บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย):
Bangkok Dusit Medical Services (BDMS TB)
คาดกำไร 2Q69 อ่อนตัว ขณะที่การฟื้นตัวใน 2H69 ยังไม่ได้เหนือกว่ากลุ่ม
คงคำแนะนำ ถือ ชอบ BH มากกว่าในกลุ่มหุ้นโรงพยาบาลใหญ่
เราคงคำแนะนำ ถือ และคงราคาเป้าหมายที่ 20 บาท โดยคาดว่ากำไรปกติใน 2Q69 จะยังอ่อนแอลดลง YoY, QoQ และแม้กำไรมีแนวโน้มฟื้นตัวในช่วง 2H69 แต่การเติบโตโดยรวมยังใกล้เคียงกับกลุ่ม ขณะที่เราคาดการเติบโตกำไรในช่วงปี 2568-71 ของ BDMS ที่ 1.7% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 2.6% นอกจากนี้เรามองหุ้นบางตัวในกลุ่มยังมีโอกาส upside มากกว่าจากการฟื้นตัวของผู้ป่วยตะวันออกกลาง หรือโอกาสปรับขึ้นของอัตราเบิกจ่ายประกันสังคม ด้าน valuation ปัจจุบันที่ 19x P/E ปี 69 (vs ค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 18.5x) เรามองยังไม่น่าดึงดูดเมื่อเทียบกับแนวโน้มการเติบโตและโอกาส upside ที่น้อยกว่า โดยสำหรับหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่ม เราชอบ BH (ซื้อ, ราคาเป้าหมาย 215 บาท) มากกว่า เนื่องจากเป็นผู้ได้รับประโยชน์หลักจากการฟื้นตัวของผู้ป่วยตะวันออกกลางและการกลับเข้าสู่ภาวะปกติของฐานผู้ป่วยจากกัมพูชา
คาดกำไรปกติ 2Q69 ลดลงทั้ง YoY และ QoQ
เราคาดว่า BDMS จะรายงานกำไรสุทธิ 2Q69 ที่ 3.47 พันล้านบาท (-1% YoY, -14% QoQ) ในวันที่ 13 ส.ค. หากตัดรายการรายได้จากค่าเคลมประกันหลังหักภาษีจำนวน 72 ล้านบาท จากเหตุการณ์น้ำท่วมโรงพยาบาลในหาดใหญ่ออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 3.40 พันล้านบาท (-3% YoY, -16% QoQ) กำไรที่ลดลงเล็กน้อย YoY มีสาเหตุหลักจากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลงและสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่น้อยลง ขณะที่รายได้เติบโตได้ในระดับเล็กน้อย ส่วนการลดลง QoQ เป็นผลจากปัจจัยฤดูกาล เนื่องจากช่วงวันหยุดยาวส่งผลให้รายได้ลดลง
รายได้เติบโตเพียงเล็กน้อย ขณะที่อัตรากำไรยังถูกกดดัน
รายได้คาดที่ 2.74 หมื่นล้านบาท (+1% YoY, -4% QoQ) หนุนจากรายได้จากผู้ป่วยไทยที่เติบโต 2% YoY ซึ่งเดือนมิถุนายนเป็นเดือนที่แข็งแกร่งที่สุดจากฝนที่ตกมากขึ้น ส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติตาดลดลง 2% YoY โดยได้รับแรงกดดันจากผู้ป่วยกัมพูชา (-70% ถึง -80% YoY) และตะวันออกกลาง (-25%) ทั้งนี้ทิศทางผู้ป่วยตะวันออกกลางเห็นการทยอยฟื้นตัว จาก -36% YoY ใน เม.ย. เป็น -20% ใน พ.ค. และ -15% ใน มิ.ย. ขณะที่คนไข้พม่า (+30% YoY), สหรัฐฯ (+22%) และออสเตรเลีย (+17%) ยังคงเติบโตแข็งแกร่ง ด้าน EBITDA margin คาดลดลงมาอยู่ที่ 22.4% (จาก 22.6% ใน 2Q68 และ 24.6% ใน 1Q69) โดยลดลง YoY จาก GPM ที่ลดลง เนื่องจากต้นทุนเติบโตเร็วกว่ารายได้ และลดลง QoQ จากผลของ operating leverage ที่ลดลงเพราะรายได้ชะลอตัว
คาด 2H69 ฟื้นตัว แต่ยังใกล้เคียงกับบริษัทในกลุ่ม
คาดกำไร 1H69 ที่ 7.5 พันล้านบาท (-5% YoY) ซึ่งคิดเป็น 46% ของกำไรปี 2569 เรายังคงประมาณการกำไรทั้งปีไว้ที่ 1.62 หมื่นล้านบาท (ทรงตัว YoY) และบ่งชี้ว่ากำไรในช่วง 2H69 จะเติบโตราว 4% YoY ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 5% โดยเราคาดว่ากำไรจะกลับมาเติบโต YoY ได้ใน 3Q69 หลังแรงกดดันจากกัมพูชาและตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย ขณะที่การเติบโต QoQ จะได้รับแรงหนุนจากช่วง high season ของธุรกิจ โดยรายได้ในสัปดาห์แรกของเดือน ก.ค. ฟื้นตัวมาเติบโต 4-5% YoY อย่างไรก็ดี เราคาดว่าอัตราการเติบโตรายได้ของทั้ง 3Q69 อาจต่ำกว่าระดับดังกล่าวเล็กน้อย เนื่องจากฐานที่สูงในเดือน ก.ย. ปีก่อนจากการระบาดของไข้หวัดในตอนนั้น








