บล.พาย:
AEONTS: Aeon Thana Sinsap (Thailand) PCL
เศรษฐกิจชะลอตัวกระทบการเติบโตปี 2026
คงคำแนะนำ “ซื้อ” แต่ปรับลดมูลค่าพื้นฐานเหลือ 106 บาท (จาก 115 บาท) จากการปรับเพิ่มสำรองหนี้ฯ เพิ่มขึ้นสะท้อนความเสี่ยงเศรษฐกิจที่สูงขึ้น ประเมินด้วยวิธี Gordon growth model (ROE 11%, Long term growth 2%) อิงกับ 0.9x PBV’26E และ 8.4x PE’26E AEONTS รายงานกำไรสุทธิในปี 2025 เติบโต 8% ที่ 3.1 พ้นล้านบาท หนุนจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยขยายตัว และค่าใช้จ่ายดำเนินงานลดลง ทั้งนี้เศรษฐกิจไทยมีความท้าทายสูงขึ้นจากปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลทำให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น ซึ่งอาจจะกระทบความสามารถการชำระหนี้ลดลง เราคาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโตชะลอตัวที่ 1%/4% ในปี 2026-27 และคาดจ่ายเงินปันผลที่ 5.50 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนที่ 5.9% ในปี 2026-27
กำไรสุทธิใน 4Q25 เติบโต YoY และ QoQ
- กำไรสุทธิใน 4Q25 (1 ธ.ค. 2025 – 28 ก.พ. 2026) อยู่ที่ 926 ล้านบาท (+28% YoY, +49% QoQ) ดีกว่าคาด 25% เนื่องจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยสูงกว่าคาด กำไรเพิ่มขึ้น YoY และ QoQ เนื่องจาก 1) รายได้จากการติดตามหนี้สูญรับคืนเพิ่มขึ้น 2) ค่าใช้จ่ายดำเนินงานและบริหารลดลง YoY และ 3) สำรองหนี้ฯ ลดลง QoQ
- NIM เพิ่มขึ้นที่ 17.7% (+12 bps YoY, + 9 bps QoQ) จากต้นทุนการเงินลดลง
- สินเชื่อลดลงต่อเนื่อง 2.1% QoQ จากสินเชื่อบัตรเครดิต และบุคคลลดลง ส่งผลให้สินเชื่อในปี 2025 หดตัว 3.1% YoY
- คุณภาพสินเชื่อ หนี้เสียปรับลดลง 2% QoQ แต่เพราะฐานสินเชื่อที่ลดลง ทำให้ NPL ratio ปรับขึ้นเป็น 5.6% และ Coverage ratio เพิ่มขึ้นเป็น 169% ขณะที่ Stage 2 ratio ลดลงที่ 2.7%
- ประกาศจ่ายเงินปันผล 2.95 บาท (XD 27 เม.ย. และจ่ายปันผล 17 ก.ค.) สำหรับผลการดำเนินงานใน 1 ก.ย. 2025 – 28 ก.พ. 2026) ทำให้จ่ายปันผลรวม 5.50 บาท ในปี 2025
คาดกำไรในปี 2026 เติบโตชะลอตัวจากความท้าทายทางเศรษฐกิจ
- แม้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงล้อกับสินเชื่อที่ลดลง กำไรสุทธิในปี 2025 เพิ่มขึ้น 8% YoY ที่ 3.1 พันล้านบาท หนุนจาก 1) รายได้จากการติดตามหนี้สูญรับคืนเพิ่มขึ้น 2) ค่าใช้จ่ายดำเนินงานและบริหารลดลง และ 3) อัตราภาษีลดลง
- ความท้าทายจากเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น จากผลกระทบความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อความสามารถการชำระคืนหนี้ของลูกค้า เราปรับ Credit cost เพิ่มขึ้น 30 bps เป็น 8.6% โดยคาดกำไรสุทธิขยายตัวชะลอตัวที่ 1%/4% เหลือราว 3.1-3.3 พันล้านบาท ในปี 2026-27 ส่งผลให้ ROE มีแนวโน้มลดลงที่ 11.1%/10.9% ในปี 2026-27
- ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 2 วงเงินไม่เกิน 300 ล้านบาท และจำนวนหุ้นที่ซื้อคืนจำนวน 2.5 ล้านหุ้น ประมาณ 1% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ระหว่างวันที่ 20 เม.ย. ถึง 19 ต.ค. 2026 เมื่อรวมจำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนในครั้งที่ 2 นี้ จำนวนหุ้นที่ซื้อคืนไว้แล้วทั้งหมดสะสมรวมจำนวน 5 ล้านหุ้น คิดเป็น 2% ของหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมด








