หวัง Sentiment ภายนอกและความดีภายใน / 1,545-1,565
คาด SET Index แกว่งตัว Sideways to sideways up: Sentiment หนุนจากการปิด All-time high ของดัชนีสำคัญในฝั่งสหรัฐฯ ประกอบกับมีสัญญาณเชิงบวกของผลประกอบการบจ.ในตลาดหุ้นไทยและความหวังเม็ดเงินโครงการไทยช่วยไทย แต่มองทางขึ้นจำกัดจากการรอติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง
กลยุทธ์การลงทุน
-
ไทยช่วยไทย: AEONTS, BEM, CPALL, CPAXT, CPN, ERW, KTB, KTC, MRDIYT, TIDLOR, TNP
-
Outlook ดีใน 2Q69: AMATA, GULF, KBANK, MINT, OR, STECON, SPALI, WHA
-
วัฏจักรขาขึ้นของอิเล็กฯ: DELTA, HANA, KCE
-
คาดเข้า SET50/100 เบื้องต้น: BCP₅₀, BTG₅₀, TFG₅₀, NER₁₀₀, PSL₁₀₀, THCOM₁₀₀
-
Selective: BH, SAT
- หวัง Sentiment จากเทคฯสหรัฐฯ: คาด SET Index โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มอิเล็กฯจะได้ Sentiment หนุนจากฝั่งสหรัฐฯ สอดรับกับ S&P500, Nasdaq และ Philadelphia SE Semiconductor Index ที่ปรับตัวขึ้นขึ้น 0.61%, 1.19% และ 5.53% ตามลำดับ ซึ่งต่างนับเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของแต่ละดัชนี โดยเรามองภาพข้างต้นส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากการที่นักลงทุนมีมุมมองเชิงบวกต่ออุปสงค์ในกลุ่ม AI รวมถึงสินค้าในกลุ่มเทคโนโลยี
-
ตลท.เผยบจ.ผลประกอบการ 1Q69 เติบโต: คาดอีกแรงหนุนมาจากสัญญาณเชิงบวกของผลการดำเนินงานบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหุ้นไทย หลังตลท.เผยบจ.จำนวน 813 บริษัท (รวม SET และ mai ที่มีกำหนดส่งงบการเงิน ณ สิ้นงวด 31 มี.ค.69 แต่ไม่รวม REITs และ IFF) นำส่งผลการดำเนินงาน 1Q69 พบว่ามียอดขายเพิ่มขึ้น 1.2% y-y และมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 25.3% y-y จากภาพข้างต้นยังเป็นส่วนหนึ่งที่ส่งผลให้ EPS คาดการณ์สำหรับ SET Index ในปี 2569 ถูกปรับขึ้น โดยปัจจุบันอยู่ที่ 97.1 บาท เพิ่มขึ้นจาก 96.1 บาท เมื่อประมาณ 1 เดือนก่อนหน้า ส่งผลให้เราเป็นโอกาสในการเก็บสะสมหุ้นที่มีแนวโน้มผลการดำเนินงานดีต่อเนื่อง/พลิกมาดีใน 2Q69 พร้อมกันนี้ ท่ามกลางปัจจัยใหม่ๆ ที่เข้ามาอย่างจำกัด ส่งผลให้เรามองว่าหุ้นในกลุ่ม Domestic เป็นอีกกลุ่มที่มีความน่าสนใจสำหรับการสะสม รวมถึงเก็งกำไร ท่ามกลางความหวังเม็ดเงินจากโครงการไทยช่วยไทย 60/40
-
รอติดตามจะโจมตีหรือเจรจา: มองทางขึ้นจำกัด ท่ามกลางการเปิดรับสถานะเสี่ยงอย่างจำกัดของนักลงทุน เนื่องจากยังรอติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่นับว่ามีความเปราะบางมากขึ้น หลังวานนี้กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ได้ใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีพื้นที่ตอนใต้ของอิหร่านได้ ขณะเดียวกันกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) แถลงว่าได้ยิงโดรน MQ-9 Reaper ของสหรัฐฯตกภายในน่านฟ้าของอิหร่าน จากภาพข้างต้นส่งผลให้การเจรจาสันติภาพเผชิญกับความไม่แน่นอน อีกทั้งยังส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Bren ปรับตัวขึ้น 3.58% ปิดที่ $99.58 ต่อบาร์เรล ส่วนราคา Spot เช้านี้ยังเคลื่อนไหวใกล้ระดับ $99 ต่อบาร์เรล
+ ปัจจัยเพิ่มเติม –
(+) สัปดาห์ที่ 21 ของปี 2569 (วันที่ 18-24 พ.ค.) ไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 520,536 คน เพิ่มขึ้น 12.3% y-y(เปรียบเทียบกับสัปดาห์เดียวกันของปีก่อนหน้า) ในจำนวนนี้มีนักท่องเที่ยวจีน 85,317 คน เพิ่มขึ้น 38.7% y-y
(+) วิจัยกรุงศรีเผยมาตรการไทยช่วยไทยพลัสคาดว่าช่วยกระตุ้นการบริโภคตั้งแต่ปลาย 2Q69 ต่อเนื่องถึง 3Q69 โดยกรณีฐานคาดว่าจะเพิ่ม GDP ได้ 0.2-0.5%
(+) รมว.อุตสาหกรรมเผยว่า SME D Bank ได้เร่งช่วยเหลือ SMEs ตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย.69 โดยสามารถช่วยผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุนแล้วกว่า 9,057 ล้านบาท สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 41,481 ล้านบาท
(+) แหล่งข่าวเผย PBOC ปล่อยให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะ 1 ปี แก่ธนาคารพาณิชย์ผ่านโครงการ MLF ปรับลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนว่าปักกิ่งกำลังเร่งใช่นโยบายการเงินเพื่อพยุงเศรษฐกิจที่เริ่มสูญเสียแรงส่ง
Picks of the day
BH (BUY)
-
เป้าหมาย: 183.00 / 185.00 แนวรับ: 173.00 / 175.50
-
แรงหนุนหลังรอมฎอนผสานกับแรงกดดันสงครามที่ลดลง: บรรยากาศความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเริ่มผ่อนคลายลง คาดเป็นปัจจัยบวกต่อการฟื้นตัวของกลุ่มผู้ป่วยตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นฐานผู้ป่วยสำคัญของโรงพยาบาล คิดเป็นสัดส่วนที่ 22% ของผู้ป่วยต่างชาติ ขณะเดียวกัน การเข้าสู่ช่วงหลังสิ้นสุดเทศกาลถือศีลอด (รอมฎอน) ยังช่วยหนุนให้ความต้องการเดินทางเพื่อรับรักษากลับมาฟื้นตัวตามปกติ
-
ขึ้นค่ารักษาหนุนอัตรากำไร: โดย BH มีความสามารถในการส่งผ่านต้นทุน ภายหลังปรับขึ้นค่ารักษาพยาบาลราว 4% ตั้งแต่ต้นปี 2569 เพื่อรองรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ความต้องการรับรักษาไม่ได้ชะลอตัวลง โดยเรามองว่าการส่งผ่านต้นทุนสะท้อนถึงฐานผู้ป่วยระดับพรีเมียมที่มีความอ่อนไหวต่อราคาค่อนข้างต่ำ ประกอบกับมีระดับอัตรากำไรที่ราว 30% ซึ่งอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับโรงพยาบาลโดยรวม
MRDIYT (BUY)
-
เป้าหมาย: 9.35 / 9.50 แนวรับ: 8.85 / 9.00
-
ได้รับ Sentiment บวกจากภาครัฐและเข้าคำนวน MSCI: จาก โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส“ ที่จะเริ่มใช้ในเดือน มิ.ย. และต่อเนื่องไป 4 เดือน หนุนกำลังซื้อโดยรวม นอกจากนี้ได้รับ Sentiment บวกจากการถูกนำเข้าดัชนี MSCI Global Small Cap อีกทั้งเป็นหนึ่งในหุ้นที่คาดว่าจะถูกนำเข้าคำนวณในดัชนี SET50 ในรอบครึ่งปีหลังของปี 2569 ด้วย
-
ตั้งเป้าทั้งปีขยาย 210 สาขา: MRDIYT ตั้งเป้าขยาย 210 สาขาในปีนี้(ในไตรมาส 1 เปิดไปแล้ว 66 สาขา) และตั้งเป้ายอดขายโต 20% y-y ปัจจุบันมีการเริ่มการก่อสร้างและทำสัญญาแล้วราว 80% ด้านอัตรากำไรมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องคาดอยู่ในระดับ 51-52% จาก Economy of Scale และการนำเข้าสินค้าใหม่ 500 SKU ต่อเดือนเพื่อบริหารต้นทุน









