Today Strateg

ผันผวนตามสถานการณ์ COVID-19

  • ตลาดหุ้นไทย ปรับฐานค่อนข้างแรงเมื่อวานนี้ นอกเหนือจากการปรับตัวลงของราคาน้ำมันดิบแล้ว ยังมีแรงกดดันจากกระแสข่าววว่าภาครัฐอาจยกระดับมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดให้เข้มงวดมากขึ้น หลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แม้ว่าช่วงปลายเดือนก่อนจะมีมาตรการควบคุม ออกมาเพิ่มเติม เช่น การปิดแคมป์ คนงาน และร้านอาหารให้บริการเฉพาะการซื้อกลับบ้านเท่านั้น
  • ภาพเชิงเทคนิคของ SET INDEX เป็นไปตามที่เราประเมิน นั่นคือ SET INDEX แกว่งตัว ซิกแซกลง หรือ Sideways Down มีแนวต้าน คือ เส้น ค่าเฉลี่ย 10 วัน บริเวณ 1,585-1,590 จุด จุดที่ต้องระมัดระวังคือ หาก SET INDEX หลุด Low บริเวณ 1,565 จุด ที่เคยทำไว้เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.2564 แนวโน้มเชิงเทคนิคจะเป็นลบมากขึ้นและ Downside ด้านล่าง จะเปิดกว้างขึ้น แนวรับถัดไป คือ 1,550 จุด, 1,530 จุด และ 1,500 จุด
  • การเปิดเผยรายงานการประชุม Fed เมื่อวันท่ี 15-16 มิ.ย. บ่งชี้ว่า ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวเร็วกว่าคาดทำให้สมาชิก Fed บางรายเสนอแนวคิดเรื่องการลดวงเงิน QE แต่เน้นย้ำว่าจำเป็นต้องมีการส่งสัญญาณให้ตลาดรับรู้ก่อนใช้จริง ในขณะท่ีสมาชิก Fed บางรายมองว่า Fed ควรจะคงมาตรการผ่อนคลายทางการเงินไว้เช่นเดิม ด้านผลตอบรับของตลาดค่อนข้างเป็นกลาง คือ Dollar Index แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ราว 0.2% และ US 10-year Treasury Yield ลดลงแตะระดับ 1.32% ต่ำสุดในรอบเกือบ 3 เดือน
  • ภาวะตลาดหุ้นไทยช่วงนี้ค่อนข้างผันผวนตามกระแส ข่าวเรื่องมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดและจำนวนผู้ติดเชื้อรายวัน แม้วันนี้อาจมีจังหวะ Technical Rebound บ้าง เพราะเมื่อวานลงมาค่อนข้างเยอะ แต่เชื่อว่า Upside ค่อนข้างจำกัดบริเวณ 1,580-1,585 จุ

    เก็งกําไร SCC

    ราคาปิด 416.00 บาท แนวต้านทางเทคนิค 430.00 บาท

    ราคาน้ำมันดิบที่ปรับฐานลงเป็นบวกเชิง Sentiment ต่อ SCC เนื่องจากช่วยคลายแรงกดดันของต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น แนวโน้มกำไร 2Q64 คาดทรงตัวในระดับสูง QoQ จากการรับรู้รายได้การผลิตจากโรงงาน MOC ส่วนต่อขยายขณะที่แผนการ Spin-Off ธุรกิจปิโตรเคมีจะช่วยหนุนการเติบโตในระยะยาว เราคาดเงินปันผล 1H64 ในกรอบ 6.00-8.00 บาท ให้ Dividend Yield ราว 1.5-2.0%

    สะสม BPP

    ราคาปิด 17.40 บาท แนวต้านทางเทคนิค 18.00 บาท

    BPP ได้รับผลกระทบจำกัดจากความกังวลต่อสถานการณ์ COVID ในประเทศ เนื่องจาก 1) ธุรกิจโรงไฟฟ้ารับรู้รายได้ตามสัญญาขายไฟ 2) มีสัดส่วนรายได้ในต่างประเทศ ได้แก่ จีน, ญีปุ่น, เวียดนาม และออสเตรเลีย คิดเป็นสัดส่วนราว 30-40% ของ EBITDA แนวโน้มกำไร 2Q64 คาดเติบโต YoY จากการเริ่มรับรู้รายได้โครงการโรงไฟฟ้า Nakosa ที่เข้าลงทุนในเดือน เม.ย.2564 และโรงไฟฟ้าหงสากลับมาเดินเครื่องตามปกติหลังมีปิดซ่อมบำรุงบางส่วนใน 1Q64

    สะสม GPSC

    ราคาปิด 75.50 บาท แนวต้านทางเทคนิค 77.00 บาท

    ห้นุกลุ่ม Defensive เช่น โรงไฟฟ้าได้รับผลกระทบจำกัดต่อสถานการณ์ COVID ในประเทศ และคาดว่ากำไร 2Q64 จะอยู่ในเกณฑ์ดีทรงตัวระดับสูง QoQ หลังโรงไฟฟ้า GLOW เฟส 5 กลับมาเดินเครื่องตามปกติ และเริ่มรับรู้รายได้โรงไฟฟ้า WTE ที่ระยองกำลังการผลิต 9.8 MW จุดเด่นของ GPSC คือเป็น Flagship ธุรกิจโรงไฟฟ้าของกลุ่ม PTT นอกจากนั้นการรุกเข้าสู่ธุรกิจ EV Car ของ PTT เป็นบวกต่อ GPSC เนื่องจากจะช่วยหนุนการเติบโตของธุรกิจ EV Battery

    เก็งกําไร STA

    ราคาปิด 39.75 บาท แนวต้านทางเทคนิค 42.00 บาท

    ภาพทางเทคนิค แนวต้าน 42.00 บาท แนวรับ 39.50 บาท และ Stop loss หากต่ากว่า 38.50 บาท
    หุ้นกลุ่มส่งออกได้แรงหนุนจากค่าเงินบาท/USD ท่ีอ่อนค่าลงต่อเนื่อง ล่าสุดอยู่ที่ THB32.3/USD

 

- Advertisement -