ADVANC โชว์กำไร Q3/69 แตะ 13,504 ล้านบาท โต 12% ดันงวด 9 เดือน พุ่ง 40,716 ล้านบาท อานิสงส์ความต้องการใช้ข้อมูล-5G แข็งแกร่ง พร้อมรุก Virtual Bank และขยายลงทุนต่างประเทศ
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC รายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 3 สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ ด้วยกำไรสุทธิจำนวน 13,504 ล้านบาท ขยายตัว 12% YoY หนุนให้ผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกมีกำไรสุทธิรวม 40,716 ล้านบาท เติบโตขึ้น 21% YoY โดยปัจจัยหลักมาจากความต้องการเชื่อมต่อข้อมูลที่แข็งแกร่งในทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และยอดขายสมาร์ทโฟนพรีเมียมที่เพิ่มขึ้น
ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือน ปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวมสะสม 172,755 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% YoY ขณะที่รายได้จากการให้บริการหลักทำได้ 135,753 ล้านบาท เติบโต 5.7% YoY ซึ่งสูงกว่าประมาณการทั้งปีที่ตั้งไว้ที่ 3–5% EBITDA รวมอยู่ที่ 97,967 ล้านบาท เติบโต 6.8% YoY สูงกว่าเป้าหมายทั้งปีที่คาดไว้ที่ 2–4% กำไรสุทธิรวม 40,716 ล้านบาท (+21% YoY, คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 13.69 บาท)
ในส่วนผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 บริษัทฯ มีรายได้รวมอยู่ที่ 58,061 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.8% YoY และ 2.8% QoQ โดยมีรายได้จากการให้บริการหลัก 45,431 ล้านบาท เติบโต 4.2% YoY มี EBITDA อยู่ที่ 32,834 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% YoY คิดเป็นอัตรากำไร EBITDA Margin ที่ 56.6% และ Service EBITDA Margin ที่ 69.3%
บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ (Net Profit) ไตรมาส 3/2569 ทำได้ 13,504 ล้านบาท (+12% YoY, คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 4.54 บาท) จากการเติบโตของรายได้และการลดลงของค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์สิทธิการใช้หลังสิ้นสุดสัญญา 2100MHz กับ NT
ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 ตามกลุ่มธุรกิจ
- ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Business): มีรายได้ 34,273 ล้านบาท เติบโต 4.4% YoY มีฐานผู้ใช้บริการรวม 47.2 ล้านราย (เพิ่มขึ้นสุทธิ 52,800 ราย โดยลูกค้าระบบรายเดือนเพิ่มขึ้น 159,500 ราย) โดยผู้ใช้บริการ 5G เพิ่มขึ้นเป็น 20 ล้านราย (+26% YoY) คิดเป็น 42% ของฐานลูกค้าทั้งหมด และมีปริมาณการใช้ข้อมูล (VOU) เฉลี่ยโต 15% YoY อยู่ที่ 38.2 GB/เลขหมาย/เดือน ด้าน ARPU เฉลี่ยเติบโตอยู่ที่ 239 บาท/เลขหมาย/เดือน
- ธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Fixed Broadband): สร้างรายได้ 8,638 ล้านบาท เติบโต 5.5% YoY และ 0.8% QoQ จากการมุ่งเน้นลูกค้าคุณภาพ ทำให้มีฐานผู้ใช้บริการรวม 5.39 ล้านราย (เพิ่มขึ้นสุทธิ 45,500 ราย) มี FBB ARPU อยู่ที่ 536 บาท/ราย/เดือน (+1.6% YoY) โดยกระบวนการรวมธุรกิจ TTTBB คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ภายในสิ้นปี 2569
- ธุรกิจค้าปลีกจำหน่ายอุปกรณ์และซิม (Retail Business): เติบโตโดดเด่น มีรายได้ 11,586 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% YoYและ 16% QoQ รับอานิสงส์จากการเปิดตัวสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมรุ่นใหม่ โดยมีอัตรากำไรจากการขายอุปกรณ์อยู่ที่ 5.3%
- ธุรกิจบริการลูกค้าองค์กร (Enterprise Business – ไม่รวมโทรศัพท์เคลื่อนที่): รายได้อยู่ที่ 1,984 ล้านบาท (-5.4% YoY) เนื่องจากมีการปรับวิธีการรับรู้รายได้บริการคลาวด์เน้นรายได้ประจำ ทั้งนี้ หากไม่รวมผลกระทบดังกล่าว รายได้ธุรกิจองค์กรยังคงเติบโต 7.7% YoY จากความต้องการใช้บริการคลาวด์และการเชื่อมต่อข้อมูลของภาคธุรกิจ
- การขยายธุรกิจในต่างประเทศ (สปป. ลาว): เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติเข้าลงทุนใน Shenington Investments Pte. Ltd. (SHEN) มูลค่า 43.35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,463 ล้านบาท) เพื่อถือหุ้น 49% ใน Lao Telecommunication Public Company (LTC) ผู้ให้บริการโทรคมนาคมหลักใน สปป. ลาว โดยคาดว่าจะทำธุรกรรมแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2569
- การรุกบริการ Virtual Bank: บริษัท ธนาคารคลิกซ์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งจัดตั้งร่วมกับธนาคารกรุงไทย และ ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก ได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลังให้ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา เรียบร้อยแล้ว เพื่อขยายระบบนิเวศดิจิทัล
- ฐานะการเงินและงบลงทุน: มีกระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) สำหรับงวด 9 เดือนแรกสูงถึง 45,955 ล้านบาท(+38% YoY) มีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ที่ 2.3 เท่า รักษาระดับอันดับความน่าเชื่อถือ Investment Grade (S&P ที่ BBB+ และ Fitch Ratings ที่ AAA(tha)) โดยคงเป้างบลงทุนปี 2569 ไว้ที่ 30,000 – 35,000 ล้านบาท (งวด 9 เดือนใช้ไปแล้ว 25,666 ล้านบาท) เพื่อรักษาความเป็นผู้นำโครงข่าย พร้อมยืนยันนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 70% ของกำไรสุทธิ
ในส่วนของนโยบายการจ่ายเงินปันผล บริษัทฯ ยึดมั่นนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 70 ของกำไรสุทธิ โดยกำหนดจ่ายปีละ 2 ครั้ง ซึ่งเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 8.69 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล (Payout Ratio) สูงถึง 95%
ทั้งนี้ ทิศทางและแนวทางการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2569 สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจอย่างมีวินัย ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังเผชิญแรงกดดัน โดยบริษัทฯ สามารถสร้างการเติบโตของรายได้จากการให้บริการหลักที่ร้อยละ 5.7 และ EBITDA ที่ร้อยละ 6.8 ซึ่งสูงกว่าประมาณการทั้งปีที่ตั้งไว้ เอไอเอสยังคงมุ่งมั่นรักษาความเป็นผู้นำด้านคุณภาพโครงข่าย 5G และบรอดแบนด์ ด้วยงบลงทุนปี 2569 จำนวน 30,000 ถึง 35,000 ล้านบาท ควบคู่กับการต่อยอดระบบนิเวศดิจิทัล ทั้งการขับเคลื่อนบริการ Virtual Bank และการขยายความร่วมมือกับ LTC ใน สปป. ลาว เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว และส่งมอบผลตอบแทนที่มั่นคงแก่ผู้ถือหุ้น
ศิริวรรณ มีทอง เรียบเรียง
#ADVANC #google #วิเคราะห์หุ้น
#AIS #หุ้นADVANC #AdvancedInfoService #AISBusiness #เอไอเอส #AIS









