บล.กรุงศรีฯ:
เก่งหลังเกมส์
SET Index ปรับขึ้นต่อติดต่อกันเป็นวันที่ 5 ปิดที่ 1431.1 จุด ทำจุดสูงสุดในรอบ 1 ปี (+0.24%) มูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 8.7 หมื่นล้านบาท โดยปัจจัยหนุนจากการเมืองเดินหน้าและความเชื่อมั่นจากการแถลงข้อมูลรายละเอียดกองทุนวายุภักษ์มีโอกาสนำมาสู่ผลตอบรับที่ดี และมีโอกาสเห็นเม็ดเงินใหม่หนุนตลาดระยะถัดไป โดย Sector ที่ปรับขึ้นหนุนดัชนี คือ กลุ่มธนาคาร KBANK, BBL, กลุ่มอาหาร OSP กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ DELTA กลุ่มพลังงาน PTTEP ฯลฯ กลุ่มที่กดดัชนีคือ กลุ่ม ICT อาทิ ADVANC, INTUCH กลุ่มขนส่ง AOT ฯลฯ
หุ้นที่เคลื่อนไหวโดดเด่น คือ
AAV +6.5% BA +3.2%
กลุ่มสายการบินปรับเพิ่มขึ้นแรงหนุนจาก 1.) ราคาน้ำมันดิบ ซึ่งเป็นต้นทุนของธุรกิจ ปรับลง ปลายสัปดาห์จุดต่ำสุดตั้งแต่ มิ.ย.2023 น้ำมันดิบ Brent -2.24%d-d ปิดที่ US$ 71.06/barrel 2.) ค่าเงินบาท/ดอลลาร์ที่แข็งค่าบวกต่อ AAV บันทึกกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวนมากงวด 3Q24
MINT +1.77%
ปรับขึ้น KSS มองโมเมนตัมกำไร MINT ช่วง 2H24F แข็งแกร่ง มองกำไรปกติงวด 3Q24 เด่นใกล้เคียง 2Q24 ที่ 3.2 พันล้านบาท จากยอดใช้บริการที่สูงขึ้นทั้งฝั่งไทยและยุโรป ซึ่งมีมหกรรมกีฬาสำคัญและคอนเสิร์ต Taylow Swift หุ้นที่อยู่ในกองทุนวายุภักษ์ 1 และซื้อขายในระดับ Valuation Zone รวมถึงมีแนวโน้มการเติบโตดี โดยหุ้นในกลุ่มท่องเที่ยวยังถือว่าปรับตัวขึ้นน้อยกว่ากลุ่มอื่นๆ ในธีม Vayupak และหากเริ่มขยับขึ้นได้เด่นขึ้น น่าจะมีแรงเสริมจากการเร่ง Cover Short จากยอด Short ที่ยังไม่ปิดสถานะ/ทุนชำระแล้วล่าสุดที่สูง 1.32%
BBL +1.0%), KBANK +1.97, BAY +4.55%
เป็นหุ้น Big Cap รองรับ Fund flow ไหลเข้า ผสานคาดเป็นเป้าในการเข้าซื้อจากกองทุนวายุภักษ์ 1 เนื่องจากเป็นหุ้นที่จ่ายปันผลและให้ Dividend yield มากกว่า 5% มีน้ำหนักใน SET ESG สูง แต่ยังมีสัดส่วนในกองทุนวายุภักษ์ต่ำทำให้มี room ที่กองทุนวายุภักษ์จะเพิ่มสัดส่วนการลงทุนได้มากขึ้น
PTTEP +1.77%
ปรับขึ้นรับเช้านี้ ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นแรง WTI ส่งมอบเดือนต.ค. ปรับตัวแรง แตะที่ระดับ 68.67 ดอลลาร์/บาร์เรล หนุนจาก Supply Shortage หลังศูนย์เฮอร์ริเคนแห่งชาติสหรัฐฯ ซึ่งระบุว่า พายุลูกหนึ่งที่ก่อตัวในอ่าวเม็กซิโกอาจจะทวีความรุนแรงจนกลายเป็นเฮอร์ริเคน ก่อนที่จะเคลื่อนตัวเข้าสู่ฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของเขตกัลฟ์โคสต์
CPF +2.04%
มีจิตวิทยาบวกหนุนจากทิศทางราคาหมูยังแกร่ง ราคาสุกรทรงตัวที่ 73.5 บาท (ต้นทุน 68-77 บาท) ราคาสุกรจีน +1.01% มาที่ 19.88 หยวนหรือ 99.4 บาท (ต้นทุนการเลี้ยงที่ 16.5 หยวน) เพราะผลผลิตเข้าสู่ตลาดน้อยลง ราคาสุกรเวียดนามทรงตัวที่ 64,000 ดองหรือ 89.6 บาท Top pick CPF (TP25F 31) ได้ภาพบวกทั้งราคาสุกรจีน-เวียดนาม-ไทยที่เพิ่มขึ้น การส่งออกไก่ที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนถั่วเหลืองลดลง ค่าเงินบาทแข็งมีผลเป็นกลาง ต่อ CPF








