PTG ร่วมมือ ARINCARE และกลุ่มโรงพยาบาลจุฬารัตน์ (CHG) ระดมทุน Series B 4 ล้านดอลลาร์ ปักหมุด Healthcare Ecosystem เชื่อม MAX Card ร้านยาชุมชน และบริการทางการแพทย์
PTG ผนึกกำลัง “ARINCARE - กลุ่ม รพ.จุฬารัตน์” ต่อยอดธุรกิจ ยา เวชภัณฑ์และอุปกรณ์การแพทย์ เสริมแกร่งธุรกิจ

PTG ผนึก ARINCARE – กลุ่ม รพ.จุฬารัตน์ ลุย Health Tech ระดมทุน Series B 4 ล้านดอลลาร์ ขยาย Ecosystem สุขภาพทั่วไทย

บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG โดย MAX VENTURES ประกาศร่วมทุนครั้งสำคัญกับ ARINCARE สตาร์ทอัพแพลตฟอร์มบริหารจัดการร้านขายยาออนไลน์ และ กลุ่มโรงพยาบาลจุฬารัตน์ (CHG) ในการระดมทุนระดับ Series B มูลค่า 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อยกระดับระบบนิเวศสุขภาพ (Healthcare Ecosystem) ครบวงจร เชื่อมโยงโรงพยาบาล ร้านขายยาชุมชน และผู้บริโภค พร้อมต่อยอดสิทธิประโยชน์ผ่านเครือข่าย MAX Card และขยายร้านยา NEXX Pharma ในสถานีบริการน้ำมัน PT ทั่วประเทศ

สรุปไฮไลต์ยุทธศาสตร์ความร่วมมือ PTG x ARINCARE x CHG

  • การระดมทุน Series B: ARINCARE ปิดดีลระดมทุนมูลค่า 4,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยมีกลุ่มโรงพยาบาลจุฬารัตน์ (CHG) เป็นผู้ลงทุนหลัก ร่วมด้วย MAX VENTURES (บริษัทในเครือ PTG)
  • การเชื่อมโยงระบบนิเวศสุขภาพ (Healthcare Ecosystem):
    • เครือข่ายสมาชิก MAX Card: กว่า 18 ล้านรายทั่วประเทศ สามารถใช้แต้มเป็นส่วนลดในการซื้อสินค้าและยาในร้านขายยาเครือข่าย ARINCARE
    • ขยายร้านยา NEXX Pharma: ต่อเติมศักยภาพสถานีบริการน้ำมัน PT ทั่วประเทศ ให้เป็นจุดให้บริการสุขภาพ ชุมชน และจำหน่ายยา เวชภัณฑ์ อุปกรณ์การแพทย์ โดยเภสัชกรผู้มีประสบการณ์
    • การสนับสนุนด้านโลจิสติกส์: PTG หนุนการขนส่งยา คลังยา และการกระจายสินค้าให้มีประสิทธิภาพ
  • การเชื่อมต่อการรักษาระหว่าง รพ. และร้านยาชุมชน:
    • CHG เชื่อมทีมแพทย์เข้ากับเครือข่ายร้านขายยาชุมชนของ ARINCARE กว่า 3,000 แห่ง
    • นำเทคโนโลยี e-prescription และระบบ AI มาช่วยประมวลผลการวินิจฉัย ตรวจสอบประวัติใบสั่งยา ลดความคลาดเคลื่อน และเพิ่มการเข้าถึงการรักษาในพื้นที่ห่างไกล
  • เป้าหมายอนาคต: ARINCARE วางเป้าหมายเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ภายในปี 2569
ภาพรวมอุตสาหกรรม Healthcare และร้านขายยาในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้นหลังยุคโควิด-19 โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ดังนี้:
  • ขนาดตลาดและอัตราการเติบโต: ตลาดเกี่ยวกับสุขภาพและร้านขายยาในไทยปี 2565 มีมูลค่าราว 40,000 ล้านบาท และคาดว่าเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 13–17%
  • โครงสร้างร้านขายยาในไทย: ปัจจุบันมีร้านขายยากว่า 20,000 ร้านทั่วประเทศ โดยเป็นผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) ถึง 80% และเป็นร้านขายยาแบบแฟรนไชส์หรือรายใหญ่เพียง 20%
  • การลดช่องว่างสาธารณสุข: ร้านขายยาชุมชนและเภสัชกรทำหน้าที่เป็นด่านหน้าในการเข้าถึงการดูแลสุขภาพเบื้องต้นอย่างรวดเร็ว ในราคาที่ประหยัดและสมเหตุสมผล ช่วยลดความเหลื่อมล้ำและข้อจำกัดของระบบสาธารณสุขภาครัฐและเอกชน

นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) เปิดเผยว่า “การลงทุนใน Health Tech ผ่าน MAX VENTURES เป็นการสร้าง New S-Curve และต่อยอดศักยภาพสถานี PT ให้เป็นมากกว่าสถานีน้ำมัน โดยเชื่อมโยงฐานสมาชิก MAX Card กว่า 18 ล้านรายเข้ากับระบบร้านขายยา ARINCARE และขยายร้านยา NEXX Pharma เพื่อเพิ่มการเข้าถึงยาและบริการสุขภาพที่สะดวกและเป็นธรรม ให้คนไทยได้มีชีวิต ‘อยู่ดี มีสุข'”

นายธีระ กนกกาญจนรัตน์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรินแคร์ จำกัด กล่าวว่า “เงินทุน 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐจาก CHG และ PTG จะช่วยขับเคลื่อน Health Tech ของไทยตามแนวคิด ‘Make Healthcare Affordable’ เชื่อมโยงร้านยาชุมชนกว่า 3,000 แห่งเข้ากับทีมการแพทย์ CHG และยกระดับการบริการร่วมกับ MAX Card ซึ่งจะช่วยเสริมแกร่งให้ร้านยา SME และเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าจดทะเบียน IPO ในปี 2569”

นพ.กำพล พลัสสินทร์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มโรงพยาบาลจุฬารัตน์ (CHG) กล่าวปิดท้ายว่า “ความร่วมมือนี้ช่วยสร้างยุทธศาสตร์การดูแลสุขภาพที่มีผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง เชื่อมโยงการดูแลผู้ป่วยใน (IPD) และผู้ป่วยนอก (OPD) เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ผ่านเทคโนโลยี e-prescription และ AI บนแพลตฟอร์ม ARINCARE ช่วยให้ผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกลรับยาและได้รับการดูแลที่ต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น”

- Advertisement -