รอติดตามการเจรจา US – IRAN หากมีความคืบหน้าเชิงบวกตลาดมีโอกาสปรับขึ้น กลยุทธ์ Anti Oil

MARKET UPDATE

DowJones เมื่อคืนทรงตัว (-0.01%) S&P500 -0.24% ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านกลับมาปะทุ ทำให้นักลงทุนไม่มั่นใจกับการเจรจา ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 5.6% ตามสถานการณ์ที่ตึงเครียดขึ้น

MARKET OUTLOOK

ปัจจัยต่างประเทศ

น้ำหนักเรื่องสงครามในตะวันออกกลางเริ่มมีผลน้อยลงมากขึ้นในการลงทุน เพราะไม่ว่าจะเห็นปัจจัยลบใดๆ ก็ตามเริ่มไม่ส่งผลต่อตลาดหุ้น อย่างเมื่อวานมีทั้งข่าวสหรัฐฯ โจมตีเรืออิหร่านพร้อมกับ Trump ระบุมีความเป็นไปได้น้อยมากที่จะขยายระยะเวลาหยุดยิงระยะเวลา 2 สัปดาห์ (ครบกำหนดใน 1-2 วันนี้) ซึ่งก็ยังไม่แน่นอนว่าจะเกิดการเจรจาหรือไม่ แต่ทางสหรัฐฯระบุว่าจะพูดคุยกับทางอิหร่านในเร็วๆ นี้ ณ ปากีสถาน ส่วน Asset อย่าง BondYield พบว่าทยอยลดลงต่อเนื่อง สะท้อนนักลงทุนเริ่มกังวลน้อยลงเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ ราคาทองคำก็เริ่มไม่ลดลง เมื่อคืนไม่มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ แต่คืนนี้จะมีการประกาศตัวเลขยอดค้าปลีกของ US คาดการณ์ 1.4%MoM

ปัจจัยในประเทศ

เริ่มเห็นการทยอยลดลงของราคาน้ำมันหน้าปั๊ม อย่างเมื่อคืนประกาศปรับลดดีเซล -1.2 บาท / ลิตร ช่วยหนุนกำลังซื้อและลดแรงกดดันเกี่ยวกับค่าครองชีพ พร้อมกับมีรายงานรัฐบาลเตรียมกู้เงิน 5 แสนล้านบาทรับมือกับวิกฤตทางเศรษฐกิจหากเกิดขึ้นจริงอาจต้องระมัดระวังการปรับมุมมองและเงินที่กู้มาจะเกิดผลดีกับเศรษฐกิจได้หรือไม่ ประเมิน SET 1470 – 1490 ยังไร้ปัจจัยใหม่ๆ รอดูการเจรจา US – IRAN หากมีทิศทางบวกก็มองหุ้นมีโอกาสท์ยอยฟื้นตัว กลยุทธ์การลงทุนยังมอง Anti Oil ด้วย Laggard หากเจรจาลงตัวจะเป็นกลุ่มน่าสนใจ อย่างกลุ่มค้าปลีก (CPALL HMPRO) กลุ่มท่องเที่ยว (AOT CENTEL MINT) โรงไฟฟ้า (GPSC BGRIM) การเงิน (MTC SAWAD)

TOP PICK

MTC ซื้อ ราคาเป้าหมาย 48 Bt

คาดกำไรสุทธิในปี 2026 จะขยายตัวต่อเนื่อง 14% YoY หนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิขยายตัวล้อกับสินเชื่อขยายตัว

KTC ถือ ราคาเป้าหมาย 34 Bt

D/E ต่ำเพียง 1.3 เท่า ทำให้มีความสามารถในการกู้เงินเพิ่มได้หากสภาวะทางเศรษฐกิจเปิดโอกาสในการเติบโต

- Advertisement -