บล.ฟินันเซีย ไซรัส: 

RATCHTHANI LEASING (THANI TB)

Key takeaways from analyst meeting

การประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ (19 พ.ค.) ประเด็นสำคัญได้แก่ 1) การเติบโตของสินเชื่อและการเปลี่ยนแนวทางการปล่อยสินเชื่อของ THANI 2) การฟื้นตัวของตลาดรถบรรทุกมือสองและแนวโน้มทรัพย์สินรอการขาย 3) คุณภาพสินทรัพย์และโครงสร้างลูกหนี้ และ 4) ต้นทุนทางการเงิน

เรามีมุมมองเชิงบวกต่อการประชุมนักวิเคราะห์ 1Q26 ของ THANI โดยโทนการประชุมเป็นบวกมากขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับหลายไตรมาสที่ผ่านมา หลัก ๆ จากการที่ผู้บริหารเริ่มเปลี่ยนจากแนวทางปล่อยสินเชื่อที่ระมัดระวังมาก กลับสู่การดำเนินงานในระดับปกติ จากแรงหนุนของอุปสงค์รถบรรทุกมือสองที่แข็งแกร่งขึ้น ทรัพย์สินรอการขายที่ลดลงมาก และคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้น

เราคงประมาณการปี 2026-28 และคำแนะนำ ซื้อ สำหรับ THANI ที่ราคาเป้าหมาย 2.29 บาท โดยการประชุมนักวิเคราะห์ครั้งนี้สนับสนุนมุมมองเชิงบวกของเราสำหรับปี 2026 เนื่องจาก THANI ยังอยู่ในเส้นทางที่จะบรรลุเป้ายอดปล่อยสินเชื่อใหม่ที่ 1.7 หมื่นลบ. ขณะที่ผู้บริหารยังคงเป้าการเติบโตของสินเชื่อที่ 10-15% สอดคล้องกับประมาณการปี 2026 ของเราที่ 12% ด้านต้นทุนทางการเงินมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง และ Credit cost ยังอยู่ในระดับควบคุมได้ จากคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้นและการยึดทรัพย์สินรอการขายที่ลดลง

Highlights

  • ผู้บริหารเริ่มเปลี่ยนจากใช้ความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อกลับสู่การดำเนินงานปกติ โดยยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ใน 1Q26 อยู่ที่ 4.3 พันลบ. หรือคิดเป็น 25% ของเป้าทั้งปีของ THANI ที่ราว 1.7 หมื่นลบ. ผู้บริหารระบุว่าผลประกอบการ 1Q26 แข็งแกร่งเพียงพอจนเคยพิจารณาปรับเพิ่มเป้าการเติบโตของสินเชื่อปี 2026 เป็น 15-20% ก่อนที่ราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นจะกดดันโมเมนตัมสินเชื่อ ปัจจุบัน THANI ยังคงเป้าการเติบโตของสินเชื่อที่ 10-15% และมีแผนเร่งการปล่อยสินเชื่อ โดยได้แรงหนุนจากการแข่งขันที่ลดลงหลังผู้เล่นรายเล็กชะลอธุรกิจ ในมุมมองของเรา สิ่งนี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกของผู้บริหารอย่างชัดเจน โดย THANI เริ่มกลับมาเน้นการเติบโตมากขึ้นภายใต้สภาวะแวดล้อมปัจจุบัน

  • ผู้บริหารเน้นว่ารถบรรทุกมือสองจะเป็นกลุ่มการปล่อยสินเชื่อหลักของ THANI ในปี 2026 บริษัทเพิ่มความสำคัญต่อกลุ่มนี้ตั้งแต่ต้นปี โดยสัดส่วนรถบรรทุกมือสองเพิ่มเป็น 33% ของพอร์ตสินเชื่อรถบรรทุก จาก 28% ณ สิ้นปี 2025 และพอร์ตสินเชื่อรถบรรทุกมือสองเริ่มกลับมาขยายตัว ปัจจัยหนึ่งมาจากอุปสงค์รถใหม่ที่ยังอ่อนแอ จากราคารถที่สูงขึ้นและปัญหาการใช้งานของรถมาตรฐาน Euro 5 อย่างไรก็ดี เนื่องจากรถบรรทุกมือสองยังคิดเป็นเพียงราว 22% ของพอร์ตสินเชื่อรวมของ THANI ทำให้สินเชื่อรวมยังคงหดตัว

