบวกต่อหุ้นที่เชื่อมโยงธีมนี้ ii) ธนาคารใหญ่อย่าง KBANK* และ SCB* มีกำหนดรายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ในวันนี้

หุ้นเด่นเชิงกลยุทธ์ (สุโชติ ถิรวรรณรัตน์, IAA เลขทะเบียนฯ: 28668)

อ่อนตัวสะสม WHA* (เกณฑ์ Data center คืบหน้า) / หุ้นปันผลดี KKP*, LH*

WHA (เป้าพื้นฐาน 5.95 บาท)* 1) ประเมิน Sentiment บวกจากความคืบหน้าเกณฑ์ Data center ล่าสุดบอร์ด Data center จะมีประชุมวันนี้ ขณะที่กระทรวงดีอีตั้งเป้ากฎเกณฑ์การลงทุน Data center จะมีความชัดเจนภายใน 1Q70 ซึ่งจะเป็น Key catalyst หนุน Sentiment กลุ่มนิคมฯ โดยตรง (คาดกำหนดพื้นที่การก่อสร้างในนิคมฯ) ขณะที่ฝ่ายวิจัยฯคาดแนวโน้มกำไรจะฟื้นตัวเด่นใน 4Q69 และเป็นจุด Peak ของปี … คาดราคาหุ้นที่อ่อนแอสะท้อนงบ 3Q69 ที่คาดชะลอตัวไปแล้ว 2) Valuation ยังไม่แพง Forward PE จะลดลงเหลือ 14 เท่าบนประมาณการฯปีหน้า จาก 18 เท่า ปีนี้ (คาดกำไรโต +25% YoY) Dividend yield 4.2% 3) ประเมินรูปแบบราคาพักตัว แนะนำ “สะสมอ่อนตัว” ประเมินแนวรับ 4.78 บาท และ 4.72 บาท / แนวต้าน 4.92 – 5.05 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 5.25 บาท (Stop loss 4.56 บาท)

KKP (เป้าพื้นฐาน 145 บาท)* 1) รายงานกำไร 3Q69 โตดี + คาดสินเชื่อรถอีวีจะเร่งขึ้นก่อนมาตรการภาษีใหม่ รายงานกำไร 3Q69 = 2.4 พันล้านบาท (+12.5% QoQ +43% YoY) ดีกว่าคาด +15% และเราประเมิน Sentiment บวกจากยอดสินเชื่อรถอีวีที่มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นใน 4Q69 จากมาตรการภาษีรถอีวีนำเข้าที่จะมีผลบังคับใช้ต้นปีหน้า (คาดค่ายรถต่างๆจะเร่งออกโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายโค้งสุดท้าย) 2) ประเมินปันผลสูง เราคาดปันผลสำหรับ 2H69 = 4.5 บาท/หุ้น (Yield 3.8%) และคาดปันผลปี 2570 หุ้นละ 8.55 บาท (Yield 7.3%) 3) ราคาหุ้น Sideway เริ่มฟื้นจากกรอบแนวรับ ประเมินแนวรับ 116.5 บาท / แนวต้าน 118 – 120 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 122 บาท (Stop loss 113 บาท)

LH (เป้าพื้นฐาน 4.2 บาท)* 1) คาดแนวโน้มกำไรดีขึ้นต่อเนื่องใน 3Q-4Q ฝ่ายวิจัยฯคาดกำไร 3Q69 = 604 ล้านบาท (+15% QoQ) และคาดแนวโน้มกำไร 4Q69 จะดีต่อเนื่องทำจุด Peak ของปี (เริ่มทยอยโครงการ Wanwayla + การเปิดตัว GCP Voyage Pattaya + กำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์) และคาดปีหน้ากำไรโตต่ออีก +42% 2) Valuation ถูก มีปันผลดี Forward PE 10.8 เท่า (ใกล้ -2SD) และคาดปันผลสำหรับ 2H69 หุ้นละ 0.19 บาท (Yield 5.4%) และคาดปันผลปีหน้า 0.27 บาท (Yield 7.7%) 3) เราประเมินราคาหุ้นเริ่มสร้างฐานมีโอกาส Rebound ประเมินแนวรับ 3.48 บาท / แนวต้าน 3.56 – 3.62 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 3.7 บาท (Stop loss 3.44 บาท)

