บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
NEO CORPORATE (NEO TB)
Key takeaways from analyst meeting
Highlights
-
บริษัทปรับลดเป้าอัตรากำไรขั้นต้นปี 2026 ลงเป็น 36-38% (จาก 38-40%) หลังต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ปรับสูงขึ้นจากสงคราม แต่ยังคงเป้ารายได้รวมเติบโตราว 5-8% y-y และ SG&A to sales ไม่เกิน 32%
-
โดยรายได้ 2QTD เติบโตทั้ง q-q และ y-y คาดรายได้เวียดนามและลาวกลับมาฟื้น q-q หลังลูกค้าชะลอคำสั่งซื้อใน 1Q26 และคาดรายได้ในประเทศเดือน เม.ย. ฟื้นแรงจากการเร่งสต็อกของผู้บริโภค (กังวลว่าราคาสินค้าจะปรับขึ้น) และ Distributor มีสต็อกระดับต่ำใน 1Q26
-
บริษัทชะลอการออกสินค้าใหม่ใน 2Q26 เหลือ 35 SKUs จาก 155 SKUs ใน 1Q26 เพื่อลดค่าใช้จ่ายต่างๆ จึงคาด SG&A to sales อาจลดลงอย่างมีนัยสำคัญใน 2Q26 (1Q26 อยู่ที่ 33.0%)
-
เริ่มรับรู้ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้นใน 2Q26 รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบยังปรับขึ้นต่อ หลังราคา CPKO เฉลี่ย 1Q26 +9.0% q-q, +17.1% y-y (จะเป็นต้นทุนใน 2Q26)
-
บริษัทยังไม่มีแผนปรับขึ้นราคา แต่อาจเริ่มเห็นการทำโปรโมชั่นลดลงชัดเจนขึ้นใน 3Q26 เพื่อลดผลกระทบของต้นทุนที่จะสูงขึ้นเต็มไตรมาส ทั้งนี้ระดับสต็อกในปัจจุบันสั้นลงเหลือราว 1 เดือน จากปกติ 1-2 เดือนสำหรับวัตถุดิบ และมากกว่า 6 เดือนสำหรับบรรจุภัณฑ์ บริษัทจึงเน้นการจัดหาวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ให้ได้อย่างเพียงพอ โดยจัดหาจาก Supplier ในต่างประเทศ เช่น จีน แม้ต้นทุนจะสูงกว่าในไทย แต่ต้องมั่นใจว่าจะไม่เผชิญปัญหาสินค้าขาดแคลน
Comments
-
ระยะสั้น แนวโน้มกำไร 2Q26 ดูดีกว่าที่เคยคาด เบื้องต้นอาจปรับขึ้นสู่ระดับ 107 ลบ. (+12.6% q-q, +33.8% y-y) โดยคาดรายได้ฟื้นตัวและค่าใช้จ่ายที่ลดลง จะช่วยหักล้างอัตรากำไรขั้นต้นที่อาจอ่อนตัวลงเป็น 36-37% จาก 37.9% ใน 1Q26 ได้ทั้งหมด
-
แม้เรามีมุมมองเชิงบวกต่อมาตรการไทยช่วยไทยพลัส ที่น่าจะช่วยหนุนรายได้ในเดือน มิ.ย.-3Q26 แต่เรายังคงมุมมองระมัดระวังรายได้ต่างประเทศใน 3Q26 ที่อาจอ่อนลงตามฤดูกาล กอปรกับจะรับรู้ต้นทุนที่สูงขึ้นเต็มไตรมาส รวมถึงจะเริ่มรับรู้ค่าเสื่อมโรงงาน Household ตั้งแต่ 3Q26 เป็นต้นไป ราว 30-40 ลบ./ไตรมาส หรือราว 1.0-1.4% ของรายได้ มีความเป็นไปได้ที่อาจเห็นกำไรต่ำสุดปีนี้ใน 3Q26
-
เรายังคงประมาณการกำไรปี 2026 ที่ 425 ลบ. (-24.3% y-y) คาดกำไร 1H26 จะคิดเป็น 47.5% ของประมาณการทั้งปี ยังคงเป้าที่ 18.5 บาท (อิง PE เดิม 13x)








