Daily Focus: Earnings and Selective Play

2024 SET Target : 1470

ตลาดหุ้นวานนี้ : SET Index ปรับตัวขึ้นได้ตามคาด ปิดบวก 6.67 จุด ณ สิ้นวัน ที่ระดับ 1,369.92 จุด ส่วนมูลค่าการซื้อขายบางลงเหลือ 3.75 หมื่นลบ. เนื่องจากเข้าช่วงวันหยุดและรอดูตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ สถาบันในประเทศซื้อสุทธิในตลาดหุ้นต่อเนื่องอีก 1.5 พันลบ. ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 1.5 พันลบ. (แต่ Long Index Futures 2.4 หมื่นสัญญา)

แนวโน้มตลาดวันนี้ : เราคาด SET Index จะแกว่งตัวในแดนบวกในกรอบ 1,372-1,385 จุด ชดเชยที่ปิดทำการในวันก่อนหน้า ตอบรับตัวเลขเศรษฐกิจภาคแรงงานสหรัฐฯเดือน เม.ย. ที่ออกมาชะลอตัวและต่ำกว่าคาด โดยการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 1.75 แสนตำแหน่ง (ตลาดคาด 2.4 แสนตำแหน่ง) อัตราว่างงานเพิ่มขึ้นเป็น 3.9% (ตลาดคาดทรงตัวที่ 3.8%) และค่าจ้างแรงงานที่เพิ่มขึ้น +0.2% m-m, +3.9% y-y (ตลาดคาด +0.3% m-m, +4% y-y) ทำให้ตลาดมีความหวังมากขึ้นว่า FED จะยังเริ่มลดดอกเบี้ยได้ในปีนี้ ล่าสุดยังคาดในเดือน ก.ย. ส่งผลให้ Bond Yield สหรัฐฯ ปรับตัวลงแรงโดยอายุ 2 และ 10 ปี ลดลงราว 15-20 bps มาที่ 4.83% และ 4.49% ตามลำดับ ส่วนปัจจัยในประเทศล่าสุดเงินเฟ้อเดือน เม.ย. ออกมาสูงกว่าคาด โดยเงินเฟ้อทั่วไปพลิกมาเป็นบวก +0.19% y-y ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐาน +0.37% y-y ทรงตัวจากเดือนก่อน สอดคล้องกับมุมมองธปท.ที่มองว่าจะขยับเข้ากรอบ 1-3% ในปลายปีนี้ นอกจากนี้โฟกัสหลักยังอยู่ที่การทยอยประกาศประกอบการ 1Q24 ที่จะหนาแน่นขึ้นในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ หากออกมาใกล้เคียงคาดและไม่เห็นการปรับลดประมาณการลงอย่างหลายไตรมาสที่ผ่านมาจะเป็นปัจจัยบวก กลยุทธ์เราจึงเน้นเลือกหุ้นเป็นรายตัวที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว มีแนวโน้มกำไรโดดเด่นกว่าตลาด เรายังมองกลุ่ม Domestic Play ยังน่าสนใจ โดยคาดได้อานิสงส์เชิงบวกจากทิศทางเศรษฐกิจไทยที่จะทยอยเร่งตัวใน 2Q24-2H24 ตามการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณการส่งออกและการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว รวมถึงแรงหนุนจากนโยบาย Digital Wallet ปลายปี

กลยุทธ์ : เลือกหุ้นที่แนวโน้มกำไร 1Q24 โดดเด่น // ส่วนที่สะสมไปแล้วบริเวณ 1,350+- ยังถือลงทุน

หุ้นเด่นเดือน พ.ค.: BDMS, CPALL, ITC, NSL, TU

FSSIA Portfolio: AOT, BDM, CALL, CPN, GPSC, NSL, SHR, SJWD, TIDLOR and TU

หุ้นเด่นวันนี้ : TIDLOR

  • แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 27 บาท
  • คาดกำไรสุทธิ 1Q24 ที่ 1 พันลบ. +16% q-q, +9% y-y หลักๆ มาจากการตั้งสำรอง ECL ที่ลดลงและสินเชื่อเติบโต 3% q-q, 21% y-y สอดคล้องกับ guidance บริษัท ขณะที่ loan spread ปรับลงเล็กน้อย และ cost of fund ยังเป็นขาขึ้น
  • ด้านคุณภาพสินทรัพย์ยังคงเป็นบวกต่อเนื่อง คาด NPL ratio ทรงตัวอยู่ที่ 1.47% ตาม guidance บริษัท ปี 2024 เรายังคงคาดกำไรสุทธิปี 2024-26 เติบโตเฉลี่ย +20% CAGR
  • แนวรับ 21//20.60 บาท แนวต้าน 22/22.50 บาท

Fund Flow : ช่วง 2 วันทำการล่าสุดกระแสเงินทุนไหลเข้าภูมิภาคสุทธิ US$955 ล้าน แต่กระจุกที่ไต้หวันที่เข้าหนาแน่น US$1,080 ล้าน ส่วนเกาหลีใต้ไหลเข้าบางๆ US$39 ล้าน ด้านอาเซียนเม็ดเงินส่วนใหญ่ค่อนไปในทางไหลออก นำโดยอินโดนีเซีย US$127 ล้าน มีเพียงเวียดนามที่ไหลเข้า US$31 ล้าน แนวโน้มกระแสเงินทุนคาดว่ายังอยู่ในทิศทางไหลเข้าโดย ยังคงได้ Sentiment บวกจากตลาดหุ้นสหรัฐฯที่ยังฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง จากความคาดหวังว่า FED ยังจะเริ่มลดดอกเบี้ยได้ในปีนี้หลังตัวเลขภาคแรงงานชะลอตัวลง

ประเด็นสำคัญวันนี้

(+) ITC หลังจากประกาศกำไรที่ดีไปแล้วใน 1Q24 โดยกำไรปกติ +8% q-q, +112% y-y ดีกว่าเราคาด 18% หลักๆมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงเกินคาด แนวโน้มกำไร 2Q24 เติบโตต่อ q-q, y-y จากปริมาณขายที่จะเร่งตัวขึ้น สำหรับ 2H24 ผู้บริหารไกด์ว่าราคาขายเฉลี่ยอาจขยับลง 3-5% ตามต้นทุนปลาทูน่าที่ปรับลง แต่จะชดเชยได้จากปริมาณการขายที่สูงขึ้นตามฤดูกาล เราคงประมาณการกำไรปีนี้ +39% y-y คงราคาเป้าหมาย 27 บาท แนะนำ “ซื้อ”

(0) SAWAD เราคาดมีกำไร 1,262 ลบ.ใน 1Q24 -0.3% q-q (ส่วนใหญ่จากขาดทุนรถยึดของ SCAP), +5% Y-Y SAWAD ยังคง aggressive ในการตัดจำหน่ายหนี้เสีย โดยเฉพาะในส่วนของ SCAP อย่างไรก็ตาม NPL ยังคงสูง 3.18% ซึ่งใกล้เคียง guidance ของบริษัทที่ 3.5% สำหรับกำไรก่อนสำรอง (PPO) คาด -8% q-q, +14% y-y ตามอุตสาหกรรม กำไรที่เราคาดใน 1Q24 คิดเป็น 23% ของกำไรทั้งปี เราคงประมาณการกำไร 2024-26 +12% CAGR จากการเติบโตของสินเชื่อและการฟื้นตัวของ spread แนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 40 บาท

(-) CK อาจประสบผลขาดทุน 77 ลบ.ใน 1Q24 จาก FX loss ก้อนใหญ่ของบ.ย่อย แต่ธุรกิจก่อสร้างของ CK ยังแข็งแกร่งตามงานที่ทยอยส่งมอบอัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัว และคุมรายจ่ายได้ดี แนวโน้ม 2Q24 จะพลิกกลับมาเป็นกำไรเพราะได้รับเงินปันผล ซึ่งเราคาด 232 ลบ.จาก TTW ขณะเดียวกันผลประกอบการ CKP น่าจะดีขึ้น และ BEM มีปริมาณคนขึ้นรถไฟฟ้าและรถบนทางด่วนมากขึ้น ราคาหุ้นในระยะสั้นถูกกดดันจาก 1Q24 แนะนำรอประกาศงบแล้วสะสมใหม่ ราคาเป้าหมาย 26 บาท

(-) STEC เราคาด 1Q24 ขาดทุน 38 ลบ.ฉุดโดยรถไฟฟ้าสายสีเหลือง-ชมพู ส่วนธุรกิจหลักของ STEC คาดว่าจะลดลงทั้งรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น ปรับกำไรปี 2024-26 ลง 18-35% ปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 9.60 บาท ลดคำแนะนำเป็น “ขาย” จากเดิมถือ

(-) NAM เราคาดกำไรปกติ 1Q24 ที่ 45 ลบ. -11% q-q และ -22% y-y จากความล่าช้าของงบประมาณปี 2567 เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่อิงโรงพยาบาลภาครัฐ ทำให้รายได้ผลิตและจำหน่ายเครื่องมือและอุปกรณ์ฆ่าเชื้อโรค (55-60% ของรายได้รวม) ชะลอ แนวโน้ม 2Q24 ยังอ่อนแอ เพราะยังต้องใช้เวลาในการประมูลงาน ก่อนจะกลับมาฟื้นใน 2H24 ซึ่งควรจะแข็งแกร่งจาก pent up demand เราปรับประมาณการกำไรปี 2024-26 ลง 31%/38%/5% เหลือเติบโต 6%/14%/15% ตามลำดับ ปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 6 บาท จากเดิม 10 บาท (PE 20x) ราคาหุ้นลงจนมี upside กว่า 10% จึงยังแนะนำ “ซื้อ”

(+) ตลาดดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 176.59 จุด หรือ +0.46% ปิดที่ 38,852.27 จุด โดยตลาดยังคงได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนมีความหวังว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขจ้างงานที่ต่ำกว่าคาด

(+) ตลาดหุ้นยุโรป ปิดบวก เนื่องจากนักลงทุนมีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางรายใหญ่ ๆ และได้แรงหนุนจากการเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน

(+) ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดบวก สอดคล้องกับทิศทางของตลาดสหรัฐฯ จากการคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ หลังรายงานตัวเลขจ้างงานที่อ่อนแอกว่าคาด

(+) ค่าเงินบาท แข็งค่า อยู่ที่บริเวณ 36.74 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ -0.25%

(+) ราคาน้ำมันดิบ NYMEX เพิ่มขึ้น 37 เซนต์ หรือ 0.47% ปิดที่ 78.48 ดอลลาร์/บาร์เรล ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน ขณะที่นักลงทุนจับตารายงาน ข่าวเกี่ยวกับการทำข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส ในขณะที่เช้านี้บวกอยู่ที่ระดับ 78.94 ดอลลาร์/บาร์เรล หรือ +0.59%

(+) ราคาทองคำ COMEX เพิ่มขึ้น 22.60 ดอลลาร์ หรือ 0.98% ปิดที่ 2,331.20 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าเฟด จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขจ้างงานที่ต่ำกว่าคาดในขณะที่เช้านี้บวกอยู่ที่ระดับ 2,337.10 ดอลลาร์/บาร์เรล หรือ +0.25%

SPDR Gold Trust ถือครองทองคำ 832.19/ +0.31%

- Advertisement -