บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
PTT Global Chemical (PTTGC.BK/PTTGC TB)*
Naphtha feedstock ที่ตึงตัวจะช่วยหนุน spread ของ polyolefins
Event
ประมาณการ 1Q69F, ปรับเพิ่มประมาณการกำไรเต็มปี และปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย
Impact
คาดว่าผลประกอบการจะพลิกเป็นกำไรใน 1Q69F
เราคาดว่า PTTGC จะมีกำไรสุทธิ 2.4 พันล้านบาทใน 1Q69F ฟื้นตัวขึ้นจากขาดทุนสุทธิ 2.6 พันล้านบาทใน 1Q68 และขาดทุนสุทธิ 5.5 พันล้านบาทใน 4Q68 โดยผลประกอบการที่ฟื้นตัวขึ้นทั้ง YoY และ QoQ จะมาจากกำไรจากสต็อกน้ำมันที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นและ market GRM ที่เพิ่มขึ้น แม้จะมีผลขาดทุนจากการ ป้องกันความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างมากก็ตาม เราคาดว่าบริษัทจะบันทึกกำไรจากสต็อกน้ำมันก้อนใหญ่ 6.8 พันล้านบาท ดีขึ้นจากที่บันทึกผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน 55 ล้านบาทใน 1Q68 และ 1.5 พันล้านบาทใน 4Q68 หลังจากที่ราคาน้ำมันดิบดูไบพุ่งสูงขึ้นจาก US$62/bbl ในเดือนธันวาคม 2568 เป็น US$128/bbl ในเดือนมีนาคม 2569 นอกจากนี้ เรายังคาดว่า market GRM ของ PTTGC จะพุ่งสูงขึ้นถึง 424% YoY และ 125% QoQ เป็น US$17.8/bbl เนื่องจาก spread ของน้ำมันเครื่องบินและน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นใน 1Q69 เราคาดว่าอัตราการกลั่นน้ำมันดิบของบริษัทจะเพิ่มขึ้น 80% QoQ เป็น 150 KBD เนื่องจากไม่มีการปิดโรงกลั่นนาน 50 วันเหมือนกับใน 4Q68 ในขณะที่เรายังคาดว่าผลประกอบการของธุรกิจปิโตรเคมีจะดีขึ้น QoQ เนื่องจาก i) spread ของ aromatics ดีขึ้น โดย spread ของ PX- และ BZ-over-condensate เพิ่มขึ้น 8% QoQ เป็น US$297/ton และ 20% QoQ เป็น US$135/ton ตามลำดับ และ ii) อัตราการใช้กำลังการผลิตของ aromatics เพิ่มขึ้น QoQ จาก 57% เป็น 85% แต่อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าบริษัทจะบันทึกผลขาดทุนจากการ ป้องกันความเสี่ยงสูงถึง 8.6 พันล้านบาท แย่ลงจากที่บันทึกกำไรจากการป้องกันความเสี่ยง 161 ล้านบาทใน 4Q68 ทั้งนี้จากผลการดำเนินงานแข็งแกร่ง เราจึงคาดว่าบริษัทจะบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าอีกประมาณ 5.0 พันล้านบาท เพื่อเคลียร์สินทรัพย์ที่ผลการดำเนินงานไม่ดีส่วนที่เหลือ แต่อย่างไรก็ตาม ผล ขาดทุนดังกล่าวจะหักล้างไปบางส่วนกับกำไรพิเศษ 2.3 พันล้านบาท (หลังหักภาษี) จาก asset monetization
ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569F/2570F ขึ้นอีก 73%/51%
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569F ขึ้นอีก 73% เป็น 1.01 หมื่นล้านบาท (จาก 5.8 พันล้านบาท) และปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2570F ขึ้นอีก 51% เป็น 1.23 หมื่นล้านบาท (จาก 8.2 พันล้านบาท) เนื่องจาก i) กำไรจากสต็อกน้ำมันสูงขึ้นในปีนี้, ii) market GRM เพิ่มขึ้น, iii) spread ของ polyolefins เพิ่มขึ้น, vi) ค่าใช้จ่าย SG&A ลดลง และ v) ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลง ดังแสดงใน Figure 3 ทั้งนี้เนื่องจากสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่านเข้าสู่สัปดาห์ที่แปดแล้ว เราจึงปรับเพิ่มสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบปี 2569F จาก US$75/bbl เป็น US$85/bbl และปี 2570F จาก US$70/bbl เป็น US$75/bbl ดังนั้นเราจึงคาดว่า PTTGC จะบันทึกกำไรจากสต็อกน้ำมันเพิ่มขึ้นเป็น 2.9 พันล้านบาทในปีนี้ (จาก 1.8 พันล้านบาท) และบันทึกผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน 813 ล้านบาทในปีหน้า (จากศูนย์) แต่อย่างไรก็ตาม เราคาดว่า บริษัทจะบันทึกผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยง 2.5 พันล้านบาทในปี 2569F (จากศูนย์) และผล ขาดทุนจากการด้อยค่า 5.0 พันล้านบาทในปี 2569F เพื่อสะท้อนถึงประมาณการ 1Q69F ของเรา
Valuation & action
เราปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2569F เป็น 40.00 บาท จาก 32.50 บาท (ดูบทวิเคราะห์กลุ่มพลังงานของ KGI ฉบับวันที่ 16 มีนาคม) อิงจาก adjusted EV/EBITDA ที่ 8.0x เพื่อสะท้อนถึงการปรับเพิ่มประมาณการกำไร เรายังคงคำแนะนำซื้อ PTTGC เนื่องจาก i) คาดว่าผลประกอบการจะพลิกฟื้นใน 1Q69F หลังจากที่ขาดทุนสุทธิติดต่อกันมาหกไตรมาส และ ii) คาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักจะเพิ่มขึ้น QoQ ใน 2Q69F เนื่องจากราคา HDPE, LLDPE และ LDPE สูงขึ้น นอกจากนี้ เรายังมองบวกกับกลุ่มปิโตรเคมี เพราะเราเชื่อว่า spread ของ polyolefins น่าจะแข็งแกร่งไปอีก 3-6 เดือน (แม้จะมีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ) เนื่องจาก naphtha feedstock กำลังขาดแคลนในตะวันออกกลาง ซึ่งโรงงานที่นั่นหลายแห่งยังต้องใช้เวลาในการซ่อมแซม ก่อนจะกลับมาเปิดดำเนินการตามปกติ
Risks
ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ, GRM และ spread ปิโตรเคมี








