บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
OSOTSPA (OSP TB)
ยังมีหลายปัจจัยให้ติดตาม
-
รายได้ปี 2026 อาจพลิกเป็นชะลอตัว แต่อาศัยประสิทธิภาพการผลิตและลดค่าใช้จ่ายช่วย
-
เราประทับใจในการบริหารจัดการต้นทุนที่ปรับขึ้นจากสงครามของ OSP จึงปรับเพิ่มกำไรปีนี้ขึ้น 2.8%
-
แต่ยังมีความเสี่ยงอยู่ทั้งต้นทุนและปัญหา Import license ของพม่า
รายได้ปี 2026 อาจพลิกเป็นลดลง y-y จากเดิมตั้งเป้าโต
ผู้บริหารยังตั้งเป้ารายได้ปี 2026 โตในอัตรา 5.0% y-y ภายให้อัตราแลกเปลี่ยนที่เท่ากัน อย่างไรก็ตาม หากรวมผลกระทบจากการปรับใช้ค่าเงินจ๊าดที่อ่อนค่าลงเป็น MMK3,649/USD (vs. MMK2,100/USD) เพื่อสะท้อนอัตราใกล้เคียงตลาดมากขึ้น จึงคาดรายได้รวมปี 2026 อาจลดลงราว 3-5% y-y (1Q25 -7.1% y-y) ขณะที่คงเป้าอัตรากำไรขั้นต้นทั้งปีไม่ต่ำกว่าระดับ 40% (1Q26 ทำนิวไฮที่ 42.5%) และควบคุมค่าใช้จ่ายไม่ให้สูงกว่าปีก่อน กลยุทธ์หลักในปีนี้คือ การเน้นเพิ่มรายได้ Premiumization product, เพิ่มประสิทธิภาพ และลดค่าใช้จ่าย
ภาพรวมรายได้ในประเทศยังเติบโต แต่สถานการณ์ในพม่ายังไม่ชัดเจน
แนวโน้มรายได้ในประเทศ 2Q26 น่าจะยังโต +3.0% q-q และ +6.2% y-y เพราะฐานต่ำในปีก่อน และคาดได้ปัจจัยหนุนจากมาตรการไทยช่วยไทย รวมถึงยังออกสินค้าใหม่ต่อเนื่อง และจะเริ่มทำกิจกรรมตลาดมากขึ้นใน 2Q26 แต่คาดรายได้พมู่าอาจทรงตัวถึงลดลง q-q เพราะยังมีปัญหา import license ผู้บริหารระบุว่าหากคลี่คลายได้ภายในเดือน มิ.ย. อาจพอช่วยหนุนรายได้ใน 2Q26 ได้บ้าง แต่ถ้าไม่ทัน การฟื้นตัวของพม่าอาจถูกเลื่อนไปเป็น 2H26 ทั้งนี้ระดับสต็อกของร้านค้าในพม่าต่ำมาก และบางโซนเริ่มของขาดสต็อก ส่วนการถูกจำกัดโอนเงินออกจากพม่ายังไม่คลี่คลาย ดังนั้นบริษัทจึงมีแผนลงทุนสร้างไลน์บรรจุเครื่องดื่มขวดแก้วในพม่า (เงินลงทุน 100-150 ลบ.) คาดจะแล้วเสร็จกลางปี 2027
ต้นทุนบรรจุภัณฑ์และค่าขนส่งจะเริ่มปรับขึ้นใน 2Q26
นอกจากต้นทุนค่าขนส่งเริ่มสูงขึ้นใน 2Q26 แล้ว บริษัทจะเริ่มรับรู้ต้นทุนบรรจุภัณฑ์และค่าก๊าซที่สูงขึ้นในเดือน มิ.ย. เมื่อสต็อกราคาต่ำถูกใช้หมด คาดอัตรากำไรขั้นต้น 2Q26 อาจลดลงเป็น 41% จาก 42.5% และคาดอัตรากำไรขั้นต้นในช่วง 2H26 อาจลดลงมาอยู่ที่ 40-41% เมื่อรับรู้ต้นทุนใหม่เต็มไตรมาส อย่างไรก็ตาม เรามองว่า OSP จะเป็นบริษัทที่บริหารจัดการต้นทุนที่สูงขึ้นจากสงครามได้ดีที่สุดบริษัทหนึ่งในกลุ่มเครื่องดื่ม โดยเริ่มปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ที่สามารถใช้ทดแทนของเดิมในราคาที่ปรับขึ้นน้อยกว่า หรือคงราคาเดิมไว้ได้ เช่น เปลี่ยนฝาขวด, เปลี่ยนฉลากเครื่องดื่มเป็นกระดาษแทนพลาสติก เป็นต้น เบื้องต้นคาดกำไร 2Q26 อาจอยู่ที่ราว 900-1,000 ลบ. ลดลง -15-20% q-q และทรงตัวถึงปรับลง y-y
ยังแนะนำ ถือ เพื่อรอการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานอีกครั้ง
เราปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2026 ขึ้นเล็กน้อย 2.8% เป็น 3.77 พันลบ. (+2.8% y-y) โดยปรับลดรายได้ลง 5.7% เป็นลดลง 1.5% y-y ทั้งนี้เราใช้สมมติฐานรายได้พม่าจะกลับมาฟื้นใน 2H26 จากปัญหา Import license คลี่คลาย และปรับเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น 1% เป็น 41% ให้สอดคล้องกับ 1H26 รวมถึงปรับลด SG&A to sales ลง 70 bps เพราะเชื่อว่าจะมีการควบคุมค่าใช้จ่ายเข้มงวด เพื่อรักษาระดับกำไรสุทธิให้เติบโตจากปีก่อนได้ตามเป้าหมาย เราปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 17.5 บาท (อิง PE เดิม 14x) ยังแนะนำ ถือ และรอการฟื้นตัวของรายได้อีกครั้ง