หุ้นมีข่าว

(+) BTG* รุกขยายธุรกิจ FoodTech เข้าถือหุ้นใหญ่ ‘Freshket’ เสริมแกร่งแพลตฟอร์มอาหาร (ข่าวหุ้น) BTG* เข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket แพลตฟอร์มจัดจำหน่ายวัตถุดิบอาหารครบวงจร สัดส่วน 59.18% รุกธุรกิจ FoodTech และอีคอมเมิร์ซวัตถุดิบอาหาร ยกระดับห่วงโซ่อุปทานกลุ่ม HORECA ไทยอย่างยั่งยืน

(0) THAI* เคาะซีอีโอ ธ.ค. 9 รายชื่อโผล่ชิงเก้าอี้ (ข่าวหุ้น) ศึกชิงเก้าอี้ CEO การบินไทยเดือด! ประธานบอร์ดลั่นเคาะธันวาคมนี้ ผู้สมัคร 9 ราย เปิดเกมวัดกึ๋นชิงอำนาจบริหารสายการบินแห่งชาติ จับตา 7 แคนดิเดตคนใน-อดีตผู้บริหาร ปะทะ 2 ม้ามืดที่ยังปิดชื่อเงียบ บอร์ดเร่งเฟ้นหาตัวจริง โชว์วิสัยทัศน์ ฝ่าวิกฤตการแข่งขันการบินโลก

(+) WHAUP* ลุยโซลาร์ฟาร์ม 9.9 MW เบ่งพอร์ตพลังงานสะอาดหนุนรายได้โตระยะยาว (ข่าวหุ้น) WHAUP* เดินหน้าก่อสร้างโครงการโซลาร์ฟาร์ม ภายใต้ FiT แห่งแรก ขนาด 9.9 เมกะวัตต์ จ.นครราชสีมา กำหนด COD ปี 70 หลังลงนาม PPA ครบแล้ว 6 โครงการ รวม 136 เมกะวัตต์ เบ่งพอร์ตพลังงานสะอาดเพิ่ม หนุนรายได้มั่นคงในระยะยาว

(0) TRUE* รุก AI ดันยอดขาย ไม่ห่วง SpaceX บุกไทย (ทันหุ้น) TRUE* เดินหน้าลงทุน AI อย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับกระบวนการทำงาน-วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า-จัดโปรโมชันได้ตรงเวลา หนุนยอดซื้อของลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ไม่หวั่น SpaceX บุกตลาดมือถือในไทย อยู่ระหว่างศึกษาดาวเทียมวงโคจรต่ำร่วมกับพันธมิตร Amazon กระจายสัญญาณพื้นที่ห่างไกลชัดปีหน้า

(+) คลอดแพ็กเกจใหญ่อุ้มน้ำท่วม คลังจับมือ 7 แบงก์รัฐอัดซอฟต์โลนซ่อมบ้าน (ข่าวหุ้น) คลังกางแผนเยียวยา-ฟื้นฟูน้ำท่วม ดึง 7 แบงก์รัฐร่วมพักหนี้ พร้อมปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อซ่อมบ้าน หนุนด้วยลดหย่อนค่าซ่อมบ้าน ซ่อมรถ ยกเว้นอากรนำเข้าเครื่องจักร ขยายเวลายื่นภาษี