  • ภาวะตลาดรถบรรทุกมือสองปรับดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ 4Q25 ช่วยให้ทรัพย์สินรอการขายกลับสู่ระดับปกติเร็วกว่าคาด ผู้บริหารระบุว่าจำนวนทรัพย์สินรอการขายลดลงจากจุดสูงสุดราว 900 คัน เหลือต่ำกว่า 300 คันในปัจจุบัน ขณะที่จำนวนรถยึดเฉลี่ยต่อเดือนลดลงจาก 150-160 คัน เหลือราว 50 คัน ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตของ THANI ที่ราว 80 คัน ในมุมมองของเรา สิ่งนี้สะท้อนการปรับดีขึ้นอย่างชัดเจนจากปี 2025 ซึ่งทรัพย์สินรอการขายและอุปทานรถบรรทุกมือสองส่วนเกินยังเป็นแรงกดดันสำคัญ

  • คุณภาพสินทรัพย์ยังปรับดีขึ้นต่อเนื่อง จากการคุมเข้มการปล่อยสินเชื่อในช่วงปี 2024-25 และการบริหารจัดการลูกหนี้เชิงรุก ลูกค้าสินเชื่อรถบรรทุกมือสองรายใหม่ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าบริษัทขนาดใหญ่ที่มีคุณภาพดี ขณะที่โครงสร้างลูกค้าของ THANI ปัจจุบันแบ่งเป็นลูกค้าบริษัทขนาดใหญ่ราว 60% และผู้ประกอบการรายย่อยราว 40% โดยกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่มีความแข็งแกร่งมากกว่า จากการมีสัญญามาตรฐานและความสามารถในการผลักภาระต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นไปยังลูกค้าได้ดีกว่า ทั้งนี้ ลูกหนี้ที่อยู่ระหว่างปรับโครงสร้างหนี้คิดเป็นเพียง 5-6% ของพอร์ตสินเชื่อรวม ซึ่งสนับสนุนมุมมองของเราว่าคุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในระดับบริหารจัดการได้ แม้สินเชื่อจะกลับมาขยายตัว

  • อย่างไรก็ดี ความชัดเจนของแนวโน้ม 2Q26 ยังมีจำกัด โดยผู้บริหารระบุว่าข้อมูลในเดือนเมษายนมีผลกระทบจากวันหยุดหลายช่วง ทำให้ประเมินแนวโน้มการชำระหนี้ได้ยากท่ามกลางราคาพลังงานที่สูงขึ้น ดังนั้น เรามองว่าข้อมูลเดือนพฤษภาคมจะเป็นเดือนสำคัญในการประเมินว่าการชะลอตัวดังกล่าวเป็นเพียงปัจจัยฤดูกาลชั่วคราว หรือสะท้อนผลกระทบที่มีนัยสำคัญต่อความสามารถในการชำระหนี้และความต้องการสินเชื่อของลูกหนี้

  • ต้นทุนทางการเงินยังเป็นปัจจัยหนุนกำไรที่ชัดเจน โดยผู้บริหารคาดว่าต้นทุนทางการเงินจะลดลงต่อเนื่องตลอดปี 2026 ใน 1Q26 THANI ออกหุ้นกู้ 1.0 พันลบ. ที่ต้นทุนดอกเบี้ย 2.10% เพื่อทดแทนหุ้นกู้ครบกำหนด 2.0 พันลบ. ที่มีต้นทุนเฉลี่ย 2.82% สำหรับช่วงที่เหลือของปี 2026 THANI ยังมีหุ้นกู้ครบกำหนดอีก 7.6 พันลบ. ที่มีต้นทุนเฉลี่ย 3.56% ซึ่งเปิดโอกาสให้ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลงจากการรีไฟแนนซ์เพิ่มเติม ในมุมมองของเรา ปัจจัยดังกล่าวสนับสนุนสมมติฐานต้นทุนทางการเงินปี 2026 ของเราที่ 2.9% และช่วยจำกัดความเสี่ยงด้านลบต่อกำไร หากการเติบโตของสินเชื่อต่ำกว่าเป้าหมาย

- Advertisement -