บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
S Hotels and Resorts (SHR.BK/SHR TB)
อุปสงค์ที่ชะลอตัวอาจกดดันกำไร 2Q69F
Event
มุมมองเป็นกลางหลังการประชุมนักวิเคราะห์และอัปเดตบริษัท
Impact
ปรับเพิ่มรายได้จากการขายสินทรัพย์ที่ UK ล่าช้าและ margin ที่ลดลงจากต้นทุนสูงขึ้น
ผู้บริหารปรับเพิ่มเป้ารายได้ปี 2569 จะเติบโตราว +5–10% YoY (จาก -20% YoY) เพราะการขายสินทรัพย์ที่ UK ล่าช้าเป็นหลัก ซึ่งปัจจุบันคาดว่าได้ข้อสรุปปลาย 2Q69F–3Q69F แทนที่จะจบใน 2Q69F ขณะนี้ การขายสินทรัพย์ยังอยู่ระหว่างการเจรจา โดยเฉพาะราคาขายและช่วงเวลาขาย ในแง่ EBITDA margin ผู้บริหารคาดจะทรงตัวอยู่ราว 26.5% (จากเดิมคาดจะขยายตัว) สะท้อนผลกระทบของความขัดแย้งต่อรายได้ รวมถึงต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น แต่อย่างไรก็ดี guidance ล่าสุดจากผู้บริหารยังสูงกว่าประมาณการของเรา เพราะเรายังคงคาดรายได้ปี 2569F จะทรงตัว YoY ราว 1.03 หมื่นล้านบาท และ EBITDA margin ที่ 25.1% ทั้งนี้ ประมาณการปัจจุบันของเรายังไม่รวมการขายสินทรัพย์ใน UK
การดำเนินงาน 2Q69F อ่อนแอลง
บริษัทได้ปรับลดเป้าการเติบโตของ RevPAR ลงมาเป็นเลขกลางถึงสูงหลักเดียว (จากเดิม +20–25%) หลัก ๆ จากการขายสินทรัพย์ UK ล่าช้าและผลงานในมัลดีฟส์ที่อ่อนแอลงหลังเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทางด้านยอดจองห้องพักล่วงหน้า 2Q69F ยังได้รับผลจากอุปสงค์การเดินทางที่อ่อนแอในเดือนเม.ย. 69 โดยโรงแรมที่ไทย RevPAR ลดลง 6% YoY มัลดีฟส์ลดลง 24% YoY และ UK ลดลง 2% YoY อย่างไรก็ดี เห็นสัญญาณแนวโน้มการจองเริ่มฟื้นตัวช่วง พ.ค. – มิ.ย. 69 โดยที่ ผู้บริหารคาดว่า RevPAR 2Q69F ของไทยจะลดลง YoY เป็นเลขต่ำหลักเดียวส่วนมัลดีฟส์จะลดลง 5–10% YoY แต่ UK ยังเติบโต YoY ได้ ในแง่บวก คาดว่าการดำเนินงานในไทยจะฟื้นตัวต่อใน 3Q69F หนุนจากสมุยเป็นช่วง high season โดยที่ทั้งปี 2569F เราคาดว่า RevPAR จะลดลง 4% YoY ผลจากความขัดแย้งต่ออุปสงค์การเดินทางทั่วโลก โดยเฉพาะในไทยและมัลดีฟส์
กำไร 2Q26F อาจพลิกกลับเป็นขาดทุนอีกครั้ง
โมเมนตัมการจอง 2Q69F คาดว่าจะอ่อนตัวลงซึ่งน่าจะกดดันกำไรและมี downside risk ที่อาจกลับไปขาดทุนสุทธิ แต่อย่างไรก็ดี แนวโน้มการดำเนินงานปัจจุบันยังอยู่บนสมมติฐานของเราที่ระมัดระวังมากกว่า guidance ของผู้บริหาร ดังนั้น เราคงประมาณการกำไรหลักปี 2569F ที่ 593 ล้านบาท (-4% YoY) บนสมมติฐานของกรณีฐาน (base-case) ซึ่งยังไม่รวมการขายสินทรัพย์ UK แต่หากรวมรายการขายสินทรัพย์ดังกล่าวแล้ว กำไรหลักปี 2569F จะเพิ่มเป็น 637 ล้านบาท (+4% YoY) และราคาเป้าหมายก็จะสูงขึ้นอยู่ที่ 1.70 บาท
Valuation & action
ปัจจุบัน เราคงคำแนะนำ “ขาย” SHR ราคาเป้าหมาย 1.50 บาท อิงจาก EV/EBITDA ปี 2569F ที่ 6x (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต ~1 S.D. ) สะท้อนถึงความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังไม่จบยังกดดันอยู่
Risks
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้ออาจกดดันอุปสงค์การเดินทางและต้นทุนต่างๆ สูงขึ้น








