บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
KRUNGTHAI CARD (KTC TB)
1Q26 results at first glance
กำไร 1Q26 ต่ำกว่าประมาณการเรา 4% แต่สูงกว่าตลาด 4%
KTC รายงานกำไรสุทธิ 1Q26 ที่ 2.17 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% q-q และ 16.7% y-y คิดเป็น 26% ของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2026 ของเรา โดยผลประกอบการต่ำกว่าประมาณการของเรา 4% ซึ่งไม่ได้มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญจากสมมติฐาน แต่สูงกว่าประมาณการของตลาด 4%
การเติบโตที่ระดับ 16.7% y-y สะท้อนต้นทุนเครดิตที่ลดลงเป็นหลัก ซึ่งอยู่ที่ 5.09% ใน 1Q26 (-80 bps y-y) ส่งผลให้ค่าใช้จ่าย ECL ลดลง 13% y-y อยู่ที่ 1.39 พันล้านบาท ขณะที่ต้นทุนทางการเงินปรับตัวลงมาอยู่ที่ 2.71% (-24 bps y-y) ลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่สาม สนับสนุนให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 11.94% (+17 bps y-y) แม้อัตราผลตอบแทนสินเชื่อจะลดลงมาอยู่ที่ 14.66% (-7 bps y-y) โดยเมื่อรวมกับรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยสุทธิ (non-NII) ที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2% y-y ส่งผลให้ PPOP เพิ่มขึ้นเป็น 4.1 พันล้านบาท (+2.9% y-y) ในขณะเดียวกันการเติบโตของกำไรสุทธิ q-q มาจากค่าใช้จ่ายภาษีที่ลดลง 48% หลังจาก 4Q25 มีค่าใช้จ่ายภาษีสูงจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีของ KTBL ซึ่งช่วยชดเชย PPOP ที่อ่อนตัวลงหลังจาก 4Q25 ที่แข็งแกร่งตามฤดูกาล เราคงประมาณการและคำแนะนำ ซื้อ สำหรับ KTC ด้วยราคาเป้าหมายปี 2026 ที่ 36 บาท เรามองว่า KTC สามารถทนแรงเสียดทานภายใต้สภาพแวดล้อมเศรษฐกิจปัจจุบัน โดยต้นทุนทางการเงินที่ลดลงและต้นทุนเครดิตที่ยังอยู่ในระดับต่ำช่วยชดเชยการเติบโตของสินเชื่อที่ชะลอลง ในมุมมองของเรา KTC ยังมีความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ต่ำกว่าคู่แข่ง จากการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวังและระดับสำรอง ECL ที่สูง โดยมี coverage ratio อยู่ในระดับสูงที่ 408% ใน 1Q26 นอกจากนี้เรายังชอบ KTC จากลักษณะกำไรที่มีความมั่นคงและอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่อยู่ที่ราว 6–7% ต่อปี
Highlights
(0) การเติบโตของสินเชื่อ – เป็นไปตามคาด: สินเชื่อรวมอยู่ที่ 107.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 0.7% y-y แต่ลดลง 3.4% q-q จากฐานที่สูงใน 4Q25 ต่ำกว่าประมาณการการเติบโตของสินเชื่อทั้งปี 2026 ของเราที่ 1.1% y-y เล็กน้อย ในเชิง y-y สินเชื่อส่วนบุคคล (33%) เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก เพิ่มขึ้น 3.3% จากทั้ง “KTC P BERM car for cash” และ “KTC PROUD” ขณะที่ลูกหนี้บัตรเครดิต (65%) เพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอลงที่ 1.0% y-y จากความระมัดระวังในการใช้จ่ายของลูกค้าและอัตราการชำระคืนที่เพิ่มขึ้น ส่วนสินเชื่อลีสซิ่ง (1%) ผ่าน KTBL (KTC ถือหุ้น 75%) ยังคงหดตัวแรง 29.0% y-y ตามกลยุทธ์ลดความเสี่ยง อย่างไรก็ดี KTBL กลับมามีกำไรเล็กน้อย ซึ่งเป็นไตรมาสแรกที่มีกำไรในรอบ 15 ไตรมาส