หุ้นที่เคยแนะนำก่อนหน้า
  • โรงไฟฟ้า + Data center: ASEFA (Trailing stop 7.05 บาท) EPG* (Trailing stop 6.25 บาท) ALT (Stop loss 1.66 บาท) GPSC* (Stop loss 48.75 บาท) BGRIM* (Stop loss 18.7 บาท) GULF* (Stop loss 60.25 บาท)
  • กลุ่มธนาคารฯ (Defensive yield): KTB* (Stop loss 42.25 บาท)
  • ท่องเที่ยว: AWC* (Stop loss 2.98 บาท)
  • หุ้นรับงบฯ 3Q: ADVICE (Stop loss 6.95 บาท) NTF (Stop loss 12.6 บาท) ITC (Stop loss 16.6 บาท) SCGP* (Stop loss 28.5 บาท) BEM* (Stop loss 6.1 บาท)
  • Stop loss/Trailing stop: BCH* (แนะนำ 6 ต.ค.) PTTGC* (11 ส.ค.) BBGI (13 ก.ค.)
Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้
  • KTC* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 42 บาท รายงานกำไร 3Q69 = 2.1 พันล้านบาท (-4.5% QoQ +9% YoY) ใกล้เคียงคาด โดยอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม NPL ที่เพิ่มขึ้นผลักดันให้ Credit Cost สูงขึ้น แต่เนื่องจากระดับสำรองหนี้เสีย (NPL Coverage) ที่แข็งแกร่งยังคงรองรับความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ได้ ยังคงประมาณการฯและคำแนะนำ “ซื้อ”
  • TOP* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 76.5 บาท ฝ่ายวิจัยฯคาดกำไร 3Q69 = 1.8 หมื่นล้านบาท (+740% YoY +1185 QoQ) หนุนโดยค่าการกลั่นที่พุ่งขึ้น กและกำไรสต็อก ยังคงแนะนำ “ซื้อ” … ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยฯปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 76.5 บาท (เดิม 74 บาท) ในบทวิเคราะห์กลุ่มพลังงานเมื่อวันที่ 15 ก.ย.
  • GPSC* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 60 บาท ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 3Q69 = 1.5 พันล้านบาท (-18% QoQ) และแนวโน้มกำไรใน 4Q69 อาจชะลอลงต่อเนื่องเป็นจุดต่ำสุดของปี เนื่องจากต้นทุนก๊าซที่ยังสูงและปัจจัยฤดูกาล อย่างไรก็ดีแผน PDP2026 ยังเป็น Upside รวมทั้งการ IPO บ. AEPL ยังคงประมาณการฯและคำแนะนำ “ซื้อ”
  • OSP แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 21.8 บาท* ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไรสุทธิในไตรมาส 3/2026 จะอยู่ที่ 905 ล้านบาท (+29% YoY, -18% QoQ) ซึ่งรวมรายการกำไรพิเศษจำนวน 60 ล้านบาทไว้แล้ว ทั้งนี้ยอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลและยอดขายในต่างประเทศที่แข็งแกร่งขึ้น เป็นปัจจัยสนับสนุนให้เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรหลักในช่วงปี 2026–2028 ขึ้นอีก 10–12% ผนวกผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ระดับ 5% ต่อปี
  • กลุ่มอสังหาฯ น้ำหนักลงทุน “เท่ากับตลาดฯ” ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินยอดขายรวม (Presales) ใน 3Q69 ของกลุ่มฯคาดว่าจะลดลง 3% QoQ และ 13% YoY ส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมปลายเดือน ก.ย. โดย AP* มียอดขายใน 3Q69 เด่นสุด (+7% YoY) ขณะที่ QH* PSH* มีผลงานอ่อนแอสุด ทั้งนี้คาดเหตุการณ์น้ำท่วมน่าจะส่งผลให้ยอดโอนโครงการในภาพรวมของ 3Q69 ชะลอลง แต่คาดจะฟื้นตัวเด่นใน 4Q69 นำโดย LH*, AP*, ORI และ SIRI* … ฝ่ายวิจัยฯแนะนำ “ซื้อ” SIRI*, LH* และ AP* / แนะนำ “ถือ” SPALI* และ PSH* / แนะนำ “ขาย” ORI และ QH*
  • QH แนะนำ “ขาย” เป้าพื้นฐาน 1.15 บาท* ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 3Q69 = 386 ล้านบาท (-20% YoY -16% QoQ) โดยกำไรที่คาดชะลอลงเป็นผลมาจากภาพรวมยอดโอนอสังหาฯที่อ่อนแอ + น้ำท่วมช่วงปลายเดือน ก.ย. + ความอ่อนแอของธุรกิจโรงแรมตามฤดูกาล และอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำเพียง 22% ยังคงประมาณการฯและคำแนะนำ “ขาย”
  • กลุ่มขนส่ง น้ำหนักลงทุน “เท่ากับตลาดฯ” จำนวนนักท่องเที่ยวช่วง 11-17 ตุลาคม ประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 487,410 คน เพิ่มขึ้น 4,035 คน (+0.83% WoW) ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 17 ตุลาคม อยู่ที่ 24.42 ล้านคน (-4.1% YoY) ยังคงประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2569F ไว้ที่ 32.1 ล้านคน (-2.7% YoY) ทั้งนี้ประเมินการที่จีนออกประกาศเตือนการเดินทางสำหรับพลเมืองของตนเป็นปัจจัยลบด้านบรรยากาศ (Sentiment) ต่อกลุ่มขนส่ง แต่คาดว่าผลกระทบจะจำกัด เนื่องจากรัฐบาลจีนยังไม่ได้ห้ามการเดินทางมาไทย ยังคงเลือก AOT* เป็นหุ้นเด่น
- Advertisement -