บล.พาย:

TTB: TMBThanachart PCL

กำไรสุทธิใน 1Q26 ทรงตัว YoY และ QoQ

คงคำแนะนำ “ถือ” มูลค่าพื้นฐาน 2.20 บาท คำนวณด้วยวิธี GGM (ROE 8%, TG 2%) อิงจาก 0.85x PBV’26E ผลการดำเนินงานใน 1Q26 กำไรสุทธิออกมาที่ 5.2 พันล้านบาท (+1% YoY, -1% QoQ) และ NPL ratio ทรงตัวที่ 2.9% เศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้การเติบโตมีข้อจำกัด กอปรกับแนวโน้มดอกเบี้ยขาลงกดดันรายได้ดอกเบี้ยลดลง เราคาดกำไรจะปรับเพิ่มขึ้นเพียง 1% YoY ในปี 2026 โดยมองว่าธนาคารให้ความสำคัญต่อการควบคุมคุณภาพสินเชื่อ และบริหารการใช้เงินกองทุนอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการเติบโตสินเชื่อ ดังนั้น TTB สามารถจ่ายเงินปันผลสูง โดยคาดจ่ายเงินปันผลที่ 0.13 บาท ในปี 2026 ใกล้เคียงกับในปี 2025 คิดเป็นอัตราตอบแทนเงินปันผลราว 5.8% ในปี 2026

กำไรสุทธิใน 1Q26 ทรงตัว YoY และ QoQ

  • กำไรสุทธิใน 1Q26 ออกมาตามคาดที่ 5.2 พันล้านบาท (+1% YoY, -1% QoQ กำไรเติบโต YoY เนื่องจาก 1) รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิเพิ่มขึ้นจากค่าธรรมเนียมกองทุนรวมแบงก์แอสชัวรันส์ และธุรกิจหลักทรัพย์จากการรวมผลการดำเนินงานของธุรกิจ ttb wealth securities ภายหลังการเข้าซื้อกิจการใน 3Q25 2) กำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน (FVTPL) เพิ่มขึ้น และ 3) สำรองหนี้ฯ ลดลง อย่างไรก็ดีกำไรลดลง QoQ เนื่องจากรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิลดลง และสำรองหนี้ฯ ปรับเพิ่มขึ้นจากการตั้งสำรองหนี้ฯ พิเศษ
  • สินเชื่อรวมลดลง 2.2% QoQ เนื่องจากการชำระคืนหนี้ของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ และสินเชื่อบริษัทขนาดใหญ่
  • NIM ทรงตัว QoQ ที่ 3% แต่ยังคงปรับลดลง 15 bps YoY เพราะอัตราผลตอบแทนสินเชื่อที่ลดลง
  • คุณภาพสินเชื่อทรงตัว NPL ratio อยู่ที่ 2.9% ขณะที่ Coverage ratio เพิ่มเป็น 154% เพราะการตั้งสำรองหนี้ฯ เพิ่มขึ้น โดย Credit cost เพิ่มขึ้น QoQ เป็น 134 bps และ Stage 2 ratio ทรงตัวที่ 7.9%

การฟื้นตัวในปี 2026 มีข้อจำกัดจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

  • ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 3 (20 ก.พ. – 19 ส.ค. 2026) ภายใต้วงเงินรวม 9.6 พันลบ. และธนาคารขออนุมัติเพื่อเพิ่มกรอบวงเงินรวมของโครงการซื้อหุ้นคืนเป็น 35 พันลบ. และขยายระยะเวลาดำเนินโครงการออกไปอีก 1 ปี จนถึงปี 2028 ส่งผลให้ธนาคารมีจำนวนหุ้นซื้อคืนรวมดสูงถึงประมาณ 18% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของธนาคาร
  • ในปี 2026 แม้มีแรงกดดันจากสินเชื่อที่ชะลอตัว และ NIM ลดลงเรามองว่า TTB ควบคุมคุณภาพสินเชื่อได้ดี และมีสำรองหนี้ฯ ส่วนเกิน (Management overlay) ราว 20% ของสำรองหนี้ฯ รวมรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ทำให้ TTB สามารถผ่อนคลายสำรองหนี้ฯ ลง เราคาดว่ากำไรในปี 2026 จะเพิ่มขึ้น 1% YoY
  • อย่างไรก็ดี TTB จะมีภาระจ่ายภาษีสูงขึ้นในปี 2027 หลังจากผลประโยชน์ทางภาษีคงเหลือเพียง 4.8 พันลบ. ใน 1Q26 ซึ่งคาดว่าผลประโยชน์ภาษีจะหมดลงในราว 1H27 ดังนั้น คาดว่ากำไรสุทธิในปี 2027 จะปรับลดลงราว 10% เพราะค่าใช้จ่ายภาษีที่สูงขึ้น
- Advertisement -