บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
BCPG (BCPG TB)
กำไร 1Q26 แข็งแกร่ง และจะดีต่อเนื่องตลอดทั้งปี
- คาดกำไรสุทธิ 1Q26 ชะลอตัว 7% q-q จากกำไรของโรงไฟฟ้าลมในลาวลดลงตามฤดูกาล แต่เพิ่มขึ้น 341% y-y หนุนจากโรงไฟฟ้าในสหรัฐที่ปรับสัญญาค่าไฟสูงขึ้น และโรงไฟฟ้าลมในลาวที่เริ่ม COD ตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา
- แนวโน้ม 2Q26 น่าจะทรงตัว q-q และเพิ่มขึ้น y-y เรายังคงคาดกำไรสุทธิปี 2026–28 เติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ราว 28%
- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 9.20 บาท
กำไรสุทธิ 1Q26 แข็งแรงต่อเนื่อง
เราคาดกำไรสุทธิ 1Q26 ที่ 673 ล้านบาท -7% q-q, +341% y-y คิดเป็น 29% ของประมาณการทั้งปีของเรา โดยกำไรที่ชะลอตัว q-q มาจากโรงไฟฟ้าลมในลาว (Monsoon) มีรายได้ลดลงเนื่องจากปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่ลดลงตามปริมาณลมที่ชะลอตัวตามฤดูกาล แม้โรงไฟฟ้า CCGT ในสหรัฐ มีการกลับมาเดินเครื่องปกติหลังโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม 2 แห่ง หยุดซ่อมตามแผนใน 4Q25 แต่ไม่สามารถชดเชยได้ ส่วนการเติบโต y-y โดดเด่นมาก หลักๆ มาจากกำไรที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของโรงไฟฟ้า CCGT ในสหรัฐ จากการปรับเพิ่มค่าความพร้อมจ่าย (PJM capacity prices) ที่อยู่ในระดับสูงขึ้นมาก จากตลาดความต้องการไฟฟ้าในพื้นที่ใกล้เคียงโรงไฟฟ้าของบริษัทมีไม่เพียงพอกับความต้องการ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่เป็นบริษัทเกี่ยวกับ Data Center ที่จำเป็นต้องใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก ประกอบกับเริ่มรับรู้กำไรจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำในลาวตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา ส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง q-q แต่เพิ่มขึ้น y-y และมีดอกเบี้ยจ่ายลดลงจากยอดหนี้ที่ลดลงหลังจากคืนเงินกู้ก่อนกำหนด นอกจากนี้มีการรับรู้กำไรจาก FX ราว 90 ลบ. และขาดทุนจากการทำ Hedging 28 ลบ.
คาดโมเมนตัมกำไร 2Q26 จะเติบโตสูง y-y จากโรงไฟฟ้าลมลาว และโรงไฟฟ้าก๊าซฯ สหรัฐ
เบื้องต้นเราคาดกำไรสุทธิ 2Q26 น่าจะทรงตัวหรือชะลอตัวเล็กน้อย q-q จากโรงไฟฟ้าลมที่เป็น Low season แต่จะยังเพิ่มขึ้นสูง y-y หนุนจากโรงไฟฟ้าพลังงานลม 260MW ประเทศลาว ที่เริ่ม COD ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2025 เป็นต้นมา และยังได้บวกจากผลการปรับขึ้นค่าไฟรอบใหม่ตั้งแต่กลางปี 2025 เป็นต้นมา ส่วนกรณีหากมีการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าในไทยจะมีผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทเล็กน้อย เนื่องจากโรงไฟฟ้าของบริษัทส่วนใหญ่กว่า 90% อยู่ต่างประเทศ และเรายังคงคาดกำไรสุทธิปี 2026-28 เติบโตเฉลี่ย 28% CAGR
การปรับขึ้นค่าไฟโรงไฟฟ้าในสหรัฐ และกำลังผลิตใหม่จะหนุนการเติบโตใน 2 ปีข้างหน้า
BCPG ตั้งเป้า EBITDA ในปี 2026 จะเติบโต 18.5% y-y โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งขึ้นของโรงไฟฟ้า CCGT ในสหรัฐฯ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากราคาค่า Capacity ของตลาด PJM ที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นสู่ 389 ดอลลาร์สหรัฐ/เมกะวัตต์/วัน ในการประมูลปี 2026-27 จากระดับ 270 ดอลลาร์สหรัฐ/เมกะวัตต์/วัน ในเดือน มิ.ย. 2025 สะท้อนผลของความต้องการใช้ไฟฟ้าจากศูนย์ข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ปัจจัยหนุนเพิ่มเติมจะมาจากการรับรู้รายได้เต็มปีของโรงไฟฟ้าพลังงานลมแห่งใหม่ในลาว และการเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แห่งใหม่ในไต้หวัน ซึ่งจะช่วยกระจายความเสี่ยงและเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตพลังงานหมุนเวียนในภูมิภาคของ BCPG มากยิ่งขึ้น
คงแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 9.20 บาท
คงคำแนะนำ ซื้อ และราคาเป้าหมาย 9.20 บาท (SoTP) โดยมองว่าความเสี่ยงด้านขาลงของราคาหุ้นอยู่ในระดับจำกัด เนื่องจากมูลค่าหุ้นมีความน่าสนใจ ปัจจุบันซื้อขายที่ระดับ P/E ต่ำกว่า -2SD ขณะที่คาดกำไรหลักจะเติบโต 69% และ 14.5% ในช่วงปี 2026–2027







