Daily Focus: ลุ้นฟื้นตัวระยะสั้น ตลาดตอบรับ CPI สหรัฐฯ ค่อนไปในทางบวก

2025 SET Target: 1600

ตลาดหุ้นวานนี้ : SET Index ปรับตัวขึ้นได้พอสมควรในช่วงเช้าก่อนที่จะมีแรงขายออกมากดดัน และทำให้ดัชนีย้อนลงมาปิดลบ 4.48 จุด ที่ระดับ 1,443.05 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ยังค่อนข้างเบาบางราว 3.6 หมื่นลบ. หุ้นขนาดใหญ่ที่กดดัน ได้แก่ DELTA GULF ADVANC KBANK BH SCC สถาบันในประเทศยังคงซื้อสุทธิในตลาดหุ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 7 อีก 823 ลบ. ส่วนนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหนาแน่น 2.1 พันลบ. (และ Short Index Futures สุทธิอีก 1.4 หมื่นสัญญา)

แนวโน้มตลาดวันนี้ : เราคาด SET Index มีโอกาสฟื้นตัวระยะสั้นสลับในกรอบ 1,438-1,450 จุด โดยได้อานิสงส์จากบรรยากาศการลงทุนที่ค่อนไปในทางบวก หลังตัวเลขเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯเดือน พ.ย. ออกมาตามคาด ทำให้ตลาดมั่นใจว่า FED จะลดดอกเบี้ยลงในสัปดาห์หน้าอีก 25 bps สู่ระดับ 4.25-4.50% ด้วยความน่าจะเป็น 99% ด้านราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นราว 2.5% หลัง EU ประกาศความบาตรน้ำมันรัสเซียรอบใหม่ ส่วนปัจจัยในประเทศติดตามการประชุมระหว่างรมว.แรงงานและบอร์ดไตรภาคีในการขึ้นค่าแรงขึ้นต่ำ 400 บาท ในปีหน้า หากได้ข้อสรุปจะเป็นบวกต่อกลุ่ม Domestic Play โดยเฉพาะการบริโภค เช่น ค้าปลีก อาหาร ไฟแนนซ์ รวมถึงผลบวกจากมาตรการแก้หนี้ “คุณสู้ เราช่วย” ในปีหน้า ระยะสั้นเรายังมองดัชนีอยู่ในช่วงแกว่งสร้างฐาน โดย Downside ยังถูกจำกัดด้วยแรงซื้อของสถาบันในประเทศทั้ง VAYU1 รวมถึง SSF TESG ช่วงท้ายปีส่วนระยะกลาง-ยาวยังคาดหวังภาพเศรษฐกิจไทยที่อยู่ในช่วงทยอยเร่งตัวใน 4Q24 จาก High Season ของการใช้จ่ายและการท่องเที่ยว รวมถึงปี 2025 ที่มองภาคการลงทุนทั้งรัฐและเอกชนจะเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักหนุนการเติบโตจะช่วยหนุนให้ดัชนี้ทยอยไต่ระดับขึ้นในปีหน้า

กลยุทธ์ : เน้น Domestic Play ที่มีแนวโน้มกำไร 4Q24-2025 แข็งแกร่ง // ส่วนที่สะสมในช่วงก่อนหน้ายังถือลงทุนระยะกลาง-ยาว

หุ้นเด่นเดือน ธ.ค. : AAV, BDMS, CPALL, MAGURO, RBF

FSSIA Portfolio: BA, CHG, CPALL, KTB, MTC, NSL, RBF, SEAFCO, SHR, WHA

หุ้นเด่น Finansia 12 ธ.ค. 24 : MASTER

  • แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 56 บาท
  • เราคาดกำไร 4Q24 ที่ 190 ลบ. +74% q-q, +17% y-y ทำจุดสูงสุดของปี นำโดย Performance ของรพ. Masterpiece ที่แข็งแกร่งทั้งรายได้และ Margin นอกจากนี้ยังมีแรงหนุนจากส่วนแบ่งกำไรจากดีลการลงทุนในช่วงที่ผ่านมาที่คาดว่าจะทยอยเพิ่มขึ้น 
  • เราคาดกำไรสุทธิปี 2024 ที่ 493 ลบ. +18% y-y ส่วนปี 2025 คาดโตต่อเนื่องเป็น 622 ลบ. +26% y-y หนุนจากการเติบโตของลูกค้าคนไทยและขยายฐานลูกค้าต่างชาติในแถบอาเซียนร่วมกับ Partner
  • แนวรับ 44//42 บาท แนวต้าน 46-46.50//49 บาท

ประเด็นสำคัญวันนี้

(0) เงินเฟ้อสหรัฐเดือน พ.ย. ตามตลาดคาด โดย Headline +0.3% m-m, +2.7%Y-Y และ Core +0.3% m-m, +3.3% y-y ตลาดตอบรับค่อนไปในทางบวกและมั่นใจมากขึ้นว่า FED จะลดดอกเบี้ยลงอีก 25 bps สู่ระดับ 4.25-4.50% ในการประชุมสัปดาห์หน้าเป็นบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่ภาพปี 2025 ยังคงไม่แน่นอน ปัจจุบันตลาดคาดปรับลง ต่ออีก 50-75 bps ในปีหน้าสู่ระดับ 3.75-4%