(-) อัตราผลตอบแทนสินเชื่อและส่วนต่างดอกเบี้ยต่ำกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญ: แม้ต้นทุนทางการเงินจะลดลงมาอยู่ที่ 2.71% (-12 bps q-q, -24 bps y-y) และต่ำกว่าประมาณการของเราที่ 2.75% แต่การลดลงของอัตราผลตอบแทนสินเชื่อมาอยู่ที่ 14.66% (-61 bps q-q, -7 bps y-y) ซึ่งมากกว่าที่คาด และลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่สาม ได้หักล้างผลบวกดังกล่าวทั้งหมด การลดลงดังกล่าวมาจากอัตราผลตอบแทนที่ลดลงทั้งในสินเชื่อบัตรเครดิต (-51 bps q-q, -10 bps y-y) และสินเชื่อส่วนบุคคล (-82 bps q-q, -37 bps y-y) ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยลดลงมาอยู่ที่ 11.94% (-49 bps q-q แม้ยังเพิ่มขึ้น 17 bps y-y) ซึ่งต่ำกว่าประมาณการส่วนต่างสินเชื่อทั้งปี 2026 ของเราที่ 12.01% เล็กน้อย
(+) ฐานะการเงิน – แข็งแกร่งกว่าคาด: อัตราส่วน D/E และ IBD/E ลดลงมาอยู่ที่ 1.29x และ 1.10x ตามลำดับ ต่ำกว่าประมาณการของเราและประมาณการทั้งปี 2026 ที่ 1.37x และ 1.20x ใน 1Q26 KTC ไม่มีการออกหุ้นกู้ใหม่หรือกู้ยืมจากธนาคารเพิ่มเติม เนื่องจากการหดตัวของสินเชื่อลดความจำเป็นในการระดมทุนเพิ่มเติม โดยบริษัทได้ชำระคืนหุ้นกู้ที่ครบกำหนด 500 ล้านบาท และเงินกู้ระยะสั้นจากธนาคารราว 5.08 พันล้านบาท KTC มีหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดในช่วงที่เหลือของปี 2026 จำนวน 11.8 พันล้านบาท และมีเงินกู้ราว 4.50 พันล้านบาทที่จะครบกำหนดภายในหนึ่งปี โดยบริษัทมีแผนออกหุ้นกู้ราว 13 พันล้านบาท และจะพึ่งพาเงินกู้ระยะสั้นมากขึ้นเพื่อบริหารส่วนที่เหลือและลดต้นทุนทางการเงิน มาตรการดังกล่าวช่วยสนับสนุนทั้งต้นทุนทางการเงินและอัตราส่วนโครงสร้างเงินทุนในไตรมาสนี้
(-) คุณภาพสินทรัพย์แย่กว่าคาดเล็กน้อย จาก NPL ratio และต้นทุนเครดิตที่สูงขึ้นจากสินเชื่อลีสซิ่ง: NPL ratio เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.93% จาก 1.79% ณ สิ้นปี 2025 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 ไตรมาส และสูงกว่าประมาณการของเราที่ 1.82% โดยการเพิ่มขึ้นมาจากพอร์ตสินเชื่อลีสซิ่งเป็นหลัก ซึ่งมีฐานสินเชื่อขนาดเล็ก ขณะที่การหดตัวของสินเชื่อรวมยังทำให้ NPL ratio ที่รายงานเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี หากพิจารณาจากงบเฉพาะของบริษัทฯ ซึ่งสะท้อนคุณภาพของพอร์ตหลัก พบว่า NPL ratio ของทั้งสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลปรับดีขึ้น q-q พร้อมกับสัดส่วน Stage 2 ที่ทรงตัวที่ 10.7% ต้นทุนเครดิตใน 1Q26 อยู่ที่ 5.09% เพิ่มขึ้นจาก 4.96% ใน 4Q25 และสูงกว่าประมาณการของเราที่ 4.94% แต่ยังต่ำกว่าประมาณการทั้งปี 2026 ที่ 5.27% โดยจากต้นทุนเครดิตที่เพิ่มขึ้นช้ากว่าการเพิ่มขึ้นของ NPL (สุทธิจากการ write off) ส่งผลให้ coverage ratio ลดลงมาอยู่ที่ 408% ณ สิ้น 1Q26 จาก 425% ณ สิ้นปี 2025 อย่างไรก็ดี ระดับดังกล่าวยังถือว่าสูงมากและสูงที่สุดในกลุ่ม diversified finance








