บล.ฟินันเซีย ไซรัส: 

TIDLOR HOLDINGS (TIDLOR TB)

Focus on stability through 2026

  • เราคาดกำไร 1Q26 จะฟื้นตัว q-q จาก ECL ที่ลดลงและไม่มีรายการพิเศษ ขณะที่รายได้หลักยังอ่อนตัว

  • แนวโน้มปี 2026–28 ยังเป็นบวก โดยกำไร 2Q26 คาดขยับขึ้นเล็กน้อยจากต้นทุนความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อที่ทรงตัว

  • ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น Top pick ของกลุ่ม พร้อมราคาเป้าหมายปี 2026 ที่ 23 บาท

กำไร 1Q26E คาดฟื้นตัวเด่น ขณะที่ธุรกิจหลักยังอ่อนตัว

เราคาดกำไรสุทธิ 1Q26 อยู่ที่ 1.38 พัน ลบ. (+33.6% q-q, +15.1% y-y) จาก ECL ที่ลดลง (ไม่มีการตั้ง management overlay เพิ่มเติม เทียบกับ 200 ลบ. ใน 4Q25) และไม่มีรายการด้อยค่าพิเศษ ขณะที่กำไรก่อนหักสำรอง (PPOP) คาดอยู่ที่ 2.49 พัน ลบ. (+3.7% q-q, +9.3% y-y) จากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลง ส่งผลให้อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 54.9% จาก 57.1% อย่างไรก็ดี รายได้หลักยังอ่อนตัว q-q โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 4.41 พัน ลบ. (+0.2% q-q, +9.4% y-y) จากจำนวนวันทำการที่น้อยลง และการเติบโตของสินเชื่อในกรอบล่างของเป้าหมาย สินเชื่อทะเบียนรถจักรยานยนต์และรถยนต์เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ขณะที่นโยบายเข้มงวดกดดันสินเชื่อกลุ่มรถบรรทุก เราคาด loan spread ลดลง q-q มาอยู่ที่ 15.29% ขณะที่ต้นทุนทางการเงินลดลงต่อเนื่องสู่ 3.22% และคาดลดลงต่อใน 2H26 จากการรีไฟแนนซ์เป็นหุ้นกู้ต้นทุนต่ำกว่า

คุณภาพสินทรัพย์อยู่ในระดับจัดการได้ ติดตามความเสี่ยงใกล้ชิด

คุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ โดยสัดส่วนหนี้ด้อยคุณภาพลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 1.61% จาก 1.63% ณ สิ้นปี 2025 จากการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวังและการตัดหนี้สูญที่ผ่านมา ECL ที่ลดลงทำให้ต้นทุนความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อลดลงสู่ 2.87% จาก 3.68% ใน 4Q25 แม้ยังสูงกว่ากรอบเป้าหมายและประมาณการของเราเล็กน้อย ขณะที่อัตราความครอบคลุมหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่มเป็น 317.3% แม้มีความกังวลเรื่องราคาน้ำมันที่สูงขึ้น แต่ปัจจุบันยังไม่เห็นผลกระทบเชิงลบ โดยบริษัทฯ ยังติดตามกลุ่มเสี่ยงสูงอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มรถบรรทุก รถจักรยานยนต์รับจ้าง และผู้กู้ในธุรกิจส่งอาหาร

กำไร 2Q26E คาดขยับขึ้นเล็กน้อย ต้นทุนเครดิตยังเป็นปัจจัยหลัก

เราคงประมาณการเดิม โดยคาดกำไรสุทธิเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 9.8% ในช่วงปี 2026–28 จากการเติบโตของสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง รายได้ค่าธรรมเนียมจากนายหน้าประกันภัยที่แข็งแกร่ง และต้นทุนความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อที่ทยอยลดลง สำหรับ 2Q26E เราคาดกำไรจะขยับขึ้นเล็กน้อย q-q จากจำนวนวันทำการที่กลับสู่ภาวะปกติและรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ดีขึ้น ต้นทุนเครดิตยังเป็นตัวแปรสำคัญ แต่เราคาดว่าจะทรงตัว q-q เนื่องจาก management overlay ที่มีอยู่ยังเพียงพอรองรับความเสี่ยง หากภาวะแวดล้อมธุรกิจไม่แย่ลงเพิ่มเติม

แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2026 ที่ 23 บาท

เราคงคำแนะนำซื้อ และยกให้เป็น Top pick ในกลุ่ม (แทน MTC) พร้อมราคาเป้าหมายปี 2026 ที่ 23 บาท อิงวิธี GGM ที่ค่า P/BV 1.78x, LT-ROE 16.0% และ COE 10.7% ราคาหุ้นปัจจุบันมีความคุ้มค่าความเสี่ยงน่าสนใจ พร้อมอัตราผลตอบแทนเงินปันผลเฉลี่ย 6–7% ต่อปี

 

- Advertisement -