บล.กสิกรไทย:

KCE ก้าวข้ามอุปสรรค  วัฏจักรยานยนต์ค่อยๆ ฟื้นตัว วัฏจักรชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เริ่มฟื้นตัวแล้ว คาดอัตรากำไรจะขยายตัวจากการเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุน ปรับเพิ่มประมาณการกำไรจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งขึ้น ปัจจัยบวกหลายด้านเข้ามาสนับสนุนการปรับเพิ่มตัวคูณมูลค่าหุ้น
  • วัฏจักรยานยนต์เริ่มทรงตัว แต่ค่อยๆ ฟื้นตัว เราคาดว่าความต้องการรถยนต์ทั่วโลกปี 2569 จะทรงตัวที่ 91.8 ล้านคัน โดยการเติบโตในระดับจำกัดมีแนวโน้มเลื่อนไปปี 2570 จากแรงกดดันเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ยสูง และโมเมนตัมของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่อ่อนลง
  • วัฏจักรชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เริ่มฟื้นตัวแล้ว กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ยังคงมีโครงสร้างแข็งแกร่งกว่า โดยได้รับแรงหนุนจาก ADAS, SDV และปริมาณการใช้เซมิคอนดักเตอร์ต่อคันที่เพิ่มขึ้น โดยคาดว่าอุตสาหกรรมจะมีมูลค่าประมาณ 519 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2578 หรือเติบโต 4.5% เทียบกับการเติบโตของปริมาณรถยนต์เพียงประมาณ 1%
  • ความอ่อนแอของ EV ในจีนหลังการปรับลดเงินอุดหนุน ความต้องการ EV ลดลงอย่างมากในช่วงต้นปี 2569 หลังจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีถูกปรับลดจากการยกเว้นเต็มจำนวน (เพดาน 30,000 หยวน) เหลือเพียงลดหย่อน 50% (เพดาน 15,000 หยวน) ส่งผลให้ความต้องการถูกเร่งมาในปี 2568 ก่อนหน้า และคาดว่าจะมีการแข่งขันจากแบรนด์ยานยนต์จีนลดลง
  • คาดอัตรากำไรจะขยายตัวจากการเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุน KCE ดำเนินการพลิกฟื้นผลประกอบการผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพ เช่น ระบบอัตโนมัติ การลดจำนวนแรงงาน การใช้สารเคมีภายใน และการขยาย HDI (เพิ่มกำลังการผลิต 20–30% ภายในไตรมาส 2/2569) โดยมี backlog มากกว่า 10 ล้านดอลลาร์ฯ
  • ปรับเพิ่มประมาณการกำไรจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งขึ้น เราปรับสมมติฐานกำไรปี 2569-70 ขึ้น 21% และ 20% เป็น 1.1 พันลบ. และ 1.3 พันลบ. โดยได้รับแรงหนุนจากยอดขายสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งขึ้น ความต้องการยานยนต์ที่ฟื้นตัว โปรแกรมใหม่ที่เริ่มผลิต และปริมาณชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่อคันที่เพิ่มขึ้น
  • ปัจจัยบวกหลายด้านสนับสนุนการปรับเพิ่มตัวคูณมูลค่าหุ้น ยอดส่งออกแผงวงจรพิมพ์ (PCB) ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง เงินบาทที่อ่อนค่าเป็นตัวช่วยหนุน และราคาทองแดงเริ่มทรงตัว ขณะที่ KCE มีการเติบโตของกำไรที่ชัดเจนกว่า HANA ซึ่งหนุนการโยกเงินลงทุนเข้าสู่หุ้น

มุมมอง KS

  • แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายย 27.00 บาท ตามการปรับเพิ่มประมาณการกำไร 20% และโอกาสในการปรับเพิ่มตัวคูณมูลค่าหุ้นเข้าใกล้คู่แข่งในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน โดยเราปรับเพิ่มเป้า PER เป็น 26 เท่า (+0.5SD)

- Advertisement -