KS Daily View 12.12.2024 >>> S&P 500 ปรับตัวขึ้นจากหุ้นเติบโตสูงอย่างกลุ่มเทคใหญ่ หลังสหรัฐฯ รายงานเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นตามคาด ด้าน SET Index ยังแกว่งตัวในกรอบแคบ แต่วันนี้คาดมีแรงหนุนจากภายนอกและ DELTA ที่หลุด Cash Balance มองกรอบ 1,440 – 1,470 แนะนำ TMAN, MTC
แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศ:
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นแข็งแกร่ง โดยดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.82% และ Nasdaq Composite พุ่งขึ้น 1.77% ทะลุระดับ 20,000 จุดเป็นครั้งแรก จากแรงซื้อหุ้นในกลุ่มเทคใหญ่ โดยหุ้น Amazon, Alphabet, Meta และ Tesla ขึ้นทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นตามคาด ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่า Fed จะปรับลดดอกเบี้ย 25 bps ในการประชุมสัปดาห์หน้าด้วยความน่าจะเป็นมากกว่า 98% ขณะที่ดัชนี Dow Jones ปรับตัวลง 0.22% จากแรงกดดันของหุ้นกลุ่มประกันสุขภาพ หลังสภาเตรียมออกกฎหมายที่อาจกระทบกำไรของบริษัทเหล่านี้
ตลาดหุ้นไทย ปิดที่ 1,443.05 ลดลงเล็กน้อยราว 4 จุด หลังจากพยายามขึ้นไปทดสอบที่แนวต้านสำคัญ 1,455 แม้รัฐบาลจะประกาศมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ แต่ตลาดได้รับประเด็นนี้ไประดับหนึ่งแล้ว โดยวานนี้มีหุ้นปิดลบ 17 กลุ่มนำโดยกลุ่มธนาคาร สื่อสาร พลังงาน อิเล็กทรอนิกส์ และวัสดุก่อสร้าง เป็นตัวกดดัน ในขณะที่มีหุ้นปิดบวก 10 กลุ่มนำโดยกลุ่มขนส่ง และค้าปลีก ที่เป็นตัวหนุนดัชนี วันนี้เราคาด SET น่าจะปรับตัวขึ้นได้หลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ออกมาตามคาด สร้างความคาดหวังว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า รวมถึงหุ้น DELTA ที่หลุดจาก Cash Balance เป็นวันแรก โดยเรามองกรอบ SET ที่ 1,440 – 1,470 แนะนำ TMAN, MTC
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
- สหรัฐฯ รายงาน CPI เพิ่มขึ้น 2.7% YoY และ 0.3% MoM ในขณะที่ Core CPI เพิ่มขึ้น 3.3% YoY และ 0.3% MoM โดยแนวโน้ม CPI รายเดือน (MoM) เร่งตัวมากที่สุดในรอบ 7 เดือน อย่างไรก็ตามตัวเลขเงินเฟ้อข้างต้นนี้ออกมาตามที่ตลาดคาด ส่งผลให้ CME FedWatch มองความน่าจะเป็นที่ 98% ว่าเฟดจะลดดอกเบี้ย 25 bps ในการประชุมครั้งถัดไปที่จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า
- ธนาคารกลางแคนาดา (BOC) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยลง 50 bps ลงเหลือ 3.25% เป็นการปรับลดครั้งใหญ่ครั้งที่สองติดต่อกัน ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามในการกระตุ้นเศรษฐกิจที่อ่อนแอกว่าคาด และเตรียมรับมือกับความเสี่ยงจากการขึ้นภาษีนำเข้าที่ทรัมป์อาจใช้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าการ Tiff Macklem ส่งสัญญาณว่าจะชะลอการปรับลดดอกเบี้ยในปี 2025 โดยอัตราดอกเบี้ยของแคนาดาตอนนี้ต่ำกว่าสหรัฐฯ ถึง 1.50% ซึ่งเป็นช่องว่างที่มากที่สุดตั้งแต่ปี 1997 ส่งผลให้เงินดอลลาร์แคนาดาอ่อนค่าลง
- ครม. อนุมัติร่างพระราชกำหนด 2 ฉบับ เพื่อรองรับการจัดเก็บภาษีนิติบุคคลขั้นต่ำ 15% ตามแนวทาง Global minimum tax ของ OECD ประกอบด้วย พ.ร.ก.ภาษีส่วนเพิ่ม และ พ.ร.ก.แก้ไขเกณฑ์กองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยจะเริ่มบังคับใช้ในปี 2568 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ระบุว่าการออกเป็น พ.ร.ก. เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และสร้างความชัดเจนให้นักลงทุนต่างชาติในการเลือกเสียภาษี คาดว่าจะสร้างรายได้ให้ประเทศมากกว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี
- กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมเปิดตัวโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยและ SMEs ที่ประสบปัญหาการชำระหนี้ ประกอบด้วย 2 มาตรการหลัก คือ “จ่ายตรง คงทรัพย์” ที่ช่วยลดค่างวดและพักดอกเบี้ย 3 ปีสำหรับสินเชื่อบ้าน รถ และ SMEs และ “จ่าย ปิด จบ” สำหรับลูกหนี้ NPL ที่มีหนี้ไม่เกิน 5,000 บาท โดยลูกหนี้จ่าย 10% ภาครัฐและสถาบันการเงินร่วมสนับสนุนฝ่ายละ 45% ครอบคลุมลูกหนี้ประมาณ 2.1 ล้านบัญชี หรือ 1.9 ล้านราย มูลค่าหนี้รวม 8.9 แสนล้านบาท
- ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มองว่าการรอขึ้นอัตราดอกเบี้ยจากระดับ 0.25% ยังไม่ส่งผลเสียมากนัก เนื่องจากเงินเฟ้อยังควบคุมได้และค่าเงินเยนที่อ่อนค่าที่ 152.50 เยนต่อดอลลาร์ก็ไม่ได้กดดันเท่าช่วงกรกฎาคม โดยผู้ว่าการ Kazuo Ueda และคณะกรรมการจะประเมินข้อมูลสำคัญก่อนการประชุม 19 ธันวาคม ทั้งตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ดัชนี Tankan และผลประชุม Fed ก่อนตัดสินใจ แม้การขึ้นดอกเบี้ยจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในอนาคต
- ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.5% แตะระดับสูงกว่า 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 สัปดาห์ แม้จะมีปัจจัยกดดันจากสต็อกน้ำมันเบนซินสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น 5.09 ล้านบาร์เรล และ OPEC ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของความต้องการใช้น้ำมันโลกลงอีก 210,000 บาร์เรลต่อวันเหลือ 1.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่ราคาน้ำมันได้แรงหนุนจากรายงานที่ว่าสหรัฐฯ อาจเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียก่อนทรัมป์เข้ารับตำแหน่ง รวมถึงแรงซื้อจากระบบการเทรดอัตโนมัติหลังราคารักษาระดับเหนือแนวรับสำคัญทางเทคนิค
หุ้นแนะนำวันนี้ Top pick:
- TMAN : ราคาพื้นฐาน 26.10 บาท
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ TMAN จากความสำเร็จที่ Propoliz ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นยาแผนปัจจุบัน ซึ่งเป็นการเพิ่มศักยภาพในการขยายตลาดโดยเฉพาะในกลุ่มโรงพยาบาลเอกชน เนื่องจากผู้ป่วยสามารถเบิกค่ายาจากประกันได้ ทำให้ผลิตภัณฑ์พร้อมตอบสนองความต้องการในตลาดยาพ่นคอที่มีมูลค่าสูงถึง 300 ล้านบาท การขึ้นทะเบียนหลากหลายรูปแบบทั้งเครื่องสำอาง สมุนไพร และยาแผนปัจจุบัน รวมทั้งสิ้น 3 ทะเบียน ช่วยสร้างความมั่นใจให้แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ในการเลือกใช้ยากลุ่ม Propoliz ให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย นอกจากนี้ เราคาดว่าผลประกอบการในไตรมาส 4/2567 จะเติบโตทั้งเมื่อเทียบกับปีก่อนและไตรมาสก่อน จากยอดขายที่เพิ่มขึ้นและอัตรากำไรขั้นต้นที่ระดับ 48-49%
- MTC : ราคาพื้นฐาน 55.50 บาท
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ MTC จากแรงหนุนด้านความเชื่อมั่นที่มาจากทิศทางการลดดอกเบี้ยทั่วโลก โดยธนาคารกลางแคนาดาได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 50 bps และคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐจะมีการปรับลดดอกเบี้ยอีกหนึ่งครั้งในปีนี้ นอกจากนี้ เราประเมินว่ามาตรการช่วยเหลือลูกหนี้จากมติคณะรัฐมนตรีล่าสุดจะมีผลกระทบต่องบการเงินอย่างจำกัด เนื่องจากมีเงื่อนไขที่ผู้เข้าร่วมโครงการจะไม่สามารถกู้เงินเพิ่มได้ในอีก 12 เดือนข้างหน้า และต้องเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 มกราคม 2567 ทำให้คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมโครงการจำนวนไม่มาก อีกทั้งเราคาดว่าผลประกอบการไตรมาส 4/2567 จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง พร้อมกับคุณภาพสินทรัพย์ที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
- วันพฤหัสฯ ติดตามการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB Interest Rate Decision) ที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 25 bps ต่อด้วยการรายงานดัชนีราคาผู้ผลิต (US PPI Index) ของสหรัฐฯ สำหรับเดือน พ.ย. เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 2.40% YoY และการรายงานจำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (US Initial Jobless Claims) ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 2.24 แสนตำแหน่ง
- วันศุกร์ ติดตามดัชนีภาคการผลิตขนาดใหญ่จากการสำรวจ Tankan (ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ) ญี่ปุ่นในไตรมาส 4 ตลาดคาดการณ์ที่ 13 จุดทรงตัวจากครั้งก่อนหน้า และดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมของฝั่งยุโรป (EU Industrial Production) เดือน ต.ค. เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ -2.8% YoY







