KS Daily View 21 พ.ค. 2026>>> ประเมินกรอบของ SET index ที่ 1,520-1,545 จุดความคาดหว้งเชิงบวกต่อการเจรจาตะวันออกกลาง ผสานกับการรายงานงบ NVIDIA ที่ดีกว่าคาด หนุนตลาดแกว่งขึ้น แนะสะสมหุ้นรับอานิสงส์ตะวันออกกลางผ่อนคลาย แนะนำ BH, GULF
การลงทุนสัปดาห์นี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,528.43 เพิ่มขึ้น 11.74 จุด (+0.77%) แรงซื้อเด่นในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และพลังงาน ขณะที่มีแรงขายกลุ่มค้าปลีก ด้านนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิ เล็กน้อยที่ 262 ลบ. ส่วนวันนี้ประเมิน SET index คาดแกว่งขึ้นในกรอบ 1,520-1,545 จุด ขานรับโมเมนตัมบวกจากการที่ทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐฯและอิหร่านกำลังอยู่ใน “ขั้นตอนสุดท้าย” ของการเจรจา ส่งผลให้ตลาดมีความหวังมากขึ้นต่อการยุติสงคราม ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent วานนี้ปิดลดลง -5.6% สู่ระดับ 105 เหรียญต่อบาร์เรล เช่นเดียวกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล สหรัฐฯอายุ 10 ปี คลายกังวลลง โดยลดลงราว -8bps สู่ระดับ 4.58% ซึ่งปัจจัยเหล่านี้มีผลอย่างมากต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและการกำหนดนโยบายทางการเงินในช่วงถัดไป ดังนั้นคงต้องเกาะติดความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ-อิหร่านอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้คาดตลาดยังได้แรงหนุนเพิ่มเติมจากการรายงานผลประกอบการของ NVIDIA ที่กำไรออกมาดีกว่าตลาดคาด 6% ขับเคลื่อนจากทั้งกลุ่ม Data center, Compute และ Networking ผสาน Guidance 2Q26 ในเชิงบวก
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนวันนี้เน้นกลุ่มที่คาดได้อานิสงส์บวกหากประตะวันออกกลางคลี่คลาย แนะสะสม BH, GULF
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
- รัฐบาลชี้แจงกรณีเอกชนไทยลงนาม MOU นำเข้าข้าวโพด GMO จากสหรัฐฯ 1 ล้านตัน เป็นเพียงทางเลือกสำรองในภาวะขาดแคลนวัตถุดิบอาหารสัตว์ และยังอยู่ภายใต้กรอบ WTO โดยไทยยังมีมาตรการคุ้มครองเกษตรกรผ่านเงื่อนไข “ซื้อในประเทศก่อนนำเข้า” ตามสัดส่วน 3:1 รวมถึงกำหนดราคาขั้นต่ำเพื่อป้องกันผลกระทบต่อราคาข้าวโพดในประเทศ ท่ามกลางอุปทานจากประเทศเพื่อนบ้านที่ลดลง ประเด็นนี้เป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มเลี้ยงสัตว์ เช่น CPF, TFG, GFPT จากโอกาสบริหารต้นทุนวัตถุดิบได้ดีขึ้น ขณะที่ผลกระทบต่อเกษตรกรไทยคาดยังถูกจำกัดจากมาตรการควบคุมการนำเข้าของภาครัฐ
- รัฐบาลเตรียมยกเลิกมาตรการฟรีวีซ่า 60 วันสำหรับ 93 ประเทศ และกลับไปใช้เกณฑ์เดิมของแต่ละประเทศ โดยส่วนใหญ่จะเป็นฟรีวีซ่า 30 วัน เพื่อคัดกรองนักท่องเที่ยวคุณภาพและลดปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ขณะที่ตลาดหลักอย่างจีนยังคงใช้ฟรีวีซ่า 30 วันตามข้อตกลงไทย-จีน ส่วนอินเดียมีแนวโน้มได้รับฟรีวีซ่า 15 วันแทน VoA เพื่อรักษาจำนวนนักท่องเที่ยว ซึ่งภาครัฐเชื่อว่าจะไม่กระทบภาพรวมท่องเที่ยวไทยมากนัก เราคาดว่ามาตรการใหม่มีผลจำกัดต่อหุ้นท่องเที่ยวไทย เนื่องจากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่พำนักไม่เกิน 9 วัน โดยกลุ่มสนามบิน โรงแรม และค้าปลีกท่องเที่ยวยังได้แรงหนุนจากตลาดจีนและอินเดียที่ยังได้รับสิทธิผ่อนปรนวีซ่าอยู่
- ธนาคารกลางอินโดนีเซียปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายแรงกว่าคาด 0.50% สู่ 5.25% เพื่อสกัดการอ่อนค่าของเงินรูเปียห์และลดแรงกดดันเงินทุนไหลออก ท่ามกลางความผันผวนจากสงครามตะวันออกกลางและดอลลาร์แข็งค่า ส่งผลให้ค่าเงินรูเปียห์ฟื้นตัวทันทีหลังประกาศ แม้ตลาดหุ้นและบอนด์ยีลด์ยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะการเงินที่ตึงตัวขึ้น เรามองว่าการขึ้นดอกเบี้ยเชิงรุกของอินโดฯ สะท้อนความเสี่ยงเงินทุนไหลออกในตลาดเกิดใหม่ ซึ่งอาจกดดัน sentiment ตลาดหุ้นไทยระยะสั้น โดยเฉพาะกลุ่มที่อิง Fund Flow ต่างชาติและหุ้น high beta ขณะที่กลุ่มธนาคารอาจได้ sentiment บวกจากแนวโน้มดอกเบี้ยภูมิภาคที่ยังอยู่ในระดับสูง
- ธนาคารโลกประเมินว่าไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่แรงงานมีทักษะสูง แต่ขาดโอกาสในการจ้างงานที่มีคุณภาพรองรับ ขณะที่เอเชียตะวันออกกำลังเผชิญ “ช่องว่างงาน” ขนาดใหญ่จากจำนวนแรงงานเพิ่มเร็วกว่าตำแหน่งงานใหม่ และ AI เข้ามาแทนที่งานที่ทำซ้ำได้มากขึ้น โดยปัญหาหลักของไทยจึงไม่ใช่เรื่องทักษะ แต่คือการสร้างงานมูลค่าเพิ่มสูงและเศรษฐกิจใหม่ให้ทันกับศักยภาพแรงงานประเด็นนี้สะท้อนแรงกดดันเชิงโครงสร้างต่อเศรษฐกิจไทยระยะยาว และหนุนธีมลงทุนในหุ้นกลุ่ม Data Center, Digital, Automation และ Upskilling ขณะที่กลุ่มใช้แรงงานเข้มข้นอาจเผชิญแรงกดดันจาก productivity และการแข่งขันที่สูงขึ้น
หุ้นแนะนำวันนี้ Top pick:
BH: ราคาพื้นฐาน 199.00 บาท
- แนวโน้มไตรมาส 2/2569 คาดเติบโต 1–2% หนุนจากการฟื้นตัวของตะวันออกกลาง ขณะที่อุปสงค์ในไทยยังอ่อนแอ แต่ความเข้มข้นของเคส (case intensity) ยังแข็งแกร่ง
- ปริมาณผู้ใช้บริการตะวันออกกลางฟื้นตัวหลังรอมฎอน และความซับซ้อนของเคสเพิ่มขึ้น โดย UAE/กาตาร์ยังแข็งแกร่ง ส่วนคูเวตยังไม่แน่นอน ขณะที่ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้นมองว่าเป็นเพียงชั่วคราว
- มีแผนเปิดคลินิกในบังกลาเทศ และขยายสาขาภูเก็ต/ซอย 1 ต่อเนื่อง ยังไม่มีดีล M&A ขณะที่การควบคุมต้นทุนทำได้ดี และการนำ AI/หุ่นยนต์มาใช้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
GULF: ราคาพื้นฐาน 67.00 บาท
- มองโอกาสลงทุนพลังงานหมุนเวียนในยุโรปมากขึ้นจากเสถียรภาพตลาดที่ดีขึ้น ขณะที่หลีกเลี่ยงเวียดนามจากความไม่แน่นอนด้านนโยบาย โดยปัจจุบันมี renewable capacity 2,000MW ในยุโรป
- บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2569 โต 10-15% จากการ COD โครงการใหม่ราว 700MW และมอง data center เป็น growth driver ใหม่ มีโอกาสขยายกำลังผลิตสู่ 1-2GW ใน 5ปีหน้า
- KS ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569-71 ขึ้น 19%/10%/15% จากกำไรขายสินทรัพย์, IPP utilization แข็งแกร่ง และเงินปันผล KBANK
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
วันพฤหัส ติดตามตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของ US คาด +2.1 แสนราย น้อยกว่าสัปดาห์ก่อนที่ +2.11 แสนราย
ยอดการเริ่มสร้างบ้าน US เดือน เม.ย. คาดที่ 1.41 ล้านยูนิต ลดลงจากเดือน มี.ค. ที่ 1.502 ล้านยูนิต รวมทั้ง US PMI ภาคการผลิต เดือน พ.ค. คาดที่ 53.7 จุด ลดลงจาก 54.5 ส่วนPMI ภาคบริการ เดือน พ.ค. คาดทรงตัวที่ 51.0 และPMI ภาคการผลิตและบริการของยูโรโซน เดือน พ.ค.
วันศุกร์ ติดตามดัชนีความเชื่อมั่นของสหรัฐฯ จาก ม.มิชิแกน เดือน พ.ค. คาดที่ 48.3 จุด