(-) กลุ่มธนาคาร มาตรการแก้หนี้ครัวเรือน “คุณสู้ เราช่วย” ที่ประกอบด้วย 1) กลุ่มที่เข้าข่ายช่วยเหลืออยู่ที่ 0.89 ล้านลบ. น้อยกว่าที่คาดเดิม 1.3 ล้านลบ. 2) ลงทะเบียนได้ถึง 28 ก.พ. 2025 ยังเป็นโปรแกรมสมัครใจ 3) FIDF fee ที่จะลงครึ่งหนึ่งอาจจะเป็นเฉพาะปีแรก ปีที่สอง ที่สาม อาจจะพิจารณาหลังปิดลงทะเบียน 4) ดอกเบี้ยที่พักไว้ 3 ปี รัฐบาล กับธนาคารจะสนับสนุนช่วยกันคนละ 50% 5) กำลังพิจารณาที่จะขยายมาตรการไปยังกลุ่ม Non-bank และ 6) มีเงื่อนไขห้ามก่อหนี้ใหม่ใน 12 เดือนแรก เรามีมุมมองเป็นลบต่อแบงก์พาณิชย์ แต่อาจจะน้อยกว่าที่เราคาดไว้เดิม เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายที่ลดลงเหลือ 8.9 แสนลบ. ทั้งนี้ยังขึ้นอยู่กับจำนวนลูกหนี้ที่จะมาลงทะเบียน อย่างไรก็ดีการที่ส่งสัญญาณว่า FIDF fee cut อาจน้อยลงในปีที่สองและสาม ทำให้ผลกระทบด้านลบยังมีอยู่ธนาคารรายย่อยที่มีลูกหนี้กลุ่มสินเชื่อบ้านและรถเยอะ เช่น SCB TTB TISCO KKP อาจจะได้รับผลกระทบเยอะกว่า

(0) คาดการณ์หุ้นเข้าออก SET50/100 งวด 1H25 สำหรับ SET50 คาดหุ้นเข้า BANPU SAWAD COM7 CCET หุ้นออก TIDLOR CENTEL BCP EA ส่วนด้าน SET100 คาดหุ้นเข้า CCET JTS TVO AURA หุ้นออก MBK SKY TIPH RBF โดยตลท.จะประกาศอย่างเป็นทางการช่วงกลางเดือน ธ.ค.

(-) ตลาดดาวโจนส์ ลดลง 99.27 จุด หรือ -0.22%, ปิดที่ 44,148.56 จุด โดยถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ แต่ดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวกและดัชนี Nasdaq ปิดพุ่งขึ้นทะลุระดับ 20,000 จุดเป็นครั้งครั้งแรก หลังสหรัฐฯเปิดผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่สอดคล้องกับการคาดการณ์ ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า

(+) ตลาดหุ้นยุโรป ปิดบวกเนื่องจากนักลงทุนคาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในสัปดาห์หน้า หลังจากที่มีการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อที่เป็นไปตามความคาดหมาย

(0) ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดบวกสลับลบ รอการรายงานนโยบายและเป้าหมายเศรษฐกิจต่างๆในปี 2025 จากการประชุม politburo ของประเทศจีน

(-) ค่าเงินบาท อ่อนค่า อยู่ที่บริเวณ 33.87 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ 0.50%

(+) ราคาน้ำมันดิบ NYMEX เพิ่มขึ้น 1.70 ดอลลาร์ หรือ 2.48% ปิดที่ 70.29 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากมีรายงานว่าสหภาพยุโรป (EU) ประกาศคว่าบาตร น้ำมันของรัสเซียรอบใหม่ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันของรัสเซียและอาจทำให้อุปทานน้ำมันดิบทั่วโลกอยู่ในภาวะดึงตัว ในขณะที่เช้านี้เพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 70.36 ดอลลาร์/บาร์เรล หรือ 0.10%

(+) ราคาทองคำ COMEX เพิ่มขึ้น 38.30 ดอลลาร์ หรือ 1.41% ปิดที่ 2,756.70 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังสหรัฐฯ เปิดผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่สอดคล้องกับการคาดการณ์ ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในวันนี้ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินของเฟด ในขณะที่เช้านี้ลดลงอยู่ที่ระดับ 2,756.10 ดอลลาร์/ออนซ์ หรือ -0.02%

SPDR Gold Trust ถือครองทองคำ 873.38/ 0.30%

ปัจจัยที่ต้องติดตาม

12 ธ.ค. ยูโรโซน: ประชุม ECB

สหรัฐ: Core PPI (พ.ย.), initial Jobless Claims (ธ.ค./07)

13 ธ.ค. จีน: New Yuan Loans (พ.ย.)
16 ธ.ค. จีน: ยอดค้าปลีก (พ.ย.)
17 ธ.ค. แคนนาดา: เงินเฟ้อ (พ.ย.)

สหรัฐ: ยอดค้าปลีก (พ.ย.)

18 ธ.ค. ไทย: ประชุมกนง.
- Advertisement -