KS Daily View 11.11.2024 >>> ดอลลาร์แข็งค่าต่อเนื่อง หุ้นไทยลุ้นงบช่วงท้าย 3Q67 มองกรอบ SET ที่ 1,450 – 1,480 จุด หุ้นแนะนำ CPALL, MOSHI
Theme การลงทุนสัปดาห์นี้: ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้คาดว่าจะผันผวนในกรอบ 1,440-1,475 จุด หลัง Trump ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และพรรค Republican ครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา ส่งผลให้ตลาดเกิดใหม่โดยเฉพาะในเอเชียรวมถึงไทยอาจผันผวนสูง เนื่องจากกังวลนโยบายการค้าที่แข็งกร้าวของ Trump และการขึ้นภาษีนำเข้าที่อาจทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น ส่งผลให้ดอกเบี้ยอาจอยู่ในระดับสูงนานขึ้น แม้ล่าสุด Fed จะปรับลดดอกเบี้ยลง 25bps เป็น 4.75% แต่ Bond Yield 10 ปียังอยู่ในระดับสูง ประกอบกับค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่ายังกดดันตลาดหุ้นต่อเนื่อง
สัปดาห์นี้คาดตลาดเคลื่อนไหวในกรอบแคบช่วงต้นสัปดาห์ โดยสหรัฐฯ หยุดวันจันทร์เนื่องในวันทหารผ่านศึก ปัจจัยสำคัญอยู่ที่การรายงานตัวเลข CPI สหรัฐฯ วันพุธที่คาดเพิ่มขึ้นเป็น 2.6% YoY จาก 2.4% ซึ่งอาจกระทบต่อคาดการณ์การลดดอกเบี้ยของ Fed ปีหน้า และทำให้ Bond Yield 10 ปีและค่าเงินดอลลาร์ยังทรงตัวสูง สำหรับปัจจัยในประเทศ ติดตามผลประกอบการช่วงท้ายของไตรมาสที่ 3/2567 และการประชุม ครม. ที่อาจเสนอมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ผ่านสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ “ซื้อ แต่ง ซ่อม สร้าง” กลยุทธ์แนะนำเก็งกำไร CPALL MOSHI AAV PRM TASCO ที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นการบริโภคและคาดมีผลประกอบการ Q3 แข็งแกร่ง
แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: ตลาดหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,464.69 จุด ปิดลบ 5 จุด ปรับตัวลงสอดคล้องกับตลาดในภูมิภาค ภาพรวมยังกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าหลังทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง กลุ่ม Commerce เป็นตัวหนุนตลาดจากงบของ CPAXT ที่ออกมาค่อนข้างดี ในขณะที่ DELTA ที่แม้จะเป็นตัวกดดันหลัก แต่ก็รีบาวด์ขึ้นมาในช่วงบ่ายทำให้ SET ลบน้อยลง หลัง TSMC รายงานรายได้เดือนตุลาคมทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ยังมอง SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1,450 – 1,480 ลุ้นงบหุ้นใหญ่อย่าง CPALL, GULF, BDMS, CPN, BGRIM ช่วงกลางสัปดาห์
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
1. รมว. แรงงาน เตรียมเสนอชื่อรักษาการอธิบดีกรมสวัสดิการฯ เป็นกรรมการค่าจ้างเข้า ครม. 12 พ.ย.นี้ คาดจะสามารถจัดประชุมคณะกรรมการไตรภาคีได้ปลายเดือนพ.ย. หรือต้นเดือนธ.ค. เพื่อพิจารณาปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 400 บาทต่อวันใน 67 จังหวัดรวมกรุงเทพฯ โดยตั้งเป้าประกาศให้ทันเป็นของขวัญปีใหม่ หลังจากที่ไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผนเดิมในวันที่ 1 ต.ค. เนื่องจากติดปัญหาทางเทคนิค
2. รถไฟฟ้าสายสีแดงทำสถิติยอดผู้โดยสารสูงสุดใหม่ที่ 46,309 คน-เที่ยว ในวันที่ 8 พ.ย. นับตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ขณะที่ยอดรวมผู้ใช้ระบบรางทั้งหมดอยู่ที่ 1.85 ล้านคน-เที่ยว นำโดยรถไฟฟ้า BTS 894,025 คน-เที่ยว และสายสีน้ำเงิน 537,940 คน-เที่ยว ส่วนสายใหม่อย่างสายสีเหลืองและสีชมพูมียอด 49,495 และ 70,418 คน-เที่ยวตามลำดับ
3. จีนประกาศมาตรการแก้ปัญหาหนี้ท้องถิ่นมูลค่า 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ โดยจะออกพันธบัตรพิเศษ 6 ล้านล้านหยวนใน 3 ปี และเพิ่มโควตาพันธบัตรท้องถิ่นพิเศษอีก 4 ล้านล้านหยวนใน 5 ปี เพื่อแปลงหนี้ซ่อน (Hidden Debt) เป็นพันธบัตรรัฐบาล คาดว่าจะประหยัดดอกเบี้ยได้ 6 แสนล้านหยวน แต่ตลาดผิดหวังที่จีนไม่ออกมาตรการกระตุ้นการบริโภคโดยตรง
4. จีนเผยตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) เดือนตุลาคมยังอยู่ในระดับต่ำที่ 0.3% ลดลงจาก 0.4% ในเดือนก่อน ขณะที่ราคาผู้ผลิต (PPI) ติดลบ 2.9% เป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 25 สะท้อนว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจล่าสุดยังไม่เพียงพอที่จะแก้ปัญหาภาวะเงินฝืด เนื่องจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคและอุปสงค์ยังอ่อนแอ นักเศรษฐศาสตร์มองว่าจีนต้องเพิ่มมาตรการกระตุ้นการบริโภคโดยตรง โดยเฉพาะเมื่อการส่งออกเสี่ยงจากนโยบายภาษีของทรัมป์
