บล.กสิกรไทย:
BDMS แนวโน้ม 1Q69 อ่อนแอจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจมหภาค
- แนวโน้มไตรมาส 1/2569
- เราคาดว่า BDMS จะรายงานกำไรปกติไตรมาส 1/2569 ที่ 3.84 พันลบ. (+4% QoQ และ -12% YoY) คิดเป็นประมาณ 26% ของประมาณการกำไรทั้งปีของเรา โดยการลดลงเชิง YoY น่าจะเป็นผลจากรายได้ที่ทรงตัวแต่อัตรากำไรลดลง
- รายได้ไตรมาส 1/2569 คาดว่าจะทรงตัว YoY ต่ำกว่ากรอบเป้าหมายทั้งปีของผู้บริหารที่ 2–4% โดยมีความอ่อนแอทั้งในกลุ่มลูกค้าไทยและต่างประเทศ อุปสงค์ในประเทศได้รับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ขณะที่การเติบโตของรายได้คนไข้ต่างชาติได้รับผลกระทบจากช่วงรอมฎอน ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และฐานที่สูงของรายได้คนไข้กัมพูชา รายได้จากคนไข้ตะวันออกกลางเติบโต 10% YoY ในเดือน ม.ค. แต่มีแนวโน้มติดลบ 10% ในเดือน มี.ค.
- ในทางกลับกัน กลุ่มลูกค้านอกตะวันออกกลางยังคงแข็งแกร่ง โดยได้รับแรงหนุนจากคนไข้ที่บินเข้ามารักษาพยาบาลจากเมียนมา และความต้องการจากชาวสหรัฐฯ และยุโรปที่พำนักอาศัยและทำงาน (expat) ในไทย
- เราคาดว่าอัตรากำไร EBITDA จะลดลง YoY มาอยู่ที่ 23.9% และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเป็น 35.3% จากการประหยัดต่อขนาดที่ลดลงและต้นทุนที่สูงขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) คาดว่าจะเพิ่มขึ้น YoY ซึ่งเป็นผลจากการเปิดโรงพยาบาลใหม่ 3 แห่งในช่วงปีที่ผ่านมา
กรณีฐาน
- รายได้จากผู้ป่วยตะวันออกกลางอยู่ที่ 50% ของระดับไตรมาส 1/2569 ไปตลอดช่วงที่เหลือของปี 2569 และฟื้นตัวในปี 2570–71 (DCF: 20 บาท) กรณีแย่ที่สุด: ไม่มีรายได้จากผู้ป่วยตะวันออกกลางในปี 2570 (DCF: 17.9 บาท)
แนวโน้มไตรมาส 2/2569
- ไตรมาส 2 ของทุกๆ ปีเป็นช่วงโลว์ซีซั่น ซึ่งมีแนวโน้มกดดันอุปสงค์ในประเทศ QoQ ขณะที่เศรษฐกิจที่อ่อนแอจะกดดันการเติบโต YoY เราคาดว่าจะยังไม่เห็นการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญของคนไข้ตะวันออกกลางหลังช่วงเทศกาลรอมฎอน โดยคาดว่ารายได้จากคนไข้ตะวันออกกลางจะลดลงประมาณ 50% จากระดับไตรมาส 1/2569 ขณะที่ฐานรายได้จากคนไข้กัมพูชายังคงอยู่ในระดับสูง ดังนั้น แรงกดดันต่ออัตรากำไรและการหดตัวของกำไร YoY มีแนวโน้มต่อเนื่องจากไตรมาส 1/2569
- ปรับลดคำแนะนำเป็น “ถือ” จาก “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 20 บาท (ลดลงจากเดิมที่ 22 บาท) เพื่อสะท้อนการปรับลดประมาณการกำไร ราคาเป้าหมายใหม่สะท้อน upside ที่จำกัด และผลประกอบการไตรมาส 1/2569 มีแนวโน้มอ่อนแออาจกดดันราคาหุ้นในระยะสั้น









