“ศุภมาส” บุกคลองถม สั่งฟันโซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐาน อายัดสินค้าจำนวนมาก ลุยตรวจทั่วประเทศ ดันเป็น “สินค้าควบคุมฉลากเฉพาะ” และคุมเข้ม “สัญญาติดตั้ง“
วันนี้ (20 พฤษภาคม 2569) เวลา 10.30 น. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) พร้อมด้วย นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค พร้อมด้วยทีมเจ้าหน้าที่ สคบ. ผู้แทนจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ผู้แทนจากการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และสภาองค์กรของผู้บริโภค ลงพื้นที่ตรวจสอบฉลากสินค้าโซลาร์เซลล์ ณ ศูนย์การค้าคลองถมเซ็นเตอร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร
นางสาวศุภมาส กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้สืบเนื่องจากความห่วงใยของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้บริโภคจากการใช้สินค้าและบริการที่อาจฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค โดยเฉพาะธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตและใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) ซึ่งปัจจุบันได้รับความนิยมในหลายครัวเรือน แต่กลับพบปัญหาผู้บริโภคถูกหลอกให้ใช้อุปกรณ์และติดตั้งระบบไม่ได้มาตรฐาน เสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน โดยที่ผ่านมาได้สั่งการให้ที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ และเลขาธิการ สคบ. เข้าร่วมประชุมหารือมาตรการกับ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา
“ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคที่ว่าจ้างผู้ประกอบการติดตั้งระบบการผลิตและใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาโซลาร์เซลล์ แล้วพบว่าสินค้าไม่ได้มาตรฐาน อุปกรณ์ชำรุด เสี่ยงไฟไหม้ และค่าไฟไม่ลดลง สร้างความเสียหายแก่ผู้บริโภค ดิฉันจึงสั่งการให้ สคบ. รวบรวมข้อเท็จจริงและเอกสารหลักฐานเพื่อเสนอคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคพิจารณาดำเนินคดีแทนผู้บริโภค ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2567 จนถึงปัจจุบัน สคบ. รับเรื่องร้องทุกข์เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมาแล้ว 156 เรื่อง ดำเนินการช่วยเหลือผู้บริโภคปิดเรื่องไปแล้ว 84 เรื่อง โดยมีมูลค่าที่ผู้ร้องเรียกค่าเสียหายรวมกว่า 40 ล้านบาท ส่วนที่เหลือกำลังติดตามอย่างใกล้ชิด เรื่องที่ร้องเรียนมากที่สุดคือ อุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน รองลงมาคือ ใช้บริการแล้วไม่ได้รับความเป็นธรรม ตัวเลขนี้สะท้อนชัดว่าปัญหาดังกล่าวกระทบพี่น้องประชาชนเป็นวงกว้าง” นางสาวศุภมาส กล่าว
นางสาวศุภมาส กล่าวต่อว่า การลงพื้นที่ตรวจสอบในวันนี้ ผู้ประกอบการให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่เราจะไม่หยุดเรียนเท่านี้ ดิฉันได้สั่งการให้ สคบ. บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปูพรมตรวจสอบอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ ซึ่งหากเจ้าหน้าที่พบสินค้าโซลาร์เซลล์ที่ฉลากไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น ไม่มีฉลากภาษาไทย ไม่ระบุผู้นำเข้า ไม่มีคำเตือน เจ้าหน้าที่จะทำการยึดอายัดสินค้าตามที่กฎหมายกำหนดทันที และส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจมาตรฐานต่อไป รวมทั้งให้เรียกจะเรียกผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นผู้นำเข้าและผู้ขายมาให้ถ้อยคำ ต่อ สคบ. ภายใน 7 วัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 30, 31 และ 52 กำหนดให้ผู้ขายสินค้าที่ไม่ติดฉลากหรือฉลากไม่ถูกต้องมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนผู้ผลิตหรือผู้นำเข้ามีโทษหนักกว่า จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท นอกจากนี้ สคบ. จะขยายผลการลงพื้นที่ตรวจสอบในลักษณะเดียวกันทั่วประเทศ
“ในระยะยาว สคบ. จะยกระดับมาตรการคุ้มครองผู้บริโภค โดยผลักดันให้อุปกรณ์โซลาร์เซลล์เป็นสินค้าควบคุมฉลากเป็นการเฉพาะ และยกระดับธุรกิจการติดตั้งระบบการผลิตและใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) ให้เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความเป็นธรรม รัฐบาลสนับสนุนพลังงานสะอาด แต่ต้องมาพร้อมกับมาตรฐาน ความรับผิดชอบ และการคุ้มครองผู้บริโภค สคบ. ทำหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภค ในขณะเดียวกันเราจะไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้ประกอบการ ดิฉันขอฝากถึงผู้ประกอบการทุกราย ขายสินค้าต้องได้มาตรฐาน ติดฉลากให้ถูกต้อง หากเจอของไม่ได้มาตรฐาน ผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบ ส่วนพี่น้องประชาชนก่อนซื้อหรือติดตั้งโซลาร์เซลล์ ขอให้ตรวจดูฉลากทุกชิ้น ดูผู้ผลิต ผู้นำเข้า แหล่งที่มา และหากมีเครื่องหมาย มอก. ด้วยจะจะช่วยเพิ่มความมั่นใจได้ ที่สำคัญเก็บสัญญาและใบเสร็จไว้ให้ครบ อย่าหลงเชื่อของถูกผิดปกติ หรือโฆษณาออนไลน์ที่ไม่มีเอกสารรับรอง เพราะอาจเสียทั้งเงิน เสียทั้งทรัพย์สิน และเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต ดิฉันและ สคบ. จะลุยต่อ ตรวจต่อ จนกว่าตลาดโซลาร์เซลล์ในประเทศไทยจะปลอดภัยและเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชนทุกคน” นางสาวศุภมาส กล่าว
ทั้งนี้ ผู้บริโภคที่ประสบปัญหาจากการซื้อสินค้าหรือใช้บริการ สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ www.ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัด










