บล.พาย:
NER: North East Rubber PCL.
เริ่มได้รับผลดีจากราคายางที่เพิ่มขึ้น
เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” ด้วยปัจจัยบวกจาก NER จะเริ่มเห็นผลดีจากราคายางพาราที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันในช่วงก่อนหน้านี้ และแม้ว่าจะมีช่วงที่ราคาน้ำมันอ่อนตัวลง แต่ราคายางพารากลับลดลงไม่มากเท่า ทำให้คาดยังเห็นผลดีต่อเนื่องจนถึงปลายปี ซึ่งจะเข้ามาชดเชยกับปริมาณขายที่มีโอกาสถูกกดดันจากภาวะ super Elnino ที่ทำให้ปริมาณขายทั้งปีต่ำกว่าปีก่อน สำหรับแนวโน้มผลประกอบการงวด 2Q26 เราคาดกำไรสุทธิ 361 ล้านบาท ลดลง 35% จากปีก่อนเนื่องจากปริมาณขายที่ลดลง ส่วนเทียบกับ 1Q26 จะเพิ่มขึ้น 42% เป็นผลดีจากราคาขายที่คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 11%QoQ
ได้รับผลดีจากราคายางที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น
-
ราคายางพาราในตลาดโลก (ยางแผ่นรมควันชั้น 3 ที่ตลาด SICOM) มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีจากระดับ 2.15 เหรียญฯ/กก. ในเดือน ธ.ค. มาอยู่ที่ระดับ 2.7 เหรียญฯ/กก. ในเดือน ก.ค. ส่วนหนึ่งเป็นผลจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ความกังวลด้านผลผลิตยางพาราหลังจากเกษตรกรมีการหันไปปลูกพืชประเภทอื่นมากขึ้น รวมกับภาวะ Super El Niño ที่หลายฝ่ายคาดว่าจะกระทบกับผลผลิตยางพาราในช่วง 2H26 เป็นต้นไป ขณะที่การปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันในช่วงปลายเดือน มิ.ย. ราคายางพารามีการลดลงต่ำกว่า ซึ่งแสดงให้เห็นว่าระยะสั้นราคายังมีโอกาสยืนสูงได้ต่อ
-
จากราคาที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเรามองว่าจะทำให้ราคาขายเฉลี่ยของ NER เริ่มเห็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากงวดก่อนหน้าอย่างโดดเด่นตั้งแต่ 2Q26 เป็นต้นไป ซึ่งจะมาช่วยชดเชยกับปริมาณขายที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าปีก่อนจากผลกระทบของภาวะ Super El Niño ซึ่งผู้บริหารคาดปริมาณขายอยู่ที่ระดับ 450,000 ตัน (-5%YoY)
-
ด้านความต้องการใช้ยางพาราในโลกปี 26 คาดยังเห็นการเติบโตได้ดีจากแรงหนุนของรถยนต์ในกลุ่มพลังงานใหม่ NEV หลังจากราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น เห็นได้จากยอดขายในประเทศจีนที่ยอดขายในช่วง 1H26 เพิ่มขึ้น 10%YoY สวนทางกับยอดการผลิตรถยนต์จีนในช่วงเดียวกันที่ลดลง 4%YoY
คาด 2Q26 กำไรสุทธิ 361 ล้านบาท (-35%YoY,+42%QoQ)
สำหรับผลประกอบการงวด 2Q26 เราคาดกำไรสุทธิที่ 361 ล้านบาท (-35%YoY,+42%QoQ) เทียบกับปีก่อนยังคงถูกกดดันจากปริมาณขายที่คาดจะมีเพียง 109,000 ตัน (-3%YoY) และราคาขายที่ลดลง 4%YoY ขณะที่เทียบกับ 1Q26 การเพิ่มขึ้นหลักเกิดจากราคาขายที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 11%QoQ มาอยู่ที่ระดับ 65 บาท/กก. หลังจากเริ่มได้รับผลดีจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นตามที่กล่าวไปข้างต้น
ด้านกำไรขั้นต้นคาดที่ระดับ 10% ลดลงเล็กน้อยจาก 10.5% ใน 2Q25 แต่เพิ่มขึ้นจาก 8.6% ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารคาดที่ระดับ 175 ล้านบาท (+14%YoY,-4%QoQ) โดย 2Q26 มีรายการปรับปรุงค่าใช้จ่ายภาษีเข้ามาทำให้ไตรมาสนี้เราคาดภาษีจ่ายที่ระดับ 31 ล้านบาท (+39%YoY,+817%QoQ)
คาด 2H26 รับผลดีราคาเต็มที่ ยังแนะนำ “ซื้อ”
หากกำไรสุทธิออกมาตามคาดจะทำให้กำไรในช่วง 1H26 อยู่ที่ระดับ 615 ล้านบาทคิดเป็นสัดส่วนเพียง 40% ของกำไรทั้งปี 26 ที่เราคาดไว้ที่ 1,555 ล้านบาท แต่ด้วยในช่วง 2H26 ที่จะได้รับผลดีจากราคายางพาราที่อยู่ในระดับสูงมากยิ่งขึ้น เราจึงยังคงประมาณการกำไรทั้งปีไว้เท่าเดิมก่อน สำหรับคำแนะนำการลงทุน ด้วยผลประกอบการที่คาดว่าจะฟื้นตัวในช่วง 2Q26 รวมกับผลตอบแทนเงินปันผลที่คาดว่าทั้งปีจะอยู่ที่ระดับ 7-8% เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” เช่นเดิมและประเมินมูลค่าเหมาะสมที่ 5.05 บาท (6.2XPER’26E)