5. สหรัฐฯ สั่งห้าม TSMC ส่งชิปประสิทธิภาพสูงให้ลูกค้าจีนตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย. นี้ หลังพบว่าชิปของบริษัทถูกนำไปใช้ในอุปกรณ์ AI ของ Huawei ซึ่งถูกขึ้นบัญชีดำห้ามทำการค้า โดยคำสั่งนี้ครอบคลุมชิปขนาด 7 นาโนเมตรหรือเล็กกว่าที่ใช้ในงาน AI และการประมวลผลกราฟิก เพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทจีนอื่นๆ ส่งต่อชิปให้ Huawei ท่ามกลางการเข้มงวดการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีไปจีนของสหรัฐฯ
Daily pick
CPALL : ราคาพื้นฐาน 79.20
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ CPALL มากขึ้น หลังจาก CPAXT รายงานกำไรปกติไตรมาส 3/2024 เติบโตราว 40% โดยยอดขายสาขาเดิมของ Makro และ Lotus เติบโต 1.5% และ 2.4% ตามลำดับ พร้อมกับอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นจากการปรับสัดส่วนสินค้า นอกจากนี้ ยังคาดว่าจะได้ประโยชน์จากการผนึกกำลังอย่างต่อเนื่องหลังการควบรวมกิจการ โดย CPALL ถือหุ้น CPAXT 60% ส่วนธุรกิจร้านสะดวกซื้อคาดว่ายอดขายสาขาเดิมในไตรมาส 3/2024 จะเติบโต 3% และมีกำไรเติบโต 30-40% สำหรับไตรมาส 4/2024 คาดว่าทั้ง CPALL และ CPAXT จะมียอดขายสาขาเดิมเติบโต 3-5% จากปัจจัยหนุนด้านการท่องเที่ยวและการจับจ่ายใช้สอยในช่วงไฮซีซั่น เราจึงมอง CPALL เป็นหุ้นค้าปลีกที่แข็งแกร่งที่สุดทั้งในไตรมาส 4/2024 และปี 2025
MOSHI : ราคาพื้นฐาน 55.00
เรามีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อ MOSHI โดยคาดว่าจะรายงานกำไรไตรมาส 3/2024 เติบโตราว 25-30% ทั้งเมื่อเทียบกับปีก่อนและไตรมาสก่อน จากการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมที่ 5.8% และการขยาย 8 สาขาใหม่ในไตรมาส 3/2024 สำหรับไตรมาส 4/2024 คาดว่าจะเติบโตได้ดีต่อเนื่อง โดยยอดขายสาขาเดิมในเดือนตุลาคมเติบโตถึง 30% จากความร่วมมือกับวง NCT Dream และแม้ไม่รวมผลจากความร่วมมือนี้ก็ยังเติบโตได้ 10% อีกทั้งความกังวลเรื่องการแข่งขันจาก KKV ลดลงเนื่องจากคาดว่าจะมีผลกระทบจำกัด สำหรับปี 2025 คาดว่า MOSHI จะเร่งขยายสาขาเชิงรุกมากขึ้นโดยตั้งเป้าเปิดเพิ่ม 30-40 สาขา และเรามองว่ายังมีโอกาสขยายสาขาได้อีกมากถึง 2 เท่าของปัจจุบัน
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
- วันจันทร์ ติดตามรายงานสรุปความคิดเห็นของธนาคารกลางญี่ปุ่น
- วันอังคาร ติดตามถ้อยคำแถลงของ Thomas Barkin ประธานเฟดสาขาริชมอนด์ในงาน Baltimore Together Summit
- วันพุธ ติดตามตัวเลขเงินสหรัฐฯ (US CPI) เดือน ต.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ +2.6% YoY เร่งตัวขึ้นจากเดือนก่อนหน้า ขณะที่ Core CPI ตลาดคาดที่ +3.3% YoY ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า
- วันพฤหัสฯ ติดตามดัชนีราคาผู้ผลิตที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน (US Core PPI index) ของสหรัฐเดือน ต.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ +2.3% YoY เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 1.8% YoY ต่อด้วยถ้อยคำแถลงของเจอโรม พาวเวลล์ ในงานอภิปรายกลุ่มในหัวข้อ “Global Perspectives” ที่จัดโดยธนาคารกลางสหรัฐ สาขาดัลลาส และปิดท้ายด้วยจำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) ที่ตลาดคาดการณ์ที่ 2.23 แสนราย เทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 2.21 ราย
- วันศุกร์ ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจของจีน ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (Industrial production) เดือน ต.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 5.6% YoY เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 5.4% YoY ต่อด้วย ดัชนียอดค้าปลีกของจีน (Retail sales) เดือน ต.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 3.8% YoY เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 3.2% YoY และปิดท้ายด้วยตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา ดัชนียอดค้าปลีก (Retail sales) เดือน ต.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 0.3% MoM ชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ 0.4% MoM







