บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
MR. D.I.Y. Holding (Thailand) PCL (MRDIYT.BK/MRDIYT TB)
ประมาณการ 1Q69: คาดว่ากำไรจะเพิ่มขึ้น YoY แต่จะลดลง QoQ
Event
เราคาดว่ากำไรสุทธิของ MRDIYT ใน 1Q69F จะอยู่ที่ 650 ล้านบาท (+20%YoY, -24% QoQ) โดยกำไรที่เพิ่มขึ้น YoY จะมาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขา, อัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นจากการประหยัดต่อขนาด และ ต้นทุนทางการเงินที่ลดลงเนื่องจากมีการนำเม็ดเงินที่ระดมได้จาก IPO ไปชำระคืนหนี้ ในขณะเดียวกัน กำไรที่ลดลง QoQ จะเป็นเพราะผลจากปัจจัยฤดูกาล ทั้งนี้ เราคาดว่ากำไรสุทธิ 1Q69F จะคิดเป็น 21% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา
Impact
ยอดขายเพิ่มขึ้น YoY จากการขยายสาขา
เนื่องจากสภาวะของการจับจ่ายใช้สอยโดยรวมยังคงอ่อนแอ สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลงมาอยู่ที่ 51.8 ในเดือนมีนาคม 2569 (Figure 2) จากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง เราจึงคาดว่า SSSG ของ MRDIYT จะลดลงในเดือนมีนาคม และ หักล้างไปกับโมเมนตัมบวกในช่วงต้นปี ทำให้ SSSG ใน 1Q69F ทรงตัว (จาก +0.4% ใน 1Q68 และ +1.4% ใน 4Q68) อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่าจะเดินหน้าเปิดสาขาเพิ่มอีก 66 สาขาในไตรมาสแรก ทำให้จำนวนสาขาทั้งหมดเพิ่มขึ้นเป็น 1,193 ร้าน ณ สิ้นงวด 1Q69 (+22% YoY) ดังนั้น เราจึงคาดว่ายอดขายของ MRDIYT ใน 1Q69F จะอยู่ที่ 5.4 พันล้านบาท (+20% YoY, -7% QoQ) คิดเป็น 22% ของประมาณการยอดขายเต็มปีของเรา
อัตรากำไรขั้นต้นจะได้อานิสงส์จากการประหยัดต่อขนาด
เราคาดว่าบริษัทจะยังคงได้อานิสงส์จากการประหยัดต่อขนาดจากการขยายสาขา และ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นใน 1Q69F เพิ่มขึ้นเป็น 51.8% (+10bps YoY, +40bps QoQ) ซึ่งอยู่ในช่วงเป้าหมายของบริษัทที่ 51-52% และ สมมติฐานปี 2569 ของเราที่ 51.2% เราคาดว่าค่าใช้จ่าย SG&A จะเพิ่มขึ้นมากกว่ายอดขายเนื่องจากต้นทุนพลังงานสูงขึ้น ทำให้สัดส่วน SG&A ต่อยอดขายใน 1Q69F เพิ่มขึ้นเป็น 34.3% (จาก 34.1% ใน 1Q68 และ 31.2% ใน 4Q68)
ยังคงมีความกังวลอยู่บ้าง แต่น่าจะยังบริหารจัดการได้
ถึงแม้จะยังคงมีความกังวลอยู่บ้างทั้งทางฝั่งอุปสงค์ (จากภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ และ ค่าครองชีพที่สูงขึ้น และ SSSG ที่อ่อนแอในเดือนเมษายน 2569) และ ทางฝั่งอุปทาน (จากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง) แต่เราคาดว่าสถานการณ์ในภาพรวมน่าจะอยู่ในระดับที่ MRDIYT ยังบริหารจัดการได้ โดยทางฝั่งอุปสงค์ ความสามารถในการแข่งขันทางด้านราคาทำให้ MRDIYT ยังพอมีช่องให้จัดแคมเปญส่งเสริมการขายเพื่อเพิ่มจำนวนลูกค้าเข้าร้านได้อีก ส่วนทางฝั่งอุปทาน การจัดหาสินค้าจากทั่วโลก และ การที่มีการสั่งซื้อสินค้า และ จัดการด้าน logistic ไปถึง 3Q69 จะทำให้บริษัทมีอำนาจต่อรองกับ supplier มากขึ้น และ เปิดช่องให้ MRDIYT ทยอยปรับขึ้นราคาสินค้าเพื่อสะท้อนถึงต้นทุนใหม่ได้ โดยต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับทางด้าน logistic คิดเป็น ~1.2% ของยอดขาย ทั้งนี้ เนื่องจากเราคาดว่าสถานการณ์ยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ เราจึงคาดว่ากำไรสุทธิใน 2Q69F น่าจะเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ จากการขยายสาขา และ ผลจากปัจจัยฤดูกาล
Valuation & action
เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ประเมินราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569F ที่ 9.70 บาท อิงจาก PER ที่ 19.0x (ค่าเฉลี่ยในอดีตของหุ้นกลุ่มนี้ในตลาดโลก +0.75 S.D.) เรามองว่าจุดแข็งในเรื่องความสามารถในการแข่งขันทางด้านราคาจะช่วยหนุนให้ผลการดำเนินงานประคองตัวได้ดีท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย
Risks
เศรษฐกิจชะลอตัว, ขยายสาขาได้ต่ำกว่าเป้า, ภัยธรรมชาติ, สินค้าคงคลังสูง, ความนิยมของลูกค้าเปลี่ยนแปลงไป, ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน








