บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
PRARAM 9 HOSPITAL (PR9 TB)
Soft patch, but growth drivers remain intact
-
คาดกำไร 1Q26 ชะลอ ก่อนฟื้นใน 2H26 และเติบโตเร่งตัวในปี 2027-28
-
อุปสงค์คนไข้ยังเป็นบวก จากการเพิ่มขึ้นของกลุ่มตะวันออกกลาง และการให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าต่อการรักษาพยาบาล
-
ราคาหุ้นไม่แพงในเชิงมูลค่า และมีโอกาสกลับไปซื้อขายที่ระดับพรีเมียมในระยะยาว
คาด 1Q26E ชะลอตัวจากปัจจัยฤดูกาลและประสิทธิภาพการทำกำไรที่ลดลง
เราคาดกำไรปกติ 1Q26 ของ PR9 ที่ 200 ลบ. (-8% q-q, ทรงตัว y-y) ลดลง q-q สะท้อนปัจจัยฤดูกาล ทรงตัว y-y เป็นผลจาก operating leverage ที่ลดลงตามการเติบโตของรายได้ที่ชะลอ เราประมาณการรายได้ 1.30 พัน ลบ. (-7% q-q, +5% y-y) ต่ำกว่าสมมติฐานเดิม จากผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจและความไม่สงบในตะวันออกกลาง รายได้จากคนไข้ชาวไทยคาดเติบโตเล็กน้อย (+2% y-y) หนุนโดยกลุ่มเงินสดในเคสโรคซับซ้อนเป็นหลัก ขณะที่รายได้จากคนไข้ต่างชาติยังเป็นตัวขับเคลื่อน (+15% y-y) นำโดยผู้ป่วยจากกาต้าร์และเมียนมา เราคาดกับต้นทุนคงที่สูงขึ้นจากการขยายธุรกิจ และการบันทึกค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มเติมราว 5 ลบ. จากการเร่งจัดซื้อเวชภัณฑ์เพื่อบริหารความเสี่ยงต้นทุน
ความได้เปรียบยังคงอยู่จากกลยุทธ์ value-for-money ที่หนุนอุปสงค์
เรามองว่า PR9 ยังคงมีความได้เปรียบทางการแข่งขัน จากสัดส่วนรายได้คนไข้ต่างชาติที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลางยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากฐานต่ำ แม้การเติบโตระยะสั้นอาจชะลอลง แต่การให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าต่อการรักษาพยาบาล (value-for-money) จะตอบสนองความต้องการควบคุมค่าใช้จ่ายของคนไข้ เราคาดรายได้ 2Q26 จะฟื้นตัว q-q จากจำนวนคนไข้ที่เพิ่มขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป และยังเติบโต y-y ในอัตราใกล้เคียง 1Q26 ขณะที่แรงกดดันด้านต้นทุนจะผ่อนคลายลง นอกจากนี้ การเพิ่มสต๊อกยาจาก 1 เดือน เป็น 3 เดือน จะช่วยจำกัดความเสี่ยงต้นทุน ส่งผลให้กำไรมีแนวโน้มทรงตัว q-q และกลับมาเติบโตเล็กน้อย y-y ก่อนเร่งตัวใน 2H26 หากสถานการณ์ตะวันออกกลางปรับตัวดีขึ้น
ปรับลดประมาณการ คาดกำไรเติบโตแข็งแกร่งขึ้นหลังปี 2026
เราปรับลดประมาณการกำไรปกติ 4% ในปี 2026 และ 2% ในปี 2027-2028 เพื่อสะท้อนสมมติฐานรายได้และอัตรากำไรที่ลดลง จึงคาดกำไรปกติปี 2026 เติบโต 5% บนรายได้เติบโต 5% และ EBITDA margin ทรงตัวที่ 24% ก่อนที่การฟื้นตัวของกลุ่มคนไข้ต่างชาติ และการใช้ประโยชน์จากการลงทุนที่ผ่านมาได้ดีขึ้น เช่น วอร์ดคนไข้ใหม่ และเครื่องมือแพทย์ที่มีเทคโนโลยีขั้นสูง เป็นต้น จะผลักดันกำไรปกติเติบโตอัตราเร่งเป็น 14% ในปี 2027 และ 11% ในปี 2028 บนรายได้รวมที่คาดว่าจะเติบโต 9% และ 7% ตามลำดับ
คงคำแนะนำ ซื้อ แนวโน้มยังเป็นบวก ราคาหุ้นไม่แพง
เราปรับลดราคาเป้าหมายอิงวิธี DCF เป็น 27.00 บาท (จาก 29.25) เทียบเท่า 24.5x P/E ปี 2026 (+1.0SD) โดยสะท้อนสมมติฐานระยะยาวเชิงระมัดระวังมากขึ้น ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ 15x P/E ปี 2026 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มในประเทศที่ 17x สะท้อนความกังวลต่อการเติบโตระยะสั้นไปมากแล้ว เราจึงมองว่า downside ของราคาหุ้นมีจำกัด ขณะที่คาดกำไรเติบโตแข็งแกร่งเฉลี่ย 3 ปีที่ 10% CAGR จากการเพิ่มสัดส่วนรายได้คนไข้ต่างชาติที่มีมาร์จิ้นสูง ซึ่งอาจหนุนให้ PR9 กลับมาซื้อขายในระดับพรีเมียมได้ในระยะยาว








