SPVI โชว์กำไร Q3/69 พุ่ง 112.79% หนุนกำไร 9 เดือน ปี 69 แตะ 173.27 ล้านบาท บริหารต้นทุนแกร่ง-iPhone 18 Pro Series หนุน
บริษัท เอส พี วี ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ SPVI รายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 3/2569 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่จำนวน 66.39 ล้านบาท เติบโตก้าวกระโดด 112.79% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2569 มีกำไรสุทธิรวม 173.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 142.03% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แม้ต้องเผชิญสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและการแข่งขันในตลาดไอที
นายไตรสรณ์ วรญาณโกศล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี วี ไอ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 2,116.06 ล้านบาท ขยายตัว 1.09% จากรายได้รวม 2,093.28 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 3/2568 โดยมีรายได้จากการขายและการบริการรวม 2,101.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.07% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นรายได้จากการขาย 2,099.05 ล้านบาท ขยายตัว 1.27% และรายได้จากการบริการ 2.80 ล้านบาท ขณะที่รายได้อื่นอยู่ที่ 14.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.56%
ด้านความสามารถในการทำกำไร บริษัทฯ มีกำไรขั้นต้นในไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 250.77 ล้านบาท เติบโต 21.23% จาก 206.85 ล้านบาท ในไตรมาส 3/2568 ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 9.95% เป็น 11.93% ขณะที่อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 1.49% เป็น 3.14% โดยมีกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) อยู่ที่ 0.17 บาท เทียบกับ 0.08 บาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวมสะสม 6,108.40 ล้านบาท เติบโต 3.21% เมื่อเทียบกับรายได้รวม 5,918.51 ล้านบาท ในงวดเดียวกันของปี 2568 โดยมีกำไรขั้นต้นสะสม 702.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.37% ผลักดันให้กำไรสุทธิสะสมแตะระดับ 173.27 ล้านบาท เติบโตสูงถึง 142.03% จาก 71.59 ล้านบาท ในงวด 9 เดือนของปีก่อน พร้อมส่งผลให้กำไรสุทธิต่อหุ้นงวด 9 เดือน เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 0.43 บาท จากเดิม 0.18 บาท
- การบริหารต้นทุนและสัดส่วนสินค้ากำไรสูง: บริษัทฯ ได้รับส่วนลดต้นทุนสินค้าจากผู้จัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนยอดขายในกลุ่มสินค้า Non-Apple ช่วยดันให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มสูงขึ้น
- การตอบรับของ iPhone 18 Pro Series: การเปิดตัว iPhone 18 ในช่วงกลางเดือนกันยายน 2569 ซึ่งเริ่มวางจำหน่ายเฉพาะ Pro Series ได้แก่ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภค และมียอดขายเติบโตสูงกว่า iPhone 17 Pro Series ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
- กลยุทธ์กระตุ้นการเข้าถึงสินค้า: บริษัทฯ มุ่งเน้นช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้น ผ่านโปรแกรมนำสินค้าเก่ามาแลกเป็นส่วนลดเพื่อซื้อสินค้าใหม่ (Trade-in) ร่วมกับโปรแกรมผ่อนชำระที่หลากหลาย โดยร่วมมือกับบริษัทสินเชื่อที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-Bank Financial Institution: NBFI)
- การควบคุมค่าใช้จ่ายรัดกุม: ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ในไตรมาส 3/2569 มีจำนวน 181.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยร้อยละ 1.54 จากค่าขนส่ง ค่าธรรมเนียมออนไลน์ และค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต โดยอัตราส่วน SG&A ต่อรายได้รวมยังคงทรงตัวอยู่ที่ร้อยละ 8.58 สะท้อนการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
- ผลกระทบอุทกภัยจำกัด: สภาวะอุทกภัยช่วงปลายไตรมาสส่งผลให้ต้องปิดให้บริการบางสาขาชั่วคราวเพียง 1-2 วัน ก่อให้เกิดผลกระทบเพียงเล็กน้อยและไม่มีความเสียหายต่อทรัพย์สินของสาขา
ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 บริษัทฯ มีสาขาที่เปิดให้บริการรวมทั้งสิ้น 60 สาขา ประกอบด้วย:
- iStudio: 10 สาขา
- UStore: 20 สาขา
- AIS Shop by Partner: 24 สาขา
- Mobi: 5 สาขา
- iCenter: 1 สาขา
ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวมจำนวน 1,308.80 ล้านบาท ลดลง 4.42% จาก ณ สิ้นปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 1,369.38 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการบริหารจัดการและลดลงของสินค้าคงเหลือ ขณะที่หนี้สินรวมลดลง 24.07% เหลือ 554.84 ล้านบาท จากการจ่ายชำระคืนเจ้าหนี้การค้าและหนี้สินตามสัญญาเช่าตามกำหนด ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 18.05% มาอยู่ที่ 753.96 ล้านบาท แม้มีการจ่ายเงินปันผลระหว่างงวดสำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 จำนวน 58.00 ล้านบาท
นอกจากนี้ บริษัทฯ มีวงจรเงินสด (Cash Cycle) ในไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 10 วัน โดยมีระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย 8 วัน ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย 23 วัน และระยะเวลาชำระหนี้เฉลี่ย 21 วัน สะท้อนถึงสภาพคล่องทางการเงินและการบริหารเงินทุนหมุนเวียนที่เข้มแข็ง
นายไตรสรณ์ วรญาณโกศล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี วี ไอ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2569 ที่สามารถทำกำไรสุทธิเติบโตกว่า 112.79% สะท้อนถึงความสำเร็จในการบริหารจัดการต้นทุนและการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ทางธุรกิจให้เท่าทันกับสภาวะตลาด แม้ภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อในประเทศจะได้รับแรงกดดันจากปัญหาหนี้ครัวเรือนและเหตุอุทกภัยในบางพื้นที่
“บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในทุกช่องทางจำหน่าย ควบคู่ไปกับการบริหารสินค้าคงเหลือและต้นทุนอย่างเข้มงวด การเพิ่มสัดส่วนยอดขายสินค้ากลุ่ม Non-Apple การได้รับเงื่อนไขส่วนลดต้นทุนที่ดีจากผู้จัดจำหน่าย รวมทั้งผลตอบรับจากการเปิดตัว iPhone 18 Pro Series และกลยุทธ์การจับมือกับพันธมิตร Non-Bank เพื่อนำเสนอโปรแกรมผ่อนชำระและ Trade-in สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันการเติบโตและสร้างผลตอบแทนที่ดีต่อนักลงทุน” นายไตรสรณ์ กล่าวสรุป
ศิริวรรณ มีทอง เรียบเรียง









