บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)

Ekachai Hospital (EKH.BK/EKH TB)

ประมาณการกำไร 4Q66F: คาดฟื้นตัวแข็งแกร่ง YoY

Event

ประมาณการ 4Q66F ปรับประมาณการกำไรและราคาเป้าหมาย

Impact

คาดกำไรจากธุรกิจหลักใน 4Q66F ดีขึ้นแข็งแกร่ง YoY

เราคาดว่า EKH จะรายงานผลการดำเนินงานใน 4Q66F น่าประทับใจด้วยกำไรปกติที่ 92 ล้านบาท (เพิ่ม YoY ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากขาดทุนปกติและ +2.4% QoQ) ดังนั้น เราจึงคาดกำไรปกติใน 4Q66F สูงกว่า 16.7% จากประมาณการกำไรเดิมเต็มปี 2566F ของเราอยู่ที่ 254 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทจะมีการบันทึกกำไรพิเศษที่ 28 ล้านบาทใน 4Q66F

  • คาดผลการดำเนินงานใน 4Q66F จะแข็งแกร่ง เราคาด EKH จะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ YoY ใน
    4Q66F เพราะโรงพยาบาลจะได้รับประโยชน์จากการมีจำนวนผู้ป่วยเด็กมากขึ้น สำหรับ 4Q66F เราคาดรายได้อยู่ที่ 341 ล้านบาท (+36.0% YoY และ +2.5% QoQ) ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นคาดแข็งแกร่งขึ้นอยู่ที่ 47.0% (เทียบกับ 35.5% ใน 4Q65 และ 46.6% ใน 3Q66) โดยที่ปัจจัยหนุนหลักจะมาจาก i) รายได้เพิ่มขึ้นจากการรักษาโรคตามปกติ (บริการทางการแพทย์ที่ EKH, โรงพยาบาลคูน และ IVF ที่พระราม 9) ii) อัตรา
    กำไรสูงขึ้น และ iii) คุมค่าใช้จ่ายได้ดี โดยเราคาดว่าสัดส่วน SG&A ต่อรายได้อยู่ที่ 18.5% (เทียบกับ 27.7% ใน 4Q65 และ 18.2% ใน 3Q66)
  • EKH จะบันทึกกำไรพิเศษจาก KLINIQ ใน 4Q66F เดิม EKH ถือหุ้น KLINIQ จำนวน 16 ล้านหุ้น (7.27%)
    ซึ่งจัดเป็นหลักทรัพย์เพื่อค้าจะมีกำไรพิเศษจาก i) กำไรพิเศษราว 37.4 ล้านบาทจาก The Klinique Medical
    Clinic (KLINIQ.BK/KLINIQ TB) และ ii) บันทึกขาดทุนพิเศษที่ 9 ล้านบาทจากการขายหุ้น KLINIQ จำนวน 5 ล้านหุ้นไปที่ราคา 35.50 บาท (ราคาต้นทุนหุ้นที่ 37.75 บาทต่อหุ้น)

คาดมีศักยภาพการเติบโตในระยะยาว

เรายังชอบ EKH ในแง่ของการกระจายธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการบริการรักษาแบบดั้งเดิม (ที่โรงพยาบาลเอกชัย) และบริการใหม่ ๆ (IVF การดูแลผู้สูงอายุ การดูแลแบบประคับประคอง) การรักษาโรคตามปกติ ขณะที่บริษัทมีสภาพคล่องทางการเงินที่สูงมากอยู่ราว 470 ล้านบาท ณ สิ้นงวด 3Q66

ปรับเพิ่มประมาณการกำไรขึ้นในปี 2566-2567F

เมื่ออิงจากประมาณการในงวด 4Q66F เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติขึ้น 16.7% เป็น 297 ล้านบาท (+109.8% YoY) ในปี 2566F และเพิ่มขึ้น 15.4% มาอยู่ที่ 319 ล้านบาท (+7.5% YoY) ในปี 2567F โดยสมมติฐานของเราคือ i) ปรับอัตราการเติบโตรายได้ขึ้นราว 10% ปี 2566-2567F ii) ปรับสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นขึ้นเป็น 45.1% จากเดิม 43.0% ในปี 2566F และอยู่ที่ 46.0% จากเดิม 44.0% ในปี 2567F และ iii) ปรับเพิ่มสัดส่วน SG&A ต่อรายได้ขึ้นเป็น 20.2% (จาก 16.0%) ในปี 2566F นอกจากนั้น เราได้รวมกำไรพิเศษเข้าไว้ในประมาณกำไรปี 2566F ของเรา ทำให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 312 ล้านบาท (-45.4% YoY) โดยลดลง 17.1% จากเดิมที่ 377 ล้านบาท

Valuation & Action

เรายังคงคำแนะนำซื้อ โดยปรับราคาเป้าหมายใหม่ด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสด (DCF) สิ้นปี 2567 ขึ้นอยู่ที่ 10.50
บาท (ใช้ WACC 9% และ TG ที่ 3%) จากเดิมที่ 10.20 บาท

Risks

COVID-19 ระบาด เกิดปัญหาเสถียรภาพทางการเมืองไทยรอบใหม่และเกิดเหตุก่อการร้าย

- Advertisement -