บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA เผยผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2026 ยอดขายพุ่งแตะ 75,801 ล้านบาท รับอานิสงส์กระแส AI และ Data Center

DELTA โชว์ยอดขาย Q3/69 พุ่ง 75,801 ล้านบาท โต 42.4% อานิสงส์ดีมานด์ AI-Data Center หนุนกำไรสุทธิ 9 เดือนแรกทะลุ 2.29 หมื่นล้านบาท

บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA รายงานผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 3 ปี 2569 ทำรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 75,801 ล้านบาท เติบโต 42.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ในงวด 9 เดือนแรกของปี 2569 เร่งตัวขึ้นแตะ 22,913.18 ล้านบาท ขยายตัว 30.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งได้รับแรงหนุนสำคัญจากการเติบโตของเม็ดเงินลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ทั่วโลก

DELTA เผยผลการดำเนินงานทางการเงินไตรมาส 3/2569 มีรายได้จากการขายและบริการ 75,801 ล้านบาท เติบโต 42.4% (YoY) และเพิ่มขึ้น 16.3% (QoQ) มีกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 20,697 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.2% YoY และ 18.5% QoQ คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 27.3% (เทียบกับ 26.8% ในไตรมาสก่อนหน้า) โดยที่กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 7,851 ล้านบาท เติบโต 4.7% YoY และ 28.4% QoQ คิดเป็นอัตรากำไรจากการดำเนินงาน 10.4%

ในส่วนของกำไรสุทธิประจำไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 7,757.41 ล้านบาท (7,757,407 พันบาท) เติบโต 4.3% YoY และ 27.7% QoQ คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.62 บาท (เทียบกับ 0.60 บาท ในไตรมาส 3/2568)

ขณะที่ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรก ปี 2569 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิรวม 22,913.18 ล้านบาท (22,913,181 พันบาท) เพิ่มขึ้นจาก 17,558.56 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปี 2568 หรือเพิ่มขึ้น 30.5% คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 1.84 บาท (เทียบกับ 1.41 บาท ในปีก่อนหน้า)

การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้ได้รับปัจจัยสนับสนุนหลักจากกลุ่มเพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนงานพลังงานและระบบกำลังไฟสำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่ขยายตัวตามการลงทุนเทคโนโลยี AI ควบคู่กับความต้องการโซลูชันระบบระบายความร้อน (Cooling Solutions) สำหรับการประมวลผลสมรรถนะสูง (HPC) โครงสร้างพื้นฐานไอที ระบบเครือข่าย และ Edge Computing ในขณะที่กลุ่มพลังงานยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างจำกัด

ด้านการผลิต บริษัทฯ ได้ดำเนินการย้ายฐานการผลิตกลุ่มสินค้าชิ้นส่วน (Component) ไปยังนิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ตามแผนงาน พร้อมเร่งขยายกำลังการผลิตในอาคารโรงงานใหม่ 2 แห่งที่นิคมอุตสาหกรรมบางปูซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จในไตรมาสก่อน ส่งผลให้ความสามารถในการผลิตและส่งมอบสินค้าปรับตัวดีขึ้น แม้ว่าจะยังมีรายการคำสั่งซื้อรอการส่งมอบอยู่เป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ ในไตรมาส 3/2569 บริษัทฯ ได้บันทึกกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 503 ล้านบาท รายได้ค่าสิทธิ 378 ล้านบาท พร้อมทั้งมีการบันทึกประมาณการหนี้สินภาษีส่วนเพิ่มตามกฎ Pillar Two model rule ของ OECD จำนวน 1,363 ล้านบาท และบันทึกขาดทุนจากการตัดจำหน่ายค่าความนิยมจากการดำเนินงานในสโลวาเกียจำนวน 203 ล้านบาท

ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 212,875 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.0% จาก ณ สิ้นปี 2568 มีสินค้าคงเหลืออยู่ที่ 68,950 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 98.5% เพื่อสำรองรองรับการเร่งผลิตตามคำสั่งซื้อและบริหารความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน และมีที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ อยู่ที่ 59,586 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.4% จากการลงทุนต่อเนื่องในศูนย์ R&D และการขยายโรงงานในประเทศไทยและอินเดีย

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีหนี้สินรวมอยู่ที่ 99,698 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73.7% จากเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นตามยอดขาย และการตั้งประมาณการหนี้สินภาษี Pillar Two สะสมรวม 7,114 ล้านบาท ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นแตะระดับ 113,177 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.9% จากผลกำไรสะสมระหว่างงวด

นายเจิ้ง อัน กรรมการ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้ชี้แจงผ่านรายงานผลการดำเนินงานว่า “ยอดขายสินค้าและบริการของบริษัทฯ สามารถรักษาการเติบโตในระดับสูงได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักในทุกสายธุรกิจเป็นตัวขับเคลื่อน โดยเฉพาะระบบกำลังไฟและระบบระบายความร้อนสำหรับศูนย์ข้อมูลที่ได้รับอานิสงส์จากการขยายตัวของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการขยายกำลังการผลิตและบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่าง”

#DELTA #google #วิเคราะห์หุ้น

#หุ้นDELTA #DeltaElectronicsTH #เดลต้าอีเลคโทรนิคส์

- Advertisement -