บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย):

TISCO Financial Group (TISCO TB)

ROE สูง มูลค่าหุ้นซื้อขายที่ระดับพรีเมียม

คงคำแนะนำ ถือ พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 120 บาท

เราคงคำแนะนำ ถือ พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 120 บาท (อิง PBV 2.1 เท่า และ PER 13 เท่า) จากเดิม 108 บาท หลังเลื่อนฐานการประเมินมูลค่าไปเป็นปี 2570 เราชอบ TISCO จากการให้ความสำคัญกับความสามารถในการทำกำไรและคุณภาพสินทรัพย์ ส่งผลให้ธนาคารสามารถรักษาอัตราการจ่ายเงินปันผลและ ROE ให้อยู่ในระดับสูงได้ อย่างไรก็ตาม เรามองว่าราคาหุ้นมีโอกาสปรับขึ้นจำกัด เนื่องจากการเติบโตของกำไรยังค่อนข้างช้า ขณะที่หุ้นซื้อขายที่ระดับพรีเมียม โดยมี PER ปี 2570 ที่ 13.4 เท่า และ PBV ที่ 2.2 เท่า เราคาดอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 6.2% จากการคงเงินปันผลที่ 7.75 บาทต่อหุ้น ปัจจัยบวกต่อประมาณการ ได้แก่ การจ่ายเงินปันผลสูงกว่าคาด และการเติบโตของสินเชื่อที่เร็วกว่าคาด ขณะที่ความเสี่ยงสำคัญคือคุณภาพสินทรัพย์ที่อ่อนแอลง

มุ่งเน้นสินเชื่อคุณภาพดีและการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียม

TISCO ชะลอการปล่อยสินเชื่อใหม่ในกลุ่มสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนสูง เช่น สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มือสองและสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ และหันมาให้ความสำคัญกับสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนต่ำกว่า เช่น สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ใหม่ เพื่อรักษาคุณภาพสินทรัพย์ให้อยู่ในระดับที่ดี ธนาคารคาดว่ายอดขายรถยนต์ในประเทศจะเติบโตในปีนี้และปีหน้า จากวัฏจักรการเปลี่ยนรถยนต์ใหม่ สำหรับสินเชื่อเช่าซื้อ ธนาคารให้ความสำคัญกับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เนื่องจากมีคุณภาพสินเชื่อดีกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาป (ICE) โดยปัจจุบันสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ EV คิดเป็น 50% ของสินเชื่อใหม่ และคิดเป็น 20% ของพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อทั้งหมด นอกจากนี้ยังช่วยสนับสนุนรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจประกัน (Bancassurance) เนื่องจากเบี้ยประกันรถยนต์ EV สูงกว่ารถยนต์ ICE

คาด NIM เพิ่มสูงสุดใน 2H69 ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์ทรงตัว

CFO คาดว่า NIM จะปรับเพิ่มขึ้น QoQ และจะทำจุดสูงสุดในช่วง 3Q69-4Q69 โดยได้รับแรงหนุนจากต้นทุนเงินฝากที่ลดลง หลังเงินฝากอัตราดอกเบี้ยคงที่ที่ทยอยครบกำหนดและถูกปรับอัตราดอกเบี้ยใหม่ตามระดับดอกเบี้ยตลาดที่ต่ำลง นอกจากนี้ CFO ยังมองว่าการแข่งขันด้านเงินฝากจากธนาคารไร้สาขา (Virtual Banks) จะอยู่ในระดับต่ำ และธนาคารไม่มีความสนใจในการปล่อยสินเชื่อไม่มีหลักประกัน เนื่องจากความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้ายังมีข้อจำกัด ทั้งนี้ TISCO ยังคงให้ความสำคัญกับความสามารถในการทำกำไรและคุณภาพสินทรัพย์มากกว่าการเร่งขยายสินเชื่อ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ CFO คาดว่าราคารถยนต์มือสองจะทรงตัวในช่วง 2H69 และยังคงเป้าหมาย Credit Cost ที่ 1.0% สำหรับปีนี้ เรามองว่ากำไรของธนาคารมีความมั่นคง เนื่องจากยังมีอัตราการกันสำรองต่อ NPL (NPL Coverage Ratio) สูงถึง 190%

กำไร 2Q69 เพิ่มขึ้น 7% YoY จากรายได้ค่าธรรมเนียมที่แข็งแกร่ง

TISCO รายงานกำไรสุทธิ 2Q69 ที่ 1.76 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% YoY จากการเติบโตที่แข็งแกร่งของรายได้ค่าธรรมเนียม สินเชื่อทรงตัว QoQ ขณะที่ NIM เพิ่มขึ้น 6bps QoQ มาอยู่ที่ 5.04% รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิเพิ่มขึ้น 16% YoY จากรายได้ธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 29% และธุรกิจบริหารสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 27% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) เพิ่มขึ้น 7% YoY ส่งผลให้อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ (Cost-to-Income Ratio) เพิ่มขึ้น 40bps YoY มาอยู่ที่ 46.1% ธนาคารตั้งสำรองหนี้สูญจำนวน 551 ล้านบาท คิดเป็น Credit Cost ที่ 94bps ใน 2Q69 โดย Credit Cost ในช่วง 1H69 อยู่ที่ 1.13% สอดคล้องกับเป้าหมายของธนาคาร คุณภาพสินทรัพย์ยังทรงตัว โดยทั้งสัดส่วน NPL และสัดส่วนสินเชื่อ Stage 2 ทรงตัวจากไตรมาสก่อน

- Advertisement -