Bond Yield สหรัฐฯ ร่วงลง เพราะราคาน้ำมันที่ลดลง ระยะสั้นดีกับกลุ่มการเงินและอิเล็กทรอนิกส์
MARKET UPDATE
DJIA ปิดบวก 645 จุด (+1.3%)ได้แรงหนุนจากกลุ่ม TECH และกลุ่ม Semiconductor พร้อมกับการลดลงของ Bond Yield ด้านราคาน้ำมันดิบปิดลบ 5.6% หลังจากทรัมป์ระบุว่ากำลังเจรจากับ IRAN ในขั้นตอนสุดท้าย คืนนี้รอติดตามยอดสร้างบ้านใหม่และใบขออนุญาตาก่อสร้างพร้อมกับ PMI เบื้องต้นทั้งภาคบริการและภาคผลิต
MARKET OUTLOOK
ปัจจัยต่างประเทศ
NVIDIA ประกาศ Earnings Q1FY27 พบว่ารายได้ +85%YoY กำไรจากการดำเนินงาน +147%YoY กำไรสุทธิ +211%YoY นอกจากนี้ยังประกาศซื้อหุ้นคืนและจ่ายเงินปันผล แต่อย่างไรก็ตามหลังรายงานกำไร Pre_Open พบว่า (-1.2%) ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่าราคาหุ้นปรับขึ้นมาต่อเนื่องพร้อมกับความคาดหวังที่ค่อนข้างมากกับนักลงทุน ปัจจัยอื่นพบว่า US Bond Yield เริ่มชะลอลงซึ่งเป็นไปตามการปรับลงของราคาน้ำมันดิบ อย่างไรก็ดียังวางใจไม่ได้เพราะฝั่ง IRAN ไม่ได้ส่งสัญญาณใดๆชัดเจน หากน้ำมันจะปรับลงต่อเนื่องอาจจำเป็นจะต้องเห็นการคลายตัวในช่องแคบ HORMUZ แต่ข้อดีก็คือเหมือนจะยังไม่เห็นจุดสูงสุดใหม่ของราคาน้ำมัน ช่วยคลายกังวลเงินเฟ้อ
ปัจจัยในประเทศ
ยังไร้ปัจจัยใหม่ๆหลังนักลงทุนตอบรับกับกำไร 1Q26 ไปแล้ว ประเมินจากนี้จะรอดูโยบายกระตุ้น 4 แสนล้านบาท แต่ระยะสั้นการฟื้นตัวของหุ้นสหรัฐฯจะเป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้นไทยโดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA , HANA)
วันนี้คาด SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1520 – 1540 เช้านี้ Kospi +4.7% มองเป็นแรงหนุนจิตวิทยากับ SET เชิงกลยุทธ์การลงทุนแม้ระยะสั้นมีปัจจัยหนุนแต่ Valuation SET ที่ค่อนข้างสูงอาจเน้นเพิ่มความระมัดระวัง หุ้นแนะนำระยะสั้นเน้นที่อิเล็กทรอนิกส์ (DELTA KCE) กลุ่มการเงิน (MTC SAWAD TIDLOR) อสังหาฯ (AP SPALI) ค้าปลีก (CPALL HMPRO) ศูนย์การค้า (CPN)
TOP PICK
TIDLOR ซื้อ ราคาเป้าหมาย 24 Bt
ผลการดำเนินงานใน 1Q26 แข็งแกร่งที่ 1.6 พันล้านบาท (+35% YoY, +56% QoQ) และคุณภาพสินเชื่อดีขึ้น NPL ratio ลดลงเหลือ 1.47%
MTC ซื้อ ราคาเป้าหมาย 39 Bt
แนวโน้ม NIM ใน 2Q26 ฟื้นตัวจากอัตราผลตอบแทนสินเชื่อเพิ่มขึ้น และต้นทุนการเงินลดลง โดยมีแผนออกหุ้นกู้ใหม่ 10 พันล้านบาท ในปลายเดือน พ.ค.









