ยังน่าจะปรับขึ้นได้แม้ปรับขึ้นมาบ้างแล้ว
Market Update
ตลาดหุ้น Dow Jones คืนวันศุกร์ปิดลบ 1% รับแรงกดดันจากการจ้างงานที่แย่กว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ (การจ้างงานนอกภาคเกษตรต่ำกว่าตลาดคาดการณ์แต่อัตราการว่างงานตามคาด) ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดลบ 2.2% กังวลอุปสงค์หายไปจากตัวเลขเศรษฐกิจที่แย่กว่าคาด
Market Outlook
วันศุกร์ที่ผ่านมาสหรัฐฯ รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรพบว่าอยู่ที่ 1.42 แสนราย แย่กว่าที่ Bloomberg Consensus คาดไว้ที่ 1.64 แสนราย พร้อมกับอัตราการว่างงานที่ระดับ 4.2% สอดคล้องกับที่ Bloomberg Consensus คาดไว้แต่ลดลงจากเดือนก่อนที่ระดับ 4.3% แต่ทั้งนี้อัตราการว่างงานแม้จะลดลงจากเดือนก่อนที่ระดับ 4.3% แต่ระดับ 4.2% ก็ยังเป็นระดับที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับช่วงจุดต่ำสุดที่ 3.5% ส่งผลให้นักลงทุนยังคงกังวลกับเศรษฐกิจสหรัฐฯ สะท้อนผ่านการปรับลงของอัตราผลตอบแทน พันธบัตรสหรัฐฯและตลาดหุ้นสหรัฐฯที่ปรับลง โดย CME FED Watch ยังคงให้น้ำหนักที่ FED จะปรับลดดอกเบี้ย 100% ในเดือนกันยายนแบ่งออกเป็น 70% ลดดอกเบี้ย 0.25% และอีก 30% ลดดอกเบี้ย 0.50% สัปดาห์นี้ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ประกอบไปด้วยเงินเฟ้อสหรัฐฯ (CPI) วันพุธ Bloomberg Consensus ประเมินไว้ที่ 2.6%YoY , 0.2%MoM และวันพฤหัสติดตามดัชนีราคาผู้ผลิต Bloomberg Consensus ประเมินไว้ที่ 1.7%YoY,0.1%MoM หากรายงานแล้วต่ำกว่าคาดการณ์จะเป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้น
สำหรับตลาดหุ้นไทยในวันศุกร์ปรับขึ้นแข็งแคร่ง (+1.6%) พร้อมกับการซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติ 1.07 หมื่นล้าน ทั้งนี้หากนับตั้งแต่จุดต่ำสุดพบว่า SET INDEX ปรับขึ้นกว่า 12% สะท้อน ปัจจัยบวก ด้านการเมืองและนโยบายกระตุ้นต่างๆ แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับขึ้นได้จากนี้หนุนจาก (1) ระดับ Valuation ที่ยังไม่แพง หากอิงมาตรวัด Earnings Yield Gap โดยใช้คาดการณ์กำไรต่อหุ้นดัชนีในปี 24 จาก Bloomberg Consensus ค่าเฉลี่ยย้อนหลังในรอบ 10 ปี เป้าหมายดัชนีจะอยู่ในช่วง 1530 (2) กระแสเงินทุนต่างชาติมีโอคาสไหลเข้าซื้อหุ้นไทยต่อเนื่องตามความคาดหวังนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐและเงินบาทที่แข็งค่าจะเป็นปัจจัยหนุน โดยสถิติแล้วค่าเงินบาทมักจะแข็งค่าในช่วง 4Q เพราะได้แรงหนุนจากการท่องเที่ยว ขณะที่การลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ จะเป็นอีกปัจจัยหนุนค่าเงินบาท (3) เศรษฐกิจไทยนำจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในช่วง 1Q24 และมีโอกาสที่จากนี้จะเร่งตัวขึ้นตามการลงทุนภาครัฐและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยสัปดาห์นี้รอติดตามการแถลงนโยบายบริหารประเทศจากรัฐบาลในวันพฤหัสบดี – ศุกร์ เบื้องต้นมีรายงานว่าจะออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้ Digital Wallet ส่งเสริมการท่องเที่ยว ลดราคาพลังงานและสาธารณูปโภค มองเป็นบวกกับกลุ่มค้าปลีก (BJC CRC CPALL HMPRO) และท่องเที่ยว (AOT CENTEL MINT)
สัปดาห์นี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1410 – 1450 เชิงกลยุทธ์การลงทุนพิจารณามากขึ้นเพราะดัชนีเริ่มปรับขึ้นมาแต่ยังคงมุมมองกับดัชนี หุ้นแนะนำเน้นที่ยังปรับขึ้นน้อย อาทิ (ICHI DOHOME CBG SPALI AOT TTB MTC KBANK)
หุ้นแนะนำซื้อวันนี้
AOT (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 64.00 บาท)
จำนวนผู้โดยสารในปี 24 ของ AOT คาดว่าจะไม่ต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ที่ 120 ล้านคน หลังจากในช่วง 10 เดือนของปีงบประมาณ (ต.ค.23-ก.ค.24) มีจำนวนกว่า 100.4 ล้านคน ขณะที่ปี 25 ทาง ผู้บริหารคาดว่าจะกลับไปใกล้เคียงกับช่วงก่อนโควิดที่ระดับ 140 ล้านคน โดยมีแรงหนุนจากผู้โดยสารระหว่างประเทศที่มีแนวโน้มเติบโตเร็วกว่าเส้นทางในประเทศ
AAV (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 2.82 บาท)
AAV เป็นผู้ประกอบการที่ได้รับผลดีจากภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว ซึ่งล่าสุดคาดว่าผู้โดยสารทั้งปีจะไปได้ถึงระดับ 20 ล้านคน รวมถึงบริษัทยังคงมีแผนเปิดเส้นทางใหม่เพิ่มโดยเฉพาะเส้นทางต่างประเทศอย่างประเทศอินเดีย ขณะที่จีนมีโอกาสเพิ่มขึ้นเช่นกันหลังเปิดฟรีวีซ่า ขณะที่ผลประกอบการงวด 2Q24 ออกมามีกำไร 84 ล้านบาท พลิกจากที่ขาดทุน 1,013 ล้านบาทใน 2Q23 แต่หากไม่รวมรายการพิเศษจะมีกำไร 381 ล้านบาท และทำให้กำไรปกติในช่วง 1H24 สูงถึง 2,000 ล้านบาท









