บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
COM 7 (COM7.BK/COM7 TB)*
ประมาณการ 1Q69F: กำไรจะเพิ่มขึ้น YoY แต่จะลดลง QoQ
Event
ประมาณการ 1Q69F, อัพเดตแนวโน้มบริษัท และ ปรับประมาณการกำไร
Impact
ประมาณการ 1Q69F: กำไรจะเพิ่มขึ้น YoY แต่จะลดลง QoQ
เราคาดว่ากำไรสุทธิของ COM7 ใน 1Q69F จะอยู่ที่ 1,151 ล้านบาท (+17% YoY, -5% QoQ) เนื่องจาก ยอดขาย และ อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง YoY โดยกำไรในงวด 1Q69F จะคิดเป็น 28% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา ทั้งนี้ เราคาดว่ายอดขายใน 1Q69F จะอยู่ที่ 2.39 หมื่นล้านบาท (+14% YoY, -10%% QoQ) โดยจะมาจาก i) อุปสงค์ที่แข็งแกร่งของ iPhone 17 จากการอัพเกรด spec และ ราคาขายที่น่าสนใจ ii) การขยายพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อ (U-Fund) โดยมีสินเชื่อใหม่ ~2,500 ล้านบาท (จาก ~ 700 ล้านบาทใน 1Q68) และ iii) การรับรู้รายได้จากยอดขายรถ EV (GAC AION) หลังจากที่บริษัทเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน Gold Integrate Co., LTD (GI) จาก 40% เป็น 88.5% และ รับรู้รายได้จากบริษัทในเครือ (consolidated revenue) แทนการบันทึกกำไรตามสัดส่วนการถือหุ้น (equity income) นอกจากนี้ การที่บริษัทจัดแคมเปญส่งเสริมการขายน้อยลงเพราะอุปสงค์ดี และ การขยายสินเชื่อใหม่ (U-fund) อย่างแข็งแกร่งน่าจะช่วยให้อัตรากำไรขั้นต้นใน 1Q69F เพิ่มขึ้นเป็น 13.8% (+20bps YoY, +90bps QoQ)
การขยายธุรกิจออกไปเกินกว่าการเป็นร้านจำหน่ายสินค้า IT จะช่วยหนุนกำไร
เราคาดว่า COM7 จะเผชิญผลกระทบเชิงลบอย่างจำกัดจากการที่ราคา memory สูงขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้อุปสงค์แผ่วลง (ราคาสูงขึ้น และ สินค้าขาดแคลน) เพราะ i) พอร์ตค้าปลีกสินค้า IT ของบริษัทค่อนไปทางสินค้าของ Apple (50% ของพอร์ตทั้งหมด) ซึ่งคาดว่าจะประคองตัวได้ดีเมื่อเทียบกับแบรนด์จีน (อิงจากบทวิเคราะห์ของ KGI Taiwan เรื่อง IT Hardware: “Strong server demand; memory & CPUs are constraints” ฉบับวันที่ 16 เมษายน 2569 ซึ่งทีมวิจัย KGI Taiwan ปรับลดประมาณการยอดจัดส่ง smartphone ทั่วโลกในปีนี้ลงจาก -2% เป็น -12% (แบรนด์จีนจะติดลบสองหลัก YoY ในขณะที่คาดว่า Apple จะยังโต 3% YoY) และ ปรับลดประมาณการยอดจัดส่ง PC ทั่วโลกจาก -2% เป็น -11% เนื่องจากอุปสงค์อ่อนแอ) และ ii) กลยุทธ์ธุรกิจของบริษัทที่จะขยายไปยังธุรกิจที่ไม่เกี่ยวกับการขายสินค้า IT อย่างเช่น U-Fund, iCare และ การขายรถ EV ซึ่งน่าจะช่วยให้กำไรสุทธิดีขึ้นท่ามกลางความท้าทายในธุรกิจค้าปลีกสนค้า IT ทั้งนี้ สินเชื่อใหม่จาก U-Fund เพิ่มขึ้นเป็น ~6 พันล้านบาทในปี 2568 (จาก 2.6 พันล้านบาทในปี 2567) โดยบริษัทตั้งเป้าสินเชื่อใหม่ปีนี้ไว้ที่ 7 พันล้านบาท หลังจากที่ขยายพอร์ตสินเชื่อจากกลุ่มนักเรียนไปสู่กลุ่มลูกค้าบุคคล เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569-2570 ขึ้นอีก 8-12% เพื่อสะท้อนถึงการเร่งขยายสินเชื่อใหม่ (U-fund) และ การบันทึกรายได้แบบ consolidated revenue จากยอดขายรถ EV หลังจากที่บริษัทเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน GI
Valuation & action
เนื่องจากส่วนแบ่งกำไรจาก U-fund เพิ่มขึ้น (จาก 3% ในปี 2566 เป็น 12% ในปี 2568) ซึ่งมีความเสี่ยงที่สูงขึ้น และ ต่างไปจากเดิม เราจึงใช้ PER ของกลุ่ม non-bank สำหรับส่วนของกำไรที่มาจาก U-fund ที่ 10.0X (ค่าเฉลี่ยในอดีตของหุ้นในกลุ่ม -1.5 S.D) ในขณะเดียวกัน เราใช้ PER ที่ 14.0X (ค่าเฉลี่ยในอดีต -1.0 S.D) กับธุรกิจอื่น ๆ ของบริษัท ทำให้ได้ PER เฉลี่ยถ่วงน้ำหนักที่ ~13.5X และ ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ที่ 25.00 บาท เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 24.30 บาท ทั้งนี้ จากแนวโน้มกำไรที่คาดว่าจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งใน 1Q69F และ ปี 2569F ในขณะที่ราคาหุ้นยังมี upside อีก 15% เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” COM7
Risks
อุปสงค์ smartphones ต่ำเกินคาด, รายได้จากการขายอุปกรณ์เสริมต่ำกว่าที่คาด, และมีการจัดรายการส่งเสริมการขายมากกว่าที่คาดไว้








