KS Daily View 16 ก.ค. 2026>>> ประเมินกรอบของ SET index ที่ 1,620-1,640 จุด จาก US PPI ต่ำคาด สอดคล้อง US CPI ช่วยผ่อนคลายนโยบายการเงินของ Fed หนุนแรงเก็งสินทรัพย์เสี่ยง กลยุทธ์เน้นสะสมหุ้นงบดี วันนี้แนะนำ CREDIT, EPG

การลงทุนสัปดาห์นี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,630.21 เพิ่มขึ้น 4.18 จุด (+0.26%) แรงซื้อในกลุ่มโรงกลั่น, ปิโตรเคมี และขนส่ง โดยนักลงทุนต่างชาติยังซื้อหุ้นไทยสุทธิอีก 978 ลบ. (ซื้อเป็นวันที่ 10 ติดต่อกัน) ส่วนวันนี้ประเมิน SET index แกว่งในกรอบ 1,620 – 1,640 จุด จากการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อผู้ผลิตของสหรัฐฯ (US PPI) เดือน มิ.ย. เมื่อคืนที่ผ่านมาอยู่ที่ระดับ +5.5%YoY ลดลงจากเดือน พ.ค. ที่ 6.5% และลดลงมากกว่าตลาดคาดที่ 6.2% นอกจากนี้หากพิจารณาในภาพ MoM จะพบว่า US PPI -0.3%MoM ถือเป็นการติดลบ MoM ครั้งแรกในรอบ 10 เดือน โดยรวมถือว่ารายงาน PPI สอดคล้องกับรายงาน CPI ในวันก่อนหน้า ที่ลดลงและต่ำคาด ช่วยคลายกังวลต่อการดำเนินนโยบายทางการเงินของ Fed จะไม่ตึงตัวมากนัก ส่วนด้าน Dollar Index อ่อนค่าสู่ 100.5 จุด และ US Bond Yield 2 ปี -5.9bps ลงสู่ 4.135% ช่วยกระตุ้นแรงเก็งสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มเติม ส่วนปัจจัยในประเทศระยะสั้นยังได้แรงหนุนจากกระแสเงินทุนไหลเข้า ผสานมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเช่น ภาคท่องเที่ยว

ส่วนกลยุทธ์ยังคงเน้นทยอยสะสมหุ้นที่คาดแนวโน้มผลประกอบการเติบโตดี และมี Valuation น่าสนใจ โดยสำหรับวันนี้เราแนะนำ CREDIT, EPG

ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:

  • เศรษฐกิจจีนใน 2Q69 ขยายตัวเพียง 4.3% YoY ต่ำสุดในรอบ 3 ปีครึ่งและต่ำกว่าตลาดคาด จากอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอ ภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังซบเซา และแรงกดดันจากราคาน้ำมัน แม้ภาคการผลิตและการส่งออกที่เกี่ยวข้องกับ AI ยังคงเติบโตแข็งแกร่ง โดยยอดค้าปลีกเดือนมิถุนายนเริ่มฟื้นตัว แต่การลงทุนภายในประเทศยังอ่อนแอและเป็นตัวฉุดเศรษฐกิจโดยรวม ถือเป็นโมเมนตัมเชิงลบต่อหุ้นไทยที่พึ่งพาเศรษฐกิจจีน และกลุ่มปิโตรเคมี
  • กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เตรียมเสนอของบกลาง 2,450 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวผ่าน 3 โครงการ ได้แก่ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” แจก 500,000 สิทธิ์ รัฐช่วยจ่ายค่าใช้จ่ายท่องเที่ยว 50% (สูงสุด 3,000 บาท) พร้อม E-Voucher 500 บาท, โครงการลดค่าตั๋วเครื่องบินในประเทศ 400,000 ที่นั่ง และโครงการดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติผ่านการสนับสนุนเที่ยวบินเข้าไทย คาดสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนรวมกว่า 5.7 หมื่นล้านบาทในระบบเศรษฐกิจ ถือเป็นบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว โดยเฉพาะ AOT, AAV, BA, ERW, CENTEL, AWC รวมถึงกลุ่มค้าปลีกและร้านอาหาร
  • กพช. มีมติเห็นชอบมาตรการปฏิรูปโครงสร้างค่าไฟครั้งใหญ่ โดยลดค่าไฟบ้านอยู่อาศัย 200 หน่วยแรกเหลือ 3 บาทต่อหน่วย พร้อมขยายสิทธิไปยังหอพักและบ้านเช่า รวมถึงแยกค่าไฟสาธารณะออกจากบิลประชาชน ขณะเดียวกันกำหนดอัตราค่าไฟเฉพาะสำหรับ Data Center และเปิดทางให้ภาคธุรกิจซื้อไฟสะอาดผ่าน Direct PPA ได้มากขึ้น รวมถึงเดินหน้าโครงการโซลาร์ชุมชน 1,500 MW เพื่อเพิ่มการแข่งขันและลดต้นทุนไฟฟ้าในระยะยาว ประเมินมาตรการดังกล่าวเป็นบวกต่อกำลังซื้อและต้นทุนของภาคครัวเรือน ขณะที่กลุ่มโรงไฟฟ้า SPP ต้องติดตามผลกระทบจากโครงสร้างค่าไฟใหม่และการทบทวนสัญญารับซื้อไฟฟ้าอย่างใกล้ชิด
  • บริษัท Analog Devices (ADI) ผู้ผลิตชิประดับโลก เดินหน้าขยายการลงทุนในไทยกว่า 19,000 ล้านบาท ที่นิคมอมตะซิตี้ ชลบุรี เพื่อจัดตั้งศูนย์ออกแบบชิป (IC & PCB Design) และศูนย์ทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง ยกระดับไทยจากฐานการผลิตสู่ฐานออกแบบและวิจัยชิปของภูมิภาค พร้อมเพิ่มการจ้างงานจาก 1,300 คน เป็น 2,500 คน และหนุนการส่งออกผลิตภัณฑ์จากไทยแตะ 1.3 แสนล้านบาทในปีนี้ ถือเป็นบวกต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมและอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะ AMATA, HANA, KCE และ DELTA จากการเร่งลงทุนในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์และการยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมชิปและ Data Center ของภูมิภาค

หุ้นแนะนำวันนี้ Top pick:

CREDIT: ราคาพื้นฐาน 36.00 บาท

  • CREDIT โดดเด่นในสินเชื่อ Micro-SME โดยสามารถขยายสินเชื่อได้ระดับสองหลักสวนทางอุตสาหกรรม พร้อมรักษาคุณภาพสินทรัพย์ได้แข็งแกร่งด้วย NPL ทรงตัวและ Credit Cost เพียงราว 1.5%
  • บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (TCGC) เป็นแรงหนุนการเติบโต โดยกว่า 55% ของพอร์ตได้รับการค้ำประกันจาก TCGC ลดความเสี่ยงด้านเครดิตและหนุนการเติบโตของสินเชื่อในระยะยาว
  • คาด ROE อยู่ที่ 15-16% สูงกว่ากลุ่มธนาคารอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ซื้อขายเพียง PBV 0.9 เท่า จึงเริ่มต้นคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 36 บาท พร้อมมองเป็นหุ้นธนาคารที่ยังอยู่ในช่วง High Growth แตกต่างจากกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ที่เติบโตชะลอลงแล้ว

EPG: ราคาพื้นฐาน 6.70 บาท

  • คาดกำไรปกติ 1Q70 เติบโตแข็งแกร่ง โดยคาดอยู่ที่ 404 ล้านบาท (+18% YoY, +6% QoQ) หนุนจากความต้องการฉนวนกันความร้อนที่สูงขึ้นและการควบคุม SG&A ที่มีประสิทธิภาพ
  • ธุรกิจ Aeroflex ยังเป็นเครื่องยนต์หลักของการเติบโต โดยรายได้รวมคาดเพิ่ม 6% YoY และ 4% QoQ จากอุปสงค์ในกลุ่ม HVAC, Semiconductor, Clean Room และ Data Center ที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง
  • ต้นทุนเริ่มมีประสิทธิภาพมากขึ้น หลัง SG&A ต่อรายได้ลดลงต่อเนื่อง สะท้อนวินัยด้านต้นทุนที่ดีขึ้น โดยปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 6.70 บาท จากแนวโน้มธุรกิจฉนวนที่ยังแข็งแกร่งในระยะยาว

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

  • วันพฤหัส ติดตามยอดค้าปลีก US เดือน มิ.ย. คาดที่ +0.3%MoM ลดลงจาก +0.9% ในเดือน พ.ค. และยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ US คาดที่ 2.17 แสนราย ลดลงจากสัปดาห์ก่อนที่ 2.15 แสนราย
  • วันศุกร์ ติดตามยอดการเริ่มสร้างบ้าน US เดือน มิ.ย. คาด +12.5%MoM พลิกจาก -15.4%MoM ในเดือน พ.ค., ยอดใบอนุญาตก่อสร้าง US เดือน มิ.ย. -0.7%MoM จาก -0.9% ในเดือน พ.ค., ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม US คาด +0.2%MoM จาก +0.1%, ดัชนีความเชื่อมั่น US จาก ม.มิชิแกน เดือน ก.ค. คาดที่ 51.0 ขึ้นจาก 49.5 ในเดือน มิ.ย. และฝั่งยุโรปเกาะติดดัชนี CPI ของยูโรโซน มิ.ย. คาดที่ +2.8%YoY
- Advertisement -